Management's Lifestyle

| 24 พฤษภาคม 2560

SMT คิดค้นนวัตกรรมใหม่เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิม

นายพร้อมพงศ์ ไชยกุล

รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SMT

คิดค้นนวัตกรรมใหม่เพื่อต่อยอดธุรกิจเดิม

 

          “พร้อมพงศ์  ไชยกุล” ทายาทรุ่นที่ 2  ของบริษัท สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ SMT  บริษัทฯประกอบธุรกิจให้บริการการผลิตชิ้นส่วน และสินค้า อิเล็กทรอนิกส์ ให้กับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้อย่างครบวงจร โดยใช้เครื่องจักรที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูง ทำให้บริษัทสามารถรับจ้างผลิตและประกอบชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ได้อย่างหลากหลาย ทั้งชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความซับซ้อน หรือต้องการความละเอียดและความแม่นยำสูง เพื่อตอบสนองข้อกำหนดของผลิตภัณฑ์และความต้องการของลูกค้า  

          ล่าสุด SMT ได้รับมอบสิทธิ์และนวัตกรรมของนักวิจัยคณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) ศูนย์เทคโนโลยีทางทันตกรรมขั้นสูง (ADTEC)  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมวิจัยและพัฒนาผลงาน  “แผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็ก” ประสบความสำเร็จและสามารถขยายผลสู่เชิงพาณิชย์  โดย SMT ได้รับสิทธิ์ในการผลิตวัสดุฝังในสำหรับสัตว์เล็ก รายแรกในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์การเข้าถึงบริการการรักษาอย่างเหมาะสมและในราคาที่ถูกลง รวมทั้งผลักดันอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ ให้เป็นอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศไทย 4.0 

**จุดพลิกผันเรียนวิศวะเพื่อสานต่อธุรกิจครอบครัว

          หลังจากเรียนจบมัธยมต้น ก็ได้ย้ายไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ  ระหว่างนั้นเองได้ค้นพบว่า ตนเองชอบงานศิลปะ และโปรดักส์ดีไซน์ ขณะเดียวกันก็อยากเรียนแพทย์ แต่โชคดีที่ทางครอบครัวเปิดโอกาสให้ตัดสินใจเลือกเรียนได้ตามความชอบ จุดพลิกผันที่ทำให้เขาตัดสินใจมาเรียนวิศวกรรมศาสตร์ เนื่องจากต้องการกลับมาช่วยงานของครอบครัว โดยมองว่าพรสวรรค์เรื่องการออกแบบหรืองานศิลปะที่มีอยู่นั้นสามารถเรียนรู้และมาต่อยอดในภายหลังได้ ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ส่วนเหตุผลหนึ่งที่ไม่เรียนแพทย์เพราะใช้เวลาเรียนนาน ขณะที่วิศวกรรมศาสตร์ก็สามารถนำไปต่อยอดกับแพทย์ได้ในอนาคต ทำให้ตัดสินใจเรียนปริญญาตรีและโทสาขาไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์และการบริหาร มหาวิทยาลัยอิมพีเรียลคอลเลจ ลอนดอน สำเร็จมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากนั้นได้มีประสบการณ์ทำงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และกลับมาเรียนปริญญาโทใบที่สองที่สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อหาความรู้เพิ่มเติม และเพิ่มคอนเนคชั่นเพื่อน เพราะที่ผ่านมาไปเรียนต่างประเทศมานานจึงมีเพื่อนคนไทยไม่มาก

**จุดเริ่มต้นธุรกิจ

          กว่าจะมาถึงวันนี้เคยมีบทเรียนความล้มเหลวจากการลงทุนทำธุรกิจในรูปแบบของสตาร์ทอัพเกี่ยวกับทัชเซ็นเซอร์ ที่สหรัฐอเมริกาประมาณ 1 ปี ระยะแรกดูจะไปได้ดี ต่อมาถูกลอกเลียนแบบจากคู่ค้าในตลาด จึงตัดสินใจปิดบริษัท แล้วกลับมาช่วยงานธุรกิจครอบครัว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะขาดทุนแต่มองว่าได้ประสบการณ์เรียนรู้การทำธุรกิจด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการประสานงานติดต่อสื่อสารกับคู่ค้าในการพัฒนา ขาย และการตั้งสายการผลิต  ได้เรียนรู้ถึงจุดเสี่ยงและข้อผิดพลาดต่าง ๆ ที่ควรหลีกเลี่ยงในการดำเนินธุรกิจในอนาคต และมองว่าการนำงานวิจัยจากหิ้งลงมาสู่ห้างเป็นโอกาส ช่วยร่นระยะเวลาและต้นทุนในการพัฒนา รวมถึงช่วยสนับสนุนนักพัฒนาและนักวิจัยไทย และลดความเสี่ยงการถูกลอกเลียนแบบได้ด้วย ทั้งนี้ยังได้เรียนรู้ว่าคนไทยเก่งไม่แพ้ต่างชาติ เพียงแต่โอกาสอาจน้อยกว่าเท่านั้น

          "ความล้มเหลวทำให้เราเข้าใจว่า เส้นทางธุรกิจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ทุกอย่างเกิดจากการลองผิดลองถูกเพราะไม่มีสูตรสำเร็จตายตัวไม่มีอะไรง่าย ต้องอดทนที่จะเรียนรู้บริหารจัดการเวลาเหมาะสม และเข้าใจคู่ค้าในแต่ละเชื้อชาติ ซึ่งมีวัฒนธรรมและการทำงานที่แตกต่างกัน "

          หลังจากกลับมาทำงานที่ SMT เริ่มต้นจากการทำโปรเจคทัชแพด ตามออเดอร์ลูกค้า ต่อมาได้ดูแลด้านห่วงโซ่อุปทานเพื่อควบคุมและลดค่าใช้จ่ายบริษัทฯ ก่อนที่จะตั้งทีมทำอุปกรณ์ทางการแพทย์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง เริ่มต้นจากการเป็นหน่วยธุรกิจใหม่ในบริษัทฯ จากเดิมที่เน้นผลิตสินค้าที่มีมาร์จิ้นต่ำ อย่างเช่น ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ ซึ่งตลาดสินค้าดังกล่าวเริ่มอิ่มตัวและการแข่งขันด้านราคาสูงขึ้น โดยได้รับคำแนะนำจาก “คุณอาสมนึก ไชยกุล” ประธานกรรมการและประธานคณะกรรมการบริหาร บมจ.สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ หรือ SMT

**คิดค้นนวัตกรรมใหม่ต่อยอดธุรกิจเดิม

          ทั้งนี้ เพื่อเติมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจครอบครัว "พร้อมพงศ์ ไชยกุล" ตัดสินใจขยับสู่ธุรกิจวัสดุทางการแพทย์ โดยชิมลางด้วยแผ่นดามกระดูกและหมุดยึดสำหรับสัตว์เล็ก ที่รับต่อยอดจากงานวิจัยของภาควิชาเวชศาสตร์คลินิกสัตว์เลี้ยง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จากนั้นจึงค่อยก้าวสู่วัสดุทางการแพทย์สำหรับมนุษย์ โดยวัสดุทางการแพทย์สำหรับสัตว์เล็กที่เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อเร็วๆ นี้ เป็นธุรกิจใหม่จากไอเดียของ “พร้อมพงศ์” ทายาทรุ่นที่ 2 แห่งครอบครัวไชยกุล ที่มุ่งมั่นบุกเบิกตลาดต่อยอดธุรกิจรับจ้างผลิตและส่งออกชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ภายใต้ บมจ. สตาร์ส ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) หรือ SMT ที่มีผลประกอบการรายได้ร่วมหมื่นล้าน เพื่อหวังสร้างรายได้และลดความเสี่ยงในการทำธุรกิจยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ท่ามกลางความเสี่ยงจากการแข่งขัน และสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง มองว่าประเทศไทย มีจุดแข็งทางการแพทย์ แต่ส่วนใหญ่เน้นด้านบริการ มีจำนวนบริษัทที่คิดค้นและผลิตเครื่องมือแพทย์เทคโนโลยีขั้นกลางและขั้นสูงที่จำกัด  ดังนั้นจึงหันมาลงทุนในการคิดค้นและพัฒนาวัสดุทางการแพทย์ เพื่อสร้างโอกาสและความแตกต่างให้กับกลุ่มผู้ใช้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ให้มีโอกาสใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย จากเดิมที่ต้องนำเข้าจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีราคาแพง และในขณะเดียวกันยังช่วยส่งเสริมนักวิจัยไทยให้พัฒนาและสร้างองค์ความรู้ให้กับประเทศอีกด้วย

**แนวคิดในการทำงาน       

          ยุคนี้หากยังทำธุรกิจในรูปแบบเดิม ๆ หรือมองข้ามการลงทุนด้านเทคโนโลยี รวมถึงการบริหารจัดการแบบเก่า จะทำให้ธุรกิจไม่สามารถเดินไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ  เพราไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งที่มีความพร้อมมากกว่า ทางรอดคือการสร้างนวัตกรรมและเตรียมพร้อมเพื่อรับมือต่อปัจจัยแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา  และการเป็นทายาทต้องรู้จักบริหารความเสี่ยงพร้อมกับอัพเดทข้อมูลว่า เทรนด์ตลาดโลกไปทิศทางใด เพื่อปรับตัวให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลง

          "การคิดธุรกิจใหม่ๆ เพื่อต่อยอดจากธุรกิจเดิมไปเรื่อย ๆ จะทำให้ธุรกิจสามารถเติบโตไปได้อย่างยั่งยืน และเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจดั้งเดิม เหมือนครั้งหนึ่งที่ครอบครัวแตกไลน์ธุรกิจจากโรงสีและส่งออกข้าว  มาทำอิเล็กทรอนิกส์ ถือเป็นการบริหารจัดความความเสี่ยงที่ดี"

          สำหรับผู้ที่เป็นทายาทธุรกิจ  ควรพยายามทำความเข้าใจกับผู้ใหญ่ เพราะแต่ละวัยมีประสบการณ์การเรียนรู้ที่แตกต่างกัน ต่างคนต่างสไตล์ แต่ผู้ใหญ่จะมากด้วยประสบการณ์ ซึ่งเราสามารถเรียนทางลัดได้ จึงควรนำมาผสมผสานกับความคิดใหม่ของตนเอง และที่สำคัญควรวางแผนเพื่อท้าทายความสามารถตนเอง ซึ่งหลายคนมักจะขาดตรงนี้ ทำให้อาจสูญเสียธุรกิจครอบครัวไป

**เป้าหมายชีวิตและกิจกรรมยามว่าง

          สำหรับเป้าหมายชีวิต ด้านครอบครัว ตั้งใจเป็นแบบอย่างที่ดีในครอบครัวและดูแลญาติพี่น้องให้มีความสุข ส่วนหน้าที่การงานก็พัฒนาตัวเองและธุรกิจไปเรื่อยๆ ตามโอกาสและจังหวะเวลาที่เหมาะสม ส่วนตัวเป็นคนชอบพักผ่อนอยู่บ้านกับครอบครัว พร้อมกันนั้นต้องดูแลสุขภาพด้วย กิจกรรมที่ชอบมากเลยคือ การดำน้ำ เพราะช่วยเรื่องการฝึกสมาธิ การที่ได้ดูธรรมชาติใต้น้ำและพบประสบการณ์ใหม่ๆทุกครั้ง ช่วยผ่อนคลายได้ดีมาก ในขณะเดียวกันชอบชกมวยและกีฬาผาดโผนเช่น เจ็ทสกี และ สโนว์บอร์ด เพราะช่วยระบายความเครียด และได้ท้าทายตัวเอง ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และการทำงานได้อีก ด้วย

 

**************************************

โดย  จันทนี ลลิตลัคนกุล  

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh