บทความแนะนำ

กองทุนรวมซื้ออย่างไร ในแต่ละสถานการณ์ ?

กองทุนรวมซื้ออย่างไร ในแต่ละสถานการณ์ ?

กองทุนรวม ก็เหมือนการลงทุนประเภทอื่น ที่ควรมีจังหวะเข้าซื้อ พร้อมกับสินทรัพย์ที่เหมาะสมในแต่ละช่วงเวลา โดย ตลท.ได้แนะนำการเข้าลงทุนในกองทุนรวมไว้ 3 จังหวะ แต่จะมีอะไรบ้าง ต้องติดตาม! 
 

*** กองทุนรวม ซื้อให้ถูกกอง ในแต่ละสถานการณ์
 

กองทุนรวม ต้องมีจังหวะเข้าซื้อ และ ประเภทสินทรัพย์ที่เหมาะสมควบคู่กันไป โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ระบุว่า การเลือกลงทุนแต่ละประเภทของกองทุนรวม อย่างมีประสิทธิภาพ คือ การอ้างอิงวัฎจักรตลาดหุ้น ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 3 ช่วงดังนี้


*** กองทุนรวม ช่วงตลาดฟื้นซื้ออย่างไร ?
 

1.กองทุนรวม ซื้อช่วงตลาดฟื้นตัว (Market Bottom) - ตลาดกระทิง (Bull Market) : ตลาดหุ้นในช่วงนี้ ถือว่า เป็นช่วงที่น่าเข้าไปลงทุนมากที่สุด เพราะเป็นช่วงเวลาที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดกว่าทุกช่วงเวลา เนื่องจากเป็นช่วงที่ราคาหุ้นเพิ่งเริ่มฟื้นตัว จากแนวโน้มขาลงในช่วงก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นในช่วงนี้ มักอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจตกต่ำสุด (Reccession) จึงทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ไม่กล้าที่จะรีบเข้าไปลงทุน ดังนั้น จึงถือว่าเป็นจุดวัดใจ โดยนักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง และ กล้าเข้าลงทุน ก็มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่สูงมาก บนเงื่อนไขสำคัญที่เศรษฐกิจ จะเข้าสู่ช่วงฟื้นตัว

กองทุนรวม หากคิดเข้าลงทุนในช่วงนี้ ตลท. แนะนำว่า ควรเลือกกองทุนรวมที่มีนโยาบายเข้าไปลงทุนในสินทรัพย์ ที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอนาคต ได้แก่ ธุรกิจการเงิน, ธุรกิจเทคโนโลยี, ธุรกิจการผลิตภาคอุตสาหกรรม เช่น ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, ปิโตรเคมี และ วัสดุก่อสร้าง นอกจากนี้ ยังมีธุรกิจการบริโภคสำหรับสินค้าคงทุน เช่น อสังหาริมทรัพย์ และ รถยนต์ เป็นต้น 

กองทุนรวม ที่ตลท. มองว่าควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ เพราะจะให้ผลตอบแทนในระดับต่ำ คือ กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนในธุรกิจการบริโภคสินค้าจำเป็น เช่น ค้าปลีก, อาหาร รวมถึง กลุ่มสาธารณูปโภค เป็นต้น เนื่องจากลักษณะธุรกิจที่มีการเติบโตไม่สูง และ ไม่ได้รับประโยชน์มากจากการที่เศรษฐกิจฟื้นตัว 


*** กองทุนรวม ช่วงตลาดสูงสุดซื้ออย่างไร ?
 

2.กองทุนรวม ซื้อช่วงตลาดสูงสุด (Market Top) - เริ่มเข้าสู่ตลาดหมี (Bear Market) : ตลาดหุ้นช่วงนี้ ถือ เป็นรอยต่อที่สำคัญ การลงทุนในช่วงนี้มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลขาดทุนได้ ดังนั้น จึงควรเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น เนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นจะปรับตัวขึ้นมาสักระยะแล้ว (ประมาณ 12 - 18 เดือน) จนมูลค่า (Valuation) เริ่มตึงตัว

ส่งผลให้การเข้าลงทุนในช่วงนี้เริ่มมีความน่าสนใจลดลง ประกอบกับ เป็นช่วงเดียวกันกับภาวะเศรษฐกิจที่ขยายตัวเต็มที่ต่อเนื่องกับช่วงเริ่มต้นชะลอตัว ลักษณะดังกล่าวจะทำให้ความผันผวนเริ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกัน การที่อัตราการเติบโตเศรษฐกิจอยู่ในระดับสูง ทำให้ความเสี่ยงเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นด้วย ธนาคารกลางมักจะเริ่มส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่ นโยบายการคลังที่เคยผ่อนคลาย จะเริ่มกลับทิศมาเป็นเข้มงวดมากขึ้น ส่งผลให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนลดลง สภาพคล่องที่เคยไหลเข้าตลาดทุนมีแนวโน้มลดลง

กองทุนรวม หากคิดเข้าลงทุนในช่วงนี้ ตลท. แนะนำว่า ให้เลือกกองทุนรวมที่มีนโยบายการลงทุนที่ไม่เน้นพึงพิงการเติบโตของเศรษฐกิจมากนัก หรือ มีความจำเป็นในการดำเนินชีวิต เพื่อลดความเสี่ยงที่ผลประกอบการของสินทรัพย์ประเภทนั้น จะปรับตัวลดลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ ได้แก่ กลุ่ม อาหาร, ค้าปลีก, การแพทย์ และ พลังงาน เป็นต้น

กองทุนรวม ที่ตลท. มองว่าควรหลีกเลี่ยงในช่วงนี้ เพราะมีแนวโน้มให้ผลตอบแทนต่ำ ได้แก่ กองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ การบริโภคสินค้าคงทน เนื่องจาก แนวโน้มของธุรกิจในอนาคตมีโอกาสชะลอตัวลง รวมทั้งราคามีโอกาสลดลงตามสภาพตลาดที่เริ่มปรับตัวลง
 

*** กองทุนรวม ช่วงปลายตลาดหมี ซื้ออย่างไร ?
 

3.กองทุนรวม ซื้อช่วงปลายตลาดหมี (Late Bear) : ตลาดหุ้นในช่วงนี้ถือว่าเป็นช่วงท้ายๆ ของการปรับตัวลดลง ซึ่งอยู่ในช่วงเศรษฐกิจเริ่มจะเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ทำให้นักลงทุนยังคงขาดความมั่นใจเข้าลงทุน โดยสภาวะเศรษฐกิจที่แท้จริง ยังคงมีการชะลอตัวไปสู่ระดับต่ำสุด ก่อนเริ่มเข้าสู่ช่วงเริ่มฟื้นตัว ในระยะถัดไปอัตราดอกเบี้ย และ อัตราเงินเฟ้อยังปรับตัวลงได้

ขณะที่ สภาวะของตลาดหุ้นในช่วงนี้ ยังคงผันผวน แต่การปรับตัวลงเริ่มมีอัตราที่ชะลอตัวลง หรือ อาจจะใกล้จุดต่ำสุดแล้วก็เป็นไปได้ ดังนั้น ในทางปฏิบัติ ตลท.แนะนำว่า เราต้องสังเกตว่า มูลค่า (Valuation) ในสินทรัพย์ที่เราสนใจเข้าไปลงทุน ได้สะท้อนวัฏจักรนี้ไปหรือยัง ?

กองทุนรวม หากคิดเข้าซื้อในช่วงนี้ ตลท. แนะนำให้ซื้อกองทุนรวม ที่มีนโยบายลงทุนคล้ายคลึงกับในช่วงตลาดหมี (Bear Market) คือ เน้นกองทุนรวมที่มีความปลอดภัยสูง มีนโยบายการลงทุนในสินทรัพย์ที่พึงพาเศรษฐกิจต่ำ เช่น การแพทย์ และ สาธารณูปโภคพื้นฐาน

ทั้งนี้ นักลงทุนที่สามารถรับความเสี่ยงได้สูง อาจเพิ่มกองทุนรวม ที่มีนโยบายลงทุนในกลุ่มการเงินเข้าไปอีก 1 กลุ่มก้ได้ เนื่องจาก เป็นกลุ่มที่มักให้ผลตอบแทนดี ในช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวในระยะถัดไป ขณะที่ กองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนนอกเหนือจากนี้ มักให้ผลตอบแทนในระดับต่ำ







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh