บทความแนะนำ

กองทุนรวมติดลบ ควรขายดีไหม ?

กองทุนรวมติดลบ ควรขายดีไหม ?

กองทุนรวม ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้หลายคนลืมคำนึงถึงผลตอบแทนที่สามารถติดลบได้ จนอาจตกใจเกินไป เมื่อเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น และเลือกขายกองทุนทิ้งทันที และมองหากองทุนใหม่แทน แต่การทำแบบนั้น จะเป็นเรืองที่นักลงทุนควรทำหรือไม่ มาหาคำตอบกัน !
 

*** กองทุนรวม เหมาะลงทุน 3 - 5 ปี
 

กองทุนรวม ถูกมองว่าเป็นเครื่องมือการลงทุนที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ เมื่อเทียบกับการลงทุนอื่น เช่นหุ้น หรือ คริปโทเคอร์เรนซี่ แต่ขึ้นชื่อว่า การลงทุน ก็ไม่มีหลักประกันใดๆ ว่า ผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับ จะเป็น"กำไร" หรือ "ขาดทุน"

กองทุนรวม ก็เช่นเดียวกัน ที่สามารถให้ผลตอบแทนทั้งเป็น"บวก" และ "ลบ" กับนักลงทุนได้เหมือนกัน ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น รวมทั้งความสามารถของผู้จัดการกองทุน และ ปัจจัยอื่นๆ ควบคู่กันไป
 

*** กองทุนรวม ศึกษาข้อมูลดียังขาดทุนได้
 

กองทุนรวม ก็เหมือนการลงทุนประเภทอื่นๆ ที่มีความเสี่ยงซ่อนอยู่ แต่จะมากหรือน้อย ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของกองทุนรวมด้วย ซึ่งแม้ว่า นักลงทุนจะศึกษาข้อมูลมาดีแค่ไหน ก็ต่างมีโอกาสขาดทุนด้วยกันทั้งนั้น แต่การรับมือ หลังผลตอบแทนที่ติดลบต่างหาก จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในการลงทุน
 

*** กองทุนรวมติดลบ ควรขายดีไหม ?
 

กองทุนรวม ที่ผลตอบแทนติดลบ มักสร้างความตระหนกตกใจให้นักลงทุนได้ไม่มากก็น้อย หลายคนรีบขายกองทุนทิ้งไป เพราะกลัวจะขาดทุนมากไปกว่านั้น ซึ่งตลาดหลัทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้ข้อมูลว่า เมื่อกองทุนรวมให้ผลตอบแทนติดลบ การตัดสินใจว่า ควรขายกองทุน หรือ ควรอดทนถือลงทุนต่อไป มีหลักพิจารณาด้วยกัน 3 ข้อ ดังนี้

1.กองทุนรวมติดลบ เพราะระยะเวลา : การพิจารณาระยะเวลาจะทำให้นักลงทุน มองเห็นภาพการลงทุนของตัวเองชัดเจนขึ้น ว่า การลงทุนเป็นไปตามคอนเซ็ปของกองทุนรวมทั่วไป ที่มีวัตถุประสงค์ ต้องการให้ทุกคน ลงทุนระยะยาว แบบ 3 - 5 ปี อะไรทำนองนี้หรือไม่ ?

กองทุนรวม ก็มีหลายประเภท มีทั้งที่เสี่ยงสูง และ เสี่ยงต่ำ ถ้ากองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูง ก็จะให้ผลตอบแทนที่สูงด้วย ดังนั้น ธรรมชาติของกองทุนรวมลักษณะนี้ เช่น กองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ก็มักจะมีความผันผวนในระยะสั้นด้วย

กองทุนรวมประเภทนี้ ที่นักลงทุนเข้าไปลงทุน มักมีพฤติกรรมไม่สามารถทนถือหน่วยลงทุนระยะยาวได้ เห็นผลตอบแทนติดลบ ก็คิดจะขาย แล้วเปลี่ยนกองทุนเลย ซึ่งตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้เตือนว่า นักลงทุนควรเปลี่ยนทัศนคติในข้อนี้เสียก่อน

กองทุนรวมในกรณีแบบนี้ ที่ผลตอยแทนติดลบตามระยะเวลาในช่วงสั้น ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำว่า นักลงทุรไม่ควรรีบขายกองทุนออกมา แต่ยังควรถือลงทุนระยะยาวตามปรัชญาการลงทุนของกองทุนรวมไปก่อน แม้ไม่มีอะไรที่รับรองได้ว่าในอีก 3 – 5 ปีข้างหน้า ผลตอบแทนกองทุนรวมจะเป็นอย่างไร แต่การลงทุนในกองทุนรวมระยะยาว มักประสบความสำเร็จมากกว่าล้มเหลวเสมอ

2.กองทุนรวมติดลบ เพราะสินทรัพย์ที่ลงทุน : ตลาดหลักทรัพย์ฯ ระบุว่า ไม่มีสินทรัพย์ใด ที่กองทุนรวมเข้าไปลงทุนแล้ว จะได้กำไรไปตลอดกาล ดังนั้น หากเกิดวิกฤติขึ้น ย่อมทำให้ราคา หรือมูลค่าของสินทรัพย์ลงทุน ปรับตัวลงตามสถานการณ์ได้

กองทุนรวมที่ให้ผลตอบแทนติดลบ ในลักษณะนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ แนะนำว่า นักลงทุนควรพิจารณาผู้จัดการกองทุนรวม และ ทีมงาน เป็นอันดับแรก ว่า จะสามารถปรับพอร์ตสินทรัพย์ของกองทุนรวม ในสถานการณ์วิกฤติได้อย่างมีประสทธิภาพได้หรือไม่ ? 

กองทุนรวม เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น แต่ผู้จัดการกองทุนรวมสามารถปรับพอร์ตสินทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็สามารถถือลงทุนในกองทุนรวมดังกล่าวต่อไปได้ เพราะเมื่อผ่านวิกฤติไป กองทุนรวมของนักลงทุน ก็มีโอกาสกลับมาสร้างผลตอบแทนที่ดีดังเดิมได้

แต่ในทางกลับกัน หากประเมินแล้วว่า สินทรัพย์ที่กองทุนรวมเข้าไปลงทุน อาจมีปัญหาระยะยาวจากวิกฤติที่เกิดขึ้น และ อาจส่งผลให้กองทุนรวม ไม่สามารถกลับมาทำกำไรได้อีกต่อไป นี่ก็ถือเป็นจังหวะที่นักลงทุนควรต้องตัดใจขายกองทุนนั้นไป และ เปลี่ยนประเภทสินทรัพย์ลงทุน ที่เหมาะกับสถานการณ์ขณะนั้นแทน

3.กองทุนรวมติดลบ เพราะการบริหารงาน : สาเหตุที่ทำให้ผลตอบแทนกองทุนรวมติดลบ เพราะการบริหารงาน มีเหตุผลหลัก คือ นโยบายการลงทุนไม่เหมาะสม เช่น เปลี่ยนผู้จัดการกองทุนรวมบ่อยเกินไป, เปลี่ยนนโยบายกองทุนบ่อย ทำให้การลงทุนไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
.
กองทุนรวม ที่ให้ผลตอบแทนติดลบในรูปแบบนี้ อาจสะท้อนได้ว่า แผนการดำเนินงานไม่เป็นไปตามนโยบายการจัดตั้งกองทุน เช่น ไม่ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน ดังนั้น เมื่อสถานการณ์ที่อัตราแลกเปลี่ยนแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็อาจส่งผลกระทบต่อผลตอบแทนของนักลงทุนอย่างเราได้

เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองว่า ไม่มีเหตุผลที่นักลงทุนจะถือลงทุนในกองทุนรวมต่อไป ดังนั้น ควรขายกองทุนทิ้งทันที แล้วนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมอื่นที่มีนโยบายการลงทุนใกล้เคียงกัน โดยพิจารณาการบริหารงานของกองทุนนั้นว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ หรือมีการลงทุนที่เป็นไปตามนโยบายที่วางไว้หรือไม่ ?

ทั้งนี้ เมื่อกองทุนรวมของนักลงทุน ให้ผลตอบแทนติดลบ นักลงทุนไม่ควรตกใจจนเกินไป แต่ควรตั้งสติให้ดีก่อน แล้วมานั่งหาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น เพื่อนำมาประเมิน และตัดสินใจอย่างมีสติ ว่าถึงเวลาที่ต้องขายกองทุนออกไปแล้ว หรือ ยังสารถ ถือลงทุนระยะยาวต่อไปได้ ?







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh