บทความแนะนำ

หุ้นปันผลสูง ดีจริงไหม ?

หุ้นปันผลสูง ดีจริงไหม ?

หุ้นปันผลสูงได้รับความนิยมมาก เพราะสามารถสร้างกระแสเงินสดให้นักลงทุนได้อย่างสม่ำเสมอ แต่การลงทุนในหุ้นปันผลสูงๆ จะเป็นการลงทุนที่ดี หรือ ถูกต้องเสมอไปหรือไม่ ? บทความนี้มีคำตอบ ต้องติดตาม! 
 

*** หุ้นปันผลสร้างเงินสดสม่ำเสมอ จึงเป็นที่นิยม
 

หุ้นปันผล เป็นอีก 1 ช่องทางการลงทุน ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะสามารถสร้างกระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ ให้กับนักลงทุนได้นั่นเอง ประกอบกับ ผลตอบแทน ยังสูงกว่าการฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์อีกด้วย 

หุ้นปันผล ที่น่าลงทุนส่วนใหญ่ หรือ แทบทั้งหมด มักจะมองหา จึงเป็นหุ้นในลักษณะ ที่จ่ายเงินปันผล คิดเป็นอัตราผลตอบแทน (Dividend Yield) ระดับสูงๆ เท่านั้น


*** หุ้นปันผลสูงๆ ดีจริงหรือไม่ ?
 

หุ้นปันผลในระดับสูง หากพิจารณาให้ดี จะพบว่า มีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย ด้วยกันทั้ง 2 แบบ ซึ่งสิ่งที่ทำให้การลงทุนในหุ้นปันผลสูง ถูกมองว่า มีทั้งข้อดี และ ข้อเสีย ขั้นแรก ต้องไม่ลืมพื้นฐานที่ว่า บริษัทในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) สามารถมอบผลตอบแทนให้นักลงทุนได้ 2 แบบ นั่นก็คือ 1.กำไรจากการเปลี่ยนแปลงราคาหุ้น (Capital Gain) และ 2.กำไรจากเงินปันผล (Dividend Yield)

และที่สำคัญไปกว่านั้น คือ ที่มาของผลตอบแทนทั้ง 2 รูปแบบดังกล่าว ต้องมาจากปัจจัยที่สำคัญที่สุด นั่นก็คือ การทำธุรกิจของบริษัท"ต้องมีกำไร" นั่นเอง

หุ้นปันผล เมื่อมีกำไร สามารถเลือกได้ ว่าจะเก็บกำไรนั้นไว้ใช้ในการทำธุรกิจต่อ หรือ จะนำเงินนั้น มามอบให้กับผู้ถือหุ้นในรูปแบบเงินปันผลก็ได้ ซึ่งการที่บริษัท ตัดสินใจนำกำไรที่ทำได้มามอบให้กับผู้ถือหุ้น แน่นอนว่า ต้องเป็นข้อดีต่อผู้ถือหุ้น เพราะจะได้รับเงินปันผล ในระยะสั้นที่กำลังจะถึง

หุ้นปันผล ในมุมกลับกัน ถ้าการที่บริษัทตัดสินใจทำแบบนั้น นั่นก็หมายความว่า บริษัท จะไม่เหลือเงินสด หรือ เหลือเงินสดไว้จำนวนค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการนำไปลงทุนในโครงการใหม่ๆ ที่สามารถสร้างการเติบโตให้กับบริษัทในระยะถัดไปได้

หุ้นปันผล เมื่อถึงวันหนึ่ง ที่ค้นพบโครงการลงทุนใหม่ ที่มั่นใจว่าจะสร้างการเติบโตให้กับบริษัทได้ สิ่งที่น่าเศร้า ณ ตอนนั้น คือ บริษัท อาจมีเงินสดในมือไม่เพียงพอ ที่จะนำไปลงทุนในโครงการดังกล่าวได้ 

หุ้นปันผล ที่อยากสร้างการเติบโตด้วยการลงทุน จึงอาจต้องยอมกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน ซึ่งจะทำให้บริษัทมีภาระดอกเบี้ยจ่าย และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) สูงขึ้น หรือ แย่ไปกว่านั้น บางบริษัท อาจใช้กลยุทธ์เพิ่มทุน เรียกเงินสดจากผู้ถือหุ้น ที่เคยได้รับเงินปันผลไปก่อนหน้านี้คืน ซึ่งแน่นอนว่า คงไม่มีใครชอบ และอาจเป็นข้อเสียที่ตามมาหลังจากที่ได้รับเงินปันผลไปแล้วก็ได้


*** หุ้นปันผล ควรเลือกลงทุนอย่างไร ?
 

หุ้นปันผล หรือ หุ้นที่ไม่จ่ายเงินปันผล มีเทคนิคการเลือกลงทุนคร่าวๆ ดัวยกัน 3 วิธิดังนี้

1.หุ้นปันผลสูงที่น่าลงทุน จะมีลักษณะ เป็นบริษัทที่เติบโตเต็มที่แล้ว จนกลายเป็นหุ้นแกร่ง มีแผนขยายกิจการ แต่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนมาก อาจจะจ่ายเงินปันผล คิดเป็น Dividend Yield ระดับ 3% ขึ้นไป แต่มีลักษณะการจ่ายแบบต่อเนื่อง และเป็นประจำ ซึ่งจะช่วยสร้างกระแสเงินสดให้พวกเราได้สม่าเสมอของจริง

3.หุ้นปันผล แต่กลับไม่น่าสนใจเข้าลงทุน จะมีลักษณะธุรกิจโตช้ามาก อยู่ในอุตสาหกรรมตะวันใกล้ตกดินเต็มที่แล้ว ไม่มีแผนขยายธุรกิจ หรือ สร้างการเติบโตใหม่ๆ แทบไม่มีความต้องการใช้เงินลงทุน ซึ่งหุ้นในลักษณะแบบนี้ แม้จะจ่ายเงินปันผลอยู่ แต่ระยะยาวก็มีความเสี่ยง ที่การจ่ายปันผลจะลดลง หรือ ถูกงด ตามธุรกิจหลักที่อยู่ในอุตสาหกรรมที่ใกล้รับฟ้าแล้ว

2.หุ้นที่ไม่จ่ายปันผล หรือ จ่ายปันผลเป็นหุ้น แต่น่าลงทุน จะมีลักษณะ เป็นบริษัทที่กำลังอยู่ในช่วงของการเจริญเติบโต ซึ่งทำให้มีความจำเป็นต้องเก็บกำไรที่ทำได้ เพื่อขยายธุรกิจต่อ จึงยังไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้ หรือ จ่ายเป็นหุ้นปันผลมาก่อน แต่กำไรสุทธิเติบโตขึ้นตลอด

หุ้นปันผลสูง ไม่ได้เป็นตัวแปรสำคัญในการตัดสินใจลงทุนเสมอไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ กำไร และ อนาคตของบริษัท ว่า จะเติบโตต่อได้หรือไม่ ? และที่สำคัญ อย่าลืมว่า หากบริษัทสามารถนำเงินที่จะจ่ายปันผลไปลงทุนขยายกิจการ แล้วทำให้กิจการเติบโตขึ้น รายได้เพิ่ม กำไรเพิ่ม และยังเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันได้ ที่สุดแล้ว ราคาหุ้นของบริษัทก็จะเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า กว่าการลงทุนในหุ้นปันผลสูงๆ แต่กำไรมีแนวโน้มไม่เติบโต







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh