เปิดมุมมองทองดีมีคุณภาพ บริการเยี่ยม ต้องทองใบเยาวราช กับ “ธีรเดช สินธพเรืองชัย”

 

 

         ปัจจุบันธุรกิจทองคำภายในประเทศไทยเจริญเติบโตขึ้นต่อเนื่อง หลังจากราคาทองคำในตลาดโลกมีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งในปีก่อน ประเทศไทยได้เปิดช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าทองคำแบบใหม่ นั่นก็คือ การซื้อขายสินค้า Gold Futures ขนาด 50 บาท/สัญญา ในตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย (TFEX) เปิดโอกาสให้ร้านทองเข้ามามีส่วนร่วมเป็นโบรกเกอร์เพื่อการซื้อขายได้ นอกจากนี้ตลาด TFEX ยังเปิดโอกาสให้สมาคมค้าทองคำและชมรมค้าปลีกเข้ามามีส่วนร่วมเป็นหุ้นส่วนกับโบรกเกอร์ทองอีกด้วย

         คุณธีรเดช สินธพเรืองชัย หรือ โก้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ห้างขายทองทองใบเยาวราช (1988) จำกัด  ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมค้าทองคำอยู่แล้ว เห็นว่านี่คือโอกาส จึงเข้ามาเป็นหุ้นส่วนร่วมกันในบริษัท จีที เวลธ์ แมเนจเมนท์ จำกัด ที่เป็นโบรกเกอร์ในตลาด Gold Futures โดยห้างขายทองทองใบเยาวราช ถือหุ้นในจีที เวลธ์ฯ ประมาณ 5% เพื่อต่อยอดให้บริษัทมีความเติบโต
         ในส่วนของตัวบริษัทเองหากพูดถึงชื่อ "ทองใบเยาวราช" จะเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากกว่า เพราะครอบคลุมร้านทองถึง 5 สาขาด้วยกัน ได้แก่ ทองใบเยาวราชสำนักงานใหญ่ ทองใบเยาวราชสาขา 1 และสาขา 2 ซึ่งทั้ง 3 แห่งจะขายปลีกอยู่ในย่านเยาวราช ส่วนที่เหลือใช้ชื่อทองใบเยาวราชสาขาสี่แยกวัดตึก และทองใบเยาวราช สาขาเฉลิมกรุง ซึ่งจะเป็นที่ขายส่ง สำหรับชื่อที่เป็นทางการอย่างบริษัท ห้างขายทองทองใบเยาวราช (1988) จำกัด จะเป็นชื่อร้านทองขายปลีก ส่วนชื่อบริษัทห้างขายทองทองใบเยาวราช (สี่แยกวัดตึก) จำกัด จะเป็นชื่อทางการที่ใช้สำหรับขาย

         คุณโก้ยังเล่าต่อว่า ตัวเขาเองเป็นผู้บริหาร " ทองใบเยาวราช " รุ่นที่ 2 ต่อจากคุณพ่อของเขา ซึ่งก่อตั้งมาแล้วประมาณ 40 ปี โดยก่อนหน้านี้ท่านได้เปิดร้านทองที่ห้วยขวาง และมาบุญครองมาก่อน หลังได้รับแรงบันดาลใจมาจากรุ่นคุณทวดที่เคยทำงานด้านช่างทองมาก่อนที่ประเทศจีน ต่อจากนั้นเป็นรุ่นคุณปู่เดินทางมาจากเมืองจีนและเข้ามาทำงานที่ประเทศไทย ตัวคุณปู่ของคุณโก้นั้นประกอบอาชีพเป็นช่างทอง ก่อนจะมาถึงรุ่นคุณพ่อที่เริ่มบุกเบิกร้านทอง แต่ปัจจุบัน 2 สาขาที่กล่าวมาได้ปิดกิจการลงไปแล้ว และได้มาเริ่มต้น 5 สาขาใหม่ โดยปัจจุบันท่านยังอยู่ดูแล และให้คำปรึกษา ส่วนตัวคุณโก้จะเป็นผู้ดูภาพรวมทั้งหมดในแง่การทำงาน
        สำหรับตัวคุณโก้เองเป็นลูกคนโตในบรรดาพี่น้อง 5 คน มีน้องสาว 3 คน ส่วนน้องชายเป็นคนสุดท้อง โดยน้องสาวคนที่ 2 และ 3 มาช่วยดูแลกิจการร้านทองด้วย คุณโก้บอกว่า ด้วยความที่เป็นลูกคนโตได้เห็นและสัมผัสธุรกิจของครอบครัว ทำให้เราได้ซึมซับไปเองโดยอัตโนมัติ และเลือกที่จะสืบสานร้านทองเองโดยคุณพ่อไม่ได้บังคับ แต่จุดสำคัญที่ทำให้อยากทำร้านทองมาจากตัวคุณพ่อ เพราะได้เห็นความลำบากของท่านในแง่การทำธุรกิจ สมัยก่อนการทำทองจะใช้วิธีการ Hand Made ทั้งนั้น แต่ปัจจุบันทั้งในแง่การผลิตที่ใช้เครื่องจักร หรือช่องทางการจัดจำหน่ายง่ายกว่ามาก

 

       "สมัยที่เรียนเราทำงานไปด้วย เราจึงได้เรียนรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับทอง ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงการผลิตเป็นทอง ซึ่งคุณพ่อถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดี ทำให้เราเอาเป็นแบบอย่างบ้าง โดยวิธีการทำงานของท่านเป็นการฝึกฝนให้เราเป็น เราจึงเลือกมาทำงานธุรกิจทองคำเหมือนคุณพ่อ “โดยแนวทางการบริหารคุณโก้จะยึดแบบอย่างตามคุณพ่อ เพราะท่านจะสอนเสมอว่าจะต้อง ซื่อสัตย์ ขยัน อดทน บริการประทับใจต่อลูกค้า นอกจากนี้ เราจะสอนพนักงานให้ยิ้มแย้มแจ่มใส สำหรับผู้ที่ซื้อทองไปแล้วเกิดสินค้าชำรุดเสียหาย เราก็มีบริการเชื่อมหรือซ่อมแซมให้ฟรี"
       นอกจากนี้ คุณโก้ยังกล่าวอีกว่าธุรกิจทองในปัจจุบันจะต้องปรับตัวให้ทันกับยุคสมัยมากขึ้น เพราะเทคโนโลยีที่เติบโตขึ้นโตต่อเนื่อง ปัจจุบันบริษัทฯ เน้นขายทองรูปพรรณแบบลวดลายดีไซน์ใหม่ๆ ทันสมัย ส่วนทองคำแท่งทางร้านได้จัดทำดีไซน์แบบที่ทันสมัย รวมทั้ง ออกแบบกล่องบรรจุทองคำแท่งในดีไซน์ที่หรู เหมาะแก่การซื้อมอบเป็นของฝากและของขวัญ ซึ่งสามารถเข้าไปดูราคาทองรูปพรรณ รวมถึงดีไซน์ต่างๆ ได้ที่ www.thongbai.com ส่วนในอนาคตข้างหน้าคาดว่า การซื้อขายสินค้าทองคำผ่านระบบออนไลน์มีสิทธิ์เกิดขึ้น และถ้าเกิดเป็นรูปธรรมแล้ว บริษัทฯ ก็มีแนวโน้มจะทำระบบออนไลน์ด้วย

 

         ปัจจุบันคุณโก้อายุ 31 ปี แต่งงานแล้วและมีบุตร 2 คน ชีวิตคู่ของคุณโก้เกิดเมื่ออายุ 24 ปี ถามว่าเร็วไปรึเปล่า คุณโก้ให้คำตอบว่า “ในเมื่อเราเจอคนถูกใจ ในเมื่อใช่ก็แต่งเลย” ด้านการศึกษาคุณโก้เรียนสายพาณิชย์ที่เทคโนโลยีจักรพงษภูวนารถ และเทคโนโลยีบพิตรพิมุขจักรวรรดิ ก่อนจะเข้าต่อปริญญาตรีคณะบริหารที่มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และจากการที่มีครอบครัวแล้ว ความสำคัญลำดับต้นๆ คือ การใช้เวลาร่วมกับครอบครัวโดยเฉพาะให้เวลาแก่ลูก แม้ว่าร้านทองจะเปิดทุกวัน ยกเว้นช่วงเทศกาลสงกรานต์ แต่ในวันอาทิตย์จะพาลูกไปเรียนพิเศษ หรือในสิ่งที่เขาอยากเรียนเพิ่มเติม

          ในส่วนกิจกรรมยามว่างที่โปรดปราน คือ ออกกำลังกายสัปดาห์ละ 3 วัน โดยการเข้าฟิตเนส ใช้เวลาวันละประมาณ 1 - 1.30 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมใหม่ที่สนใจ คือ การชกมวย (Kick Fit) เริ่มเล่นมาประมาณ 2 - 3 เดือนแล้ว เพราะถือว่าได้ออกกำลังกายทุกสัดส่วน ด้านอาหารการกินคุณโก้บอกว่า สามารถรับประทานได้ทุกอย่าง แต่ที่ทานบ่อยสุดคงหนีไม่พ้นอาหารที่อยู่ย่านเยาวราช ทั้งบะหมี่แห้ง ข้าวหมูแดง เพราะใกล้กับที่ทำงานนั่นเอง
 

             ปิดท้ายด้วยแนวทางการลงทุน คุณโก้บอกว่า จะแบ่งพอร์ตการลงทุนออกเป็นเงินฝากออม เงินฝากประจำ รวมถึงการลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ เสียงต่ำ ส่วนอีกอย่างที่ขาดไม่ได้นั้น คือ การลงทุนในสินทรัพย์ทองคำ เพราะเป็นเมเจอร์หลักในการประกอบธุรกิจซึ่งมีความชำนาญอยู่แล้ว



By : ชุติมา ถาวรพราหมณ์

eFinanceThai.com