บทความแนะนำ

"อายุเท่าไหน ควรลงทุนเท่าไร?"

รู้หรือไม่ ? ช่วงวัย (อายุ) ถือเป็นอีก 1 ปัจจัยสำคัญ ในการเลือกออกแบบพอร์ตลงทุน แต่อายุเท่าไร ควรลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหน ในสัดส่วนเท่าไร ถ้าอยากรู้ ต้องติดตาม ! 

 

*** รู้ไหม ? "อายุ" เป็นตัวแปรสำคัญจัดพอร์ตฯ

ถ้าพูดถึงประเทศไทย ประชากรส่วนใหญ่ที่เริ่มมีเงินพอสำหรับการลงทุนในตลาดทุน ก็น่าจะเป็นช่วงอายุ 20 ปีขึ้นไป จนไปถึงนักลงทุนกลุ่มที่อายุเยอะสุด ราว 55 ปี ขึ้นไปเห็นจะได้

หลายคนก็คงรู้มาบ้าง ว่า ช่วงอายุในแต่ละวัย ก็เป็นตัวแปรที่สำคัญ ในการออกแบบพอร์ตลงทุนเหมือนกัน แต่ก็มีหลายคนที่อาจยังมองไม่เห็นภาพที่ชัดเจน หรือ ไม่รู้จะวางแผนออกแบบพอร์ตลงทุนของตนเอง ในแต่ละช่วงวัยอย่างไร ?

ซึ่งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้แนะนำ เกี่ยวกับการจัดพอร์ตลงทุน ตั้งแต่อายุ 21 ปี - 55 ปีขึ้นไป เอาไว้อย่างน่าสนใจ โดยมีเคล็ดลับที่ควรรู้ ดังนี้

 

*** อายุ 21 - 30 ปี เสี่ยงสูงได้ถึง 90%
 

     เริ่มต้นจากกลุ่มนักลงทุนที่มีอายุน้อยที่สุด วัย 21 - 30 ปี นักลงทุนกลุ่มนี้ ควรลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง 90% และ สินทรัพย์ปลอดภัย 10% ซึ่งจากสัดส่วนการลงทุน จะเห็นได้ว่า เป็นวัยที่สามารถลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงได้สูงมาก นั่นก็เพราะ คนกลุ่มนี้ กำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการทำงาน ส่วนใหญ่จึงมีภาระค่าใช้จ่ายไม่มาก

     นอกจากนี้ ยังถูกมองว่า เป็นช่วงวัยที่ยังมีกำลังในการหารายได้อีกนาน จึงสามารถแบกรับความเสี่ยงได้มากกว่าช่วยวัยอื่นๆที่สูงขึ้นนั่นเอง โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำว่า สินทรัพย์เสี่ยง ที่คนช่วยวัยนี้ควรลงทุน คือ หุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง, มีความมั่นคงทางการเงิน, มีเงินปันผลน่าพอใจ และ มีโอกาสเติบโตในอนาคต

     ส่วนสินทรัพย์ปลอดภัย ที่ควรลงทุน ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำเป็นเงินฝาก และ ตราสารหนี้ต่างๆ เช่น พันธบัตรรัฐบาล หรือ หุ้นกู้ที่มีความปลอดภัยของเงินต้นสูง และ ได้อัตราดอกเบี้ยที่แน่นอน 

 

*** อายุ 31 - 40 ปี วัยสร้างครอบครัว พอร์ต 50 - 50%
 

     ขณะเดียวกัน เมื่อเราโตขึ้นมาอีกนิด ในช่วงวัย 31 - 40 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่คนส่วนมากกำลังสร้างครอบครัวกันแล้ว ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำว่า ควรปรับพอร์ตใหม่ให้สอดคล้องกับภาระที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงควรลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง 50% และ สินทรัพย์ปลอดภัย 50%

     เนื่องจากช่วงวัยนี้ เป็นช่วงที่เหนื่อยที่สุดในชีวิต และเป็นช่วงที่การเงินของคนส่วนมากค่อนข้างตึงตัวกว่าช่วงอื่นๆ แม้รายได้จะเริ่มมั่นคงขึ้นก็ตาม แต่กลับเป็นช่วงที่ภาระเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว เช่น ค่าผ่อนบ้าน, ผ่อนรถยนต์ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการดูแลครอบครัว จึงจำเป็นต้องเพิ่มขนาดของสัดส่วนเงินฝากให้สูงขึ้น เเละลดการลงทุนที่มีความเสี่ยงลง เพื่อสร้างความสมดุลให้ชีวิตมากขึ้น

 

*** อายุ 41 - 50 ปี เริ่มเสี่ยงได้ไม่มาก พอร์ต 30 - 70%
 

     มาต่อกันที่ ช่วงวัย 41 - 50 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ชีวิตมีหลักฐานมั่นคงที่สุด ฐานเงินเดือนสูงขึ้น แม้จะยังมีภาระทางการเงินอยู่บ้างก็ตาม แต่ก็ผ่อนคลายลงไปมากพอสมควร ไม่เหมือนช่วงก่อนหน้านี้ หากเก็บออมและลงทุนอย่างมีวินัย มาตั้งแต่ต้น ช่วงนี้น่าจะเป็นช่วงที่ครอบครัว และฐานะทางการเงินดี มีความสมดุลที่สุดในทุกๆ ด้าน 

     แต่เนื่องจากวัยที่เริ่มมากขึ้น มีเวลาหารายได้เหลืออีกไม่กี่ปี การลงทุนของคนวัยนี้ จึงควรนำเงิน 70% ไปไว้ในที่ปลอดภัยอย่างเงินฝากและตราสารหนี้ ส่วนที่เหลืออีก 30% ให้แบ่งมาลงทุนในหุ้นระยะยาว เพื่อเพิ่มพูนเงินออมและเงินลงทุนให้มากขึ้น นอกเหนือจากดอกเบี้ยเงินฝากที่ได้รับ

 

*** อายุ 55 ปีขึ้นไป วัยเกษียณเน้นเงินฝาก 90% ขึ้นไป

      ปิดท้ายกันที่ช่วงอายุ 55 ปีขึ้นไป หรือ อีกนัยหนึ่ง คือ วัยเกษียณ หรือ เตรียมตัวเกษียณแล้วนั่นเอง เมื่อเราเดินทางมาถึงช่วงวัยนี้ แน่นอนว่า การรับความเสี่ยงของเรา ก็ต้องลดลงตามช่วงวัยทำงานของเราที่เหลือน้อยลงด้วยนั่นเอง ซึ่งบางคนในวัยนี้ อาจไม่มีรายได้จากการทำงานแล้ว 

     ขณะที่บางคนก็เหลือเวลาหารายได้อีก ไม่เกิน 5 ปี ในช่วงนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ได้ด้วยเงินสะสมของตนเอง แม้ค่าใช้จ่ายบางอย่างจะลดลง แต่ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มมากขึ้นตามวัย และสุขภาพ เงินออมเกือบทั้งหมดในชีวิต กว่า 90% จึงควรอยู่ในรูปของเงินฝากและตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำ 

     แต่ใช่ว่าคนวัยนี้ จะลงทุนในหุ้น หรือสินทรัพย์เสี่ยงไม่ได้ หากใครมีทรัพย์สินเงินทองเก็บออมไว้มากพอ ก็อาจจัดสรรเงินไม่เกิน 10% ไปลงทุนในหุ้น เพื่อหวังผลตอบแทนที่สูงขึ้นได้ แม้จะผิดพลาดเกิดสูญเงินก้อนดังกล่าวไป ก็คงไม่กระทบฐานะการเงินโดยรวมมากนัก

 

     สุดท้ายนี้ การออกแบบพอร์ตลงทุนของตนเองในแต่ละวัย ไม่จำเป็นต้องยึดสัดส่วน แบบที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำทั้งหมด เพราะภาระความรับผิดชอบของแต่ละคนในแต่ละวัย ก็แตกต่างกันออกไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การรู้จักวางแผนให้สอดรับกับสถานการณ์ เพื่อทำให้เรายังมีเงินใช้อยู่เสมอ ไม่ว่าตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหนก็ตาม







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh