บทความแนะนำ

5 ที่สุดหุ้นแบงก์ไทย

5 ที่สุดหุ้นแบงก์ไทย

      ถ้าหากถามใจนักลงทุน ไม่ว่าจะเป็นสถาบัน หรือ รายย่อย ว่า หุ้นกลุ่มไหน ให้ผลตอบแทนที่ดี เชื่อว่า ต้องมี "หุ้นกลุ่มธนาคาร" ติดโผเป็นแน่แท้ เพราะหุ้นกลุ่มธนาคาร มีการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ กำไรก็มีการเติบโตที่ดี ยิ่งถ้าเศรษฐกิจยังเติบโต หุ้นกลุ่มธนาคาร จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ  ซึ่ง "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้รวบรวมหุ้นกลุ่มธนาคารเอาไว้ โดยวัดจากมูลค่าตลาด กำไรสุทธิ สินเชื่อ เงินฝาก และ หนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้(NPL)   
    

    หากวัดจากการทำกำไร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB  คว้าแชมป์ทำกำไรสุทธิในปี 61  โกยกำไรไปได้ 40,068 ล้านบาท  แม้จะลดลงจากปี 60 ที่มีกำไร 43,152 ล้านบาท  หลังต้องลงทุนมหาศาลด้านไอที ที่วางไว้สูงถึง 40,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นสูง 

     SCB  ยังคว้าแชมป์พอร์ตสินเชื่อที่มากสุดในกลุ่ม ข้อมูล ณ สิ้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมา  มีเงินให้สินเชื่อที่ 2,002,565 ล้านบาท  รองลงมาเป็น ธนาคารกรุงเทพ หรือ BBL มีมียอดสินเชื่อ 1,842,107 ล้านบาท และ ธนาคารกรุงไทย มาเป็นอันดับ 3 ที่ 1,819,588 ล้านบาท 

     ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK  ครองแชมป์ธนาคารที่มีมูลค่าตลาดมากสุดที่ 452,326 ล้านบาท รองลงมา คือ   SCB ที่ 443,113 ล้านบาท และ  BBL มาเป็นอันดับ 3 ที่ 398,948 ล้านบาท  

    ด้านเงินฝาก  3  ธนาคารใหญ่ คือ  ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BBL ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) หรือ SCB   มียอดเงินฝากทะลุ  2 ล้านล้านบาท  ส่วน ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK ไล่ตามมาที่ 1,917,500 ล้านบาท 

    ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB   กลับครองแชมป์ธนาคารที่มีอัตราหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)  มาเป็นอันดับ 1 ที่ 1.98% หรือ คิดเป็นเม็ดเงิน 43,942 ล้านบาท ตามมาด้วย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KBANK มี NPL ที่ 1.89% แตะ 4 หมื่นล้านบาท ส่วนธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) หรือ SCB มี NPL ที่ 1.47% คิดเป็นเม็ดเงิน 3.5 หมื่นล้านบาท  

    แม้ 5 ธนาคารใหญ่ต่างครองแชมป์ที่สุดในแต่ละด้าน ในอีกไม่นาน คงต้องจับตาธนาคารเกิดใหม่จากการควบรวมของ  ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) หรือ TMB และ ธนาคารธนชาต (TBANK) ที่ยังอยู่ระหว่างทำ Due Diligence   คาดแล้วเสร็จในช่วงกลางปีนี้  ซึ่งหากประสบความสำเร็จจะส่งผลให้ธนาคารมีความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น เพราะมีต้นทุนที่ถูกลง โดยปี 61 TMB  มีกำไร  11,601 ล้านบาท และ สินเชื่อ ณ สิ้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมาอยู่ที่  654,211 ล้านบาท และ เงินฝาก ณ สิ้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมาอยู่ที่  653,734 ล้านบาท ส่วน TBANK ปี 61 มีกำไร  14,703  ล้านบาท  และ สินเชื่อ ณ สิ้นเดือนก.พ. ที่ผ่านมาอยู่ที่ 682,539 ล้านบาท และ มีเงินฝาก ณ สิ้นเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาอยู่ที่ 752,964 ล้านบาท 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh