บทความแนะนำ

เทคนิคคัดหุ้น Growth Stock

เทคนิคคัดหุ้น Growth Stock

หุ้น Growth Stock คือ หุ้นที่เติบโตในอัตราเร่ง 20 - 30% ต่อปี หรือ มากกว่านั้น ทำให้สามารถดันราคาหุ้นขึ้นตามได้อย่างรวดเร็วด้วยเช่นกัน การค้นหาหุ้นประเภทดังกล่าว จะมีหลักการอะไรบ้าง และ จังหวะเข้าซื้อที่เหมาะสม เป็นอย่างไร ? ต้องติดตาม!
 

*** รู้จักหุ้น Growth Stock !
 

หากพูดถึงการสร้างกำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น แน่นอนว่า หลายคนคงต้องนึกถึงหุ้นเติบโต (Growth Stock) ซึ่งมีคุณสมบัติสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิในระดับ 20 - 30% ต่อปี หรือ บางทีอาจมากกว่านั้น 

ซึ่งเมื่อหุ้นมีการเติบโตของกำไรสุทธิในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่า สิ่งที่จะตามมา คือ ราคาหุ้น ที่พุ่งทะยาน ไปพร้อมๆ กับการเติบโตของกำไรสุทธินั่นเอง 

แต่ปัญหา คือ การที่จะหาหุ้นในลักษณะดังกล่าวได้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆอีกเหมือนกัน หรือ บางที เราก็มักจะเจอหุ้นที่ถูกขนานนามว่า Growth Stock ช้าเกินไป ก็ทำให้โอกาสในการลงทุนของเราเสียไป


*** หาหุ้น  Growth Stock  อย่างไร ?
 

ด้าน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้ความเห็นเกี่ยวกับหัวใจสำคัญ ของการค้นหาหุ้น Growth Stock คือ การมองทิศทางของเศรษฐกิจหรืออุตสาหกรรมภาพใหญ่ให้ออก เช่นในอีก 5 - 10 ปีข้างหน้า ธุรกิจแบบใด จะเป็นธุรกิจในอนาคต และ จะมีการเติบโตสูง

โดย วิธีประเมินคร่าวๆ ว่าหุ้นตัวไหนเป็น Growth Stock หรือไม่นั้น มีด้วยกัน 3 วิธีดังนี้

1.คุณภาพ คือ บริษัทดังกล่าว ต้องเป็นกิจการที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งมีหลักในการพิจารณา เช่น ดารมีแบรนด์สินค้าที่เข้มแข็ง, สามารถสร้างความภักดีต่อสินค้าให้กับลูกค้าได้, ขายสินค้าที่ไม่ตกเทรนด์ง่ายๆ หรือ ยากที่จะมีอะไรมาทดแทน

นอกจากนี้ ยังต้องมีความได้เปรียบด้านต้นทุน, มีสิทธิบัตร หรือ สัทปทาน รวมทั้ง มีคณะผู้บริหารที่มีความสามารถ และ ธรรมาภิบาลสูง ซึ่งปัจจัยทั้งหมด จะทำให้บริษัทมีความสามารถในการแข่งขันที่เหนือกว่าคู่แข่ง และ สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

2.การเติบโต คือ เป็นกิจการที่ควรมีแนวโน้มการเติบโต อยู่ในเกณฑ์ดีเยี่ยม ทั้งในส่วนของรายได้ และ กำไรสุทธิ ซึ่งพิจารณาจาก อัตราการเติบโตของรายได้ (Revenue Growth) หรืออัตราการเติบโตของกำไร ซึ่งสามารถดูได้จากหลายอัตราส่วนทางการเงิน เช่น EPS Growth, Net Profit Margin, ROA, ROE เป็นต้น

แต่ทั้งนั้น ทั้งนี้ นักลงทุน ก็ต้องเข้าใจข้อจำกัดของแต่ละอัตราส่วน ก่อนนำไปปรับใช้ด้วย เช่น หุ้นที่มีกำไรเติบโตนั้น เกิดจากกำไรพิเศษที่ได้มาแค่ชั่วคราวในปีเดียวหรือไม่ เป็นต้น

3.มูลค่าที่เหมาะสมของหุ้น คือ การลงทุนในบริษัทที่มีคุณภาพสูงและเติบโตเร็ว อาจไม่ใช่การลงทุนที่ดี หากนักลงทุนซื้อในราคาที่แพงจนเกินไป ดังนั้น หากจะวิเคราะห์เพื่อคัดเลือกหุ้นเติบโตให้ได้อย่างเหมาะสม

นักลงทุนสามารถใช้วิธีหา "อัตราส่วน PEG" เพื่อประเมินมูลค่าเบื้องต้นได้ ด้วยการนำค่า P/E Ratio ของหุ้นหารกับอัตราการเติบโตเฉลี่ยในระยะยาวในช่วง 3 – 5 ปีข้างหน้า หาก PEG มากกว่า 1 เท่า หมายความว่า ราคาหุ้นค่อนข้างแพง แต่หาก PEG น้อยกว่า 1 เท่า หมายความว่า ราคาหุ้นค่อนข้างถูก
 

*** หุ้น  Growth Stock ซื้อตอนไหน ?
 

ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังจากที่เราตามหาหุ้นที่มีคุณสมบัติข้างต้นจนเจอแล้ว ในส่วนต่อไป คือ จังหวะการเข้าซื้อที่ดี โดย ตลท. แนะนำว่า ภาวะที่เหมาะสมกับการลงทุนหุ้น Growth Stock คือ ช่วงที่ตลาดซื้อ - ขายกันที่ระดับ P/E Ratio ต่ำ หรือช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัวชั่วคราว

เนื่องจากความเสี่ยงในทิศทางขาลง (Downside Risk) ในภาพรวมจะค่อนข้างน้อย นักลงทุนมีโอกาสสูง ที่จะพบหุ้นเติบโตในราคาถูกหรือไม่แพงจนเกินไป หากเราเลือกหุ้น Growth Stockได้ถูกตัว ก็อาจได้รับผลตอบแทนที่ดีเยี่ยมในระยะยาวได้







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh