บทความแนะนำ

กองทุนรวม ขายตอนไหนดี ?

กองทุนรวม ขายตอนไหนดี ?

กองทุนรวมถูกมองว่าเป็นเครื่องมือการลงทุนระยะยาว ดังนั้นการตัดใจขายออกไป อาจทำให้หลายคนรู้สึกว่ากำลังทำเรื่องผิดพลาด แต่ในทางกลับกันการขายกองทุนรวมออกไป อาจไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป หากมี 3 สัญญาณเตือนเกิดขึ้น แต่จะมีอะไรบ้าง ต้องติดตาม! 
 

*** กองทุนรวม เหมาะลงทุนระยะยาว

.
"กองทุนรวม" มักถูกมองว่า เป็นเครื่องมือการลงทุนที่ดี สำหรับการลงทุนในระยะยาว เพราะจะทำให้บั้นปลายชีวิตในยามเกษียณของนักลงทุน มีเงินเพียงพอที่จะดูแลตัวเองได้ 

กองทุนรวม มีคำนิยามที่หลายคนมักคุ้นชิน คือ ยิ่งถือลงทุนนานๆ ยิ่งปิดความเสี่ยงในการลงทุนให้แทบเป็น 0% ได้เลย เพราะระยะเวลาที่นานในการลงทุน จะสามารถถัวเฉลี่ยผลตอบแทนที่นักลงทุนได้รับ จนท้ายที่สุดกลายเป็นบวกได้นั่นเอง

กองทุนรวม ที่พบส่วนใหญ่ คือ นักลงทุน มักไม่สามารถลงทุนในสินทรัพย์ใด สินทรัพย์หนึ่งในระยะยาวได้ บางคนขายกองทุนรวมที่มีมูลค่า NAV ลดลงจาก 10 บ./หน่วย แล้วไปซื้อกองทุนรวมประเภทเดียวกัน ในราคา 4 บ./หน่วย เพราะคิดผิดว่าถูกกว่า
 

*** กองทุนรวม ควรขายออก เมื่อพบ 3 สัญญาณนี้
 

กองทุนรวม ที่หลายคนไม่สามารถทนถือระยะยาวจนเกษียณได้ไม่ใช่เรื่องแปลก หรือ เรื่องผิดอะไรนัก เพราะตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ก็ให้ความเห็นว่า การขายกองทุนรวมออกไปก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะช่วยจำกดัดความเสี่ยงให้นักลงทุนได้ แต่ต้องมี 3 สัญญาณ ดังนี้

1.กองทุนรวม มีผู้จัดการกองทุนที่อาจหลับ : พฤติกรรมผู้จัดการกองทุนหลับ อาจสะท้อนได้จากการมีจำนวนกองทุนรวมที่ต้องรับผิดชอบมากเกินไป จนไม่มีเวลาให้ความสำคัญกับกองทุนรวมที่เคยดูแลอยู่อย่างที่ควรจะเป็น ทำให้ผลการดำเนินงานย่ำแย่ลง เมื่อเทียบกับกองทุนรวมประเภทเดียวกัน 

หรือ อีกกรณี คือ เมื่อนักลงทุนเปิดพอร์ตมาดู พบว่ากลับไม่ใช่กองทุนรวมเดิมๆ ที่นักลงทุนเคยชื่นชอบอีกต่อไปแล้ว ก็เป็นอีกหนึ่งจังหวะที่ควรตัดใจขายกองทุนรวมนั้นทิ้งเสียก่อน ที่ผลการดำเนินงานจะย่ำแย่ไปมากกว่านี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ตนเองได้มองหาการลงทุนอื่นๆ ที่ให้ผลตอบแทนน่าสนใจกว่า ในช่วงเวลานั้นๆ 

2.กองทุนรวมนี้อาจไม่เหมาะกับนักลงทุนอีกแล้ว : เมื่อถึงจุดหนึ่งนักลงทุน อาจต้องยอมตัดใจขายกองทุนรวมที่ดีสุดของตนเองออกไป เพราะว่ากองทุนนั้นๆ ไม่เหมาะสมกับนักลงทุนอีกต่อไปแล้ว เช่น เราลงทุนส่วนมากในกองทุนหุ้น แต่ปัจจุบัน เหลือเวลาอีก 3-4 ปี จะเกษียณอายุแล้ว

กองทุนรวมประเภทนี้ จึงอาจไม่เหมาะกับนักลงทุนแล้ว เพราะในช่วงดังกล่าว หลายคนอาจจะกังวลเรื่องการปกป้องเงินต้นของตัวเอง มากกว่าแสวงหาผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ต้องแบกรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นที่ต้องยอมตัดใจขายกองทุนนั้นๆออกไป เพื่อไปแสวงหากองทุนใหม่ ที่สอดคล้องกับเป้าหมาย ณ ปัจจุบัน มากกว่า

กองทุนรวม ที่อาจถึงจังหวะต้องขายทิ้งอีกกรณี คือเรามีแผนใช้เงินก้อนใหญ่ในอีกไม่ช้า และพบว่าสัดส่วนการกระจายการลงทุนในพอร์ตทั้งหมดไม่เหมาะสม จึงจำเป็นต้องกันเงินลงทุนบางส่วนไม่ให้ผันผวน เพื่อรองรับการใช้เงินก้อนใหญ่ในอีกไม่ช้า นี่ก็ถือเป็นอีก 1 จังหวะ ที่อาจต้องยอมขายกองทุนหุ้นบางส่วนออกไป และ มองหาการลงทุนใหม่ๆ ที่มีความผันผวนน้อยกว่า เช่น กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น เป็นต้น

3.กองทุนรวม ถึงทางตันที่จะถือต่อไป : เรื่องนี้แม้จะยากที่จะรู้ว่า เมื่อไหร่ควรถือกองทุนต่อไป หรือ เมื่อใดควรขายออกและซื้อเพิ่มภายหลัง เพราะคงมีแค่ไม่กี่คนเท่านั้น ที่จะมีความสามารถ ถึงขั้นคาดเดาภาวะตลาดล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ แต่สิ่งสำคัญ คือการหมั่นทำการบ้านอยู่ตลอดเวลา ทั้งศึกษาเทรนด์อนาคต และ ปัจจัยพื้นฐานควบคู่กันไป

ยกตัวอย่างเช่น "เชลดอน จาคอบส์" บรรณาธิการนิตยสาร No-Load Fund Investor ได้ขายกองทุนหุ้นเทคโนโลยี ที่ตัวเองถือลงทุนอยู่ทั้งหมดออกไปในปี พ.ศ.2543 ทั้งๆที่เป็นช่วงที่สินค้าเทคโนโลยี กำลังอยู่ในรอบการเติบโตอย่างมาก แต่การที่อุตสาหกรรมมีแนวโน้มเติบโตในอนาคต ก็ต้องพิจารณาควบคู่กับปัจจัยพื้นฐาน ณ ปัจจุบัน ด้วยว่าแพงเกินไปแล้วหรือยัง

กองทุนรวม ก็มีหลักการเช่นั้นเหมือนกัน ซึ่งในครั้งนั้น "เชลดอน" อ่านเกมส์ขาด มองว่าอุตสาหกรรมดังกล่าว ยังสามารถเติบโตต่อได้ในอนาคต แต่ราคาหุ้นเทคโนโลยี ณ ตอนนั้น แพงเกินพื้นฐานไปมากแล้ว เขาจึงตัดสินใจขายกองทุนหุ้นเทคโนโลยี ออกทั้งหมด 

หลังจากนั้นไม่นาน ตลาดหุ้น NASDAQ ซึ่งเป็นกระดานหุ้นเทคโนโลยี และกลุ่ม"ดอทคอม" ราคาหุ้นก็ปรับตัวลงแรง เพราะ ราคาหุ้น ขณะนั้น แพงเกินพื้นฐานจริงๆ อย่างที่"เชลดอน" คาดการณ์ไว้ และหลังจากนั้นอีก 1 ปี "เชลดอน"ก็กลับเข้าไปลงทุนในกองทุนหุ้นเทคโนโลยีอย่างเต็มตัวอีกครั้ง เพราะมองว่า มูลค่าเริ่มถูกมากแล้ว เมื่อเทียบกับช่วงที่เขาขายออกไปก่อนหน้านี้

กองทุนรวม ก็เหมือนกับการลงทุนในหุ้น หรือ อื่นๆ ที่มีทั้งจุดที่ควรเข้าซื้อ และ จุดที่ควรขายออกไป แต่สิ่งสำคัญ คือ นักลงทุน ต้องไม่ขายกองทุนที่กำลังทำงานอย่างเต็มที่ให้ตัวเองออกไปเป็นอันขาด เพราะนั่นจะเป็นความผิดพลาดในการลงทันครั้งใหญ่ ...







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh