Management's Lifestyle

| 28 ธันวาคม 2560

รู้จักซีอีโอ JMT คนใหม่ "สุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์"

นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์

(ว่าที่) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร

บริษัท เจเอ็มที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT

 

เปิดแผน แม่ทัพคนล่าสุด JMT โฟกัสธุรกิจบริหารหนี้ 

“ปิยะ พงษ์อัชฌา” ขึ้นนั่งเก้าอี้รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMART เดินหน้ารุกกลุ่มธุรกิจเต็มกำลัง

 

          หลังจาก บมจ. เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส (JMT) ผู้ประกอบธุรกิจติดตามหนี้ และบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ รายใหญ่สุดของประเทศไทย ประกาศแม่ทัพใหญ่ "ปิยะ พงษ์อัชฌา" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาออกจากตําแหน่ง พร้อมส่งไม้ต่อให้ “สุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์” ผู้อำนวยการบริหารสายงานการตลาด รับหน้าที่ซีอีโอคนใหม่ของ JMT แทน งานนี้ นักลงทุนหายห่วง เพราะแม่ทัพคนใหม่เป็นมือขวาคนสำคัญ เคียงบ่า เคียงไหล่ รุกธุรกิจบริหารหนี้ของ JMT มาด้วยกันกว่า 10 ปี

          ส่วนเฮียปิยะ ไม่ได้ทิ้งวงการไปไหน แค่ย้ายไปนั่งเก้าอี้ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. เจ มาร์ท (JMART) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ดูแลธุรกิจติดตามหนี้ บริหารหนี้  ธุรกิจสินเชื่อ และธุรกิจประกัน งานนี้ เรียกได้ว่า ฟอร์มทีมใหม่ ส่อแววไฉไลกว่าเดิม และมีโอกาสได้คุยกับซีอีโอป้ายแดงคนนี้ นับว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว...

 

 

*** รู้จัก บิ๊กบอส คนใหม่ แห่งอาณาจักรบริหารหนี้ “JMT”

          “สุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์” ชื่อนี้อาจไม่คุ้นหูนักลงทุนทั่วไป แต่เชื่อว่า เหล่าบรรดาแฟนพันธุ์แท้ของ JMT จะคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะทำงานอยู่กับ JMT มายาวนานกว่า 10 ปีแล้ว ตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน นับเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิก ร่วมกันสร้างธุรกิจบริหารหนี้ เคียงบ่า เคียงไหล่ บอส “ปิยะ พงษ์อัชฌา” จนสามารถนำบริษัทฯ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 27พฤศจิกายน 2555

          ส่วนที่มา ที่ไป ของแม่ทัพคนนี้ นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ชื่อเล่น โอ๋ จบการศึกษาระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการตลาด ปัจจุบันอายุ 42 ปี เริ่มทำงานที่ JMT ในตำแหน่งผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดและการขายในปี 2549 และในปี 2556 - 2559 ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยอำนวยการฝ่ายการตลาดและการขาย ส่วนในปี 2560 เป็นผู้อำนวยการบริหารสายงานการตลาด ล่าสุด บริษัทฯ ทำการแจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย นายปิยะ พงษ์อัชฌา ลาออกจากตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และแต่งตั้งให้ นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารแทน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป แต่เดี๋ยวก่อน เฮียปิยะไม่ได้หายไปไหน ยังคงเป็นกรรมการและลุยงาน JMT เหมือนเดิม ในหมวกใบใหม่ รับตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JMART ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ดูแลทั้งเรื่องติดตามหนี้ บริหารหนี้ รวมทั้ง ซิงเกอร์ และธุรกิจประกันภัย

 

 

*** JMT หลังฟอร์มทีมใหม่

          คุณโอ๋ เล่าให้เราฟังว่า การฟอร์มทีมใหม่ครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโต ลุยธุรกิจค้าปลีก ธุรกิจบริหารหนี้ และธุรกิจสินเชื่อกลุ่มเจมาร์ทได้อย่างแข็งแกร่ง และคล่องตัว ในส่วนของ JMT เองจะสร้างการเติบโตทั้งในประเทศและขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ตอกย้ำ การเป็นผู้นำในธุรกิจบริหารหนี้ด้อยคุณภาพรายใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากสถาบันการเงินต่างๆ ในการบริหารหนี้ให้ลูกค้า โดยใช้หลักประนีประนอม เพื่อให้ลูกค้าของเรากลับมามีบัญชีทางการเงินที่ดี ส่งผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจประเทศไทยให้ดีขึ้นเช่นกัน

 

*** จากผู้อยู่เบื้องหลัง มือขวาคนสำคัญ ก้าวขึ้นเป็นบอสใหญ่

          ย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของ JMT มาจากบริษัทแม่ JMART ที่ต้องการให้มาติดตามหนี้ที่เกิดจากการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้ายี่ห้อต่างๆ ก่อนจะก้าวเข้าสู่ธุรกิจจำหน่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ในปัจจุบัน หากนับช่วงเริ่มต้นก็ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2537 ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มทำงานให้กับ JMART และต่อจากนั้นพบว่า มีความชำนาญในธุรกิจเป็นอย่างดี จึงเริ่มขยายฐานลูกค้าออกมาสู่กลุ่มลูกค้าอื่นๆ นำโดย คุณปิยะ พงษ์อัชฌา ที่เป็นแม่ทัพใหญ่และผลักดันตั้งแต่เริ่มต้น จากนั้นในช่วงปี 2540 ซึ่งเป็นช่วงที่สถาบันการเงินเริ่มมีลูกหนี้เป็นจำนวนมาก จึงเริ่มเข้าสู่ธุรกิจเร่งรัดหนี้ ติดตามหนี้สินให้กับสถาบันการเงิน สะสมประสบการณ์ความชำนาญในการจัดเก็บหนี้มากยิ่งขึ้น

          จากนั้น ในช่วงปี 2549 ที่ผมได้มีโอกาสเข้ามาทำงานที่บริษัท เริ่มจากมาดูแลงานด้านการบริหารหนี้ และการตลาดอื่นๆ ในช่วงนั้น คุณปิยะ มองเห็นว่าเราต้องมีความมั่นคงให้กับบริษัทและพนักงาน เพราะด้วยศักยภาพของ JMT มีความเชี่ยวชาญในธุรกิจเร่งรัดหนี้ จึงมีแนวคิดที่จะซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารเอง ตอนนั้น ผมได้มีโอกาสเข้ามาดูแลในโปรเจ็กต์สำคัญนี้ และเริ่มต้นเจรจาซื้อหนี้ก้อนแรกจากสถาบันการเงินแห่งหนึ่งประสบความสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี นับจนถึงวันนี้ ก็ซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารกว่า 100 กองแล้ว ซึ่งก็ผ่านมือผมมาทุกกอง

 

 

*** ย้อนกลับไป 10 ปีที่แล้ว ภาพรวมการซื้อหนี้ในประเทศในยุคที่ยังไม่เฟื่องฟู

          จากวันแรกทีได้เข้ามาดูแลการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหาร ตอนนั้นสถาบันการเงินทั้ง Bank และ Non-Bank ยังไม่เข้าใจว่าการขายหนี้ออกมาให้เราช่วยดูแลดียังไง จึงเป็นงานที่ท้าทายพอสมควรในการสร้างความเข้าใจและการรุกตลาดนี้ แต่ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจติดตามหนี้ที่แข็งแกร่ง ทำให้เราเข้าใจลูกค้าเป็นอย่างดี รวมทั้ง มาตรฐานในการบริหารโดยใช้หลักการประนีประนอม เพื่อให้ลูกค้ากลับมามีบัญชีทางการเงินที่ดีนั้น เริ่มทำให้สถาบันการเงินต่างๆ ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่น สามารถใช้มืออาชีพอย่าง JMT ในการช่วยดูแลบริหารพอร์ตหนี้ได้ ทำให้ปัจจุบัน เราเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศไทยในธุรกิจนี้ มีพอร์ตบริหารหนี้โตขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อปี 2555 บริษัทฯ มีพอร์ตบริหารหนี้ ทั้งธุรกิจเร่งรัดหนี้ และซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารในพอร์ตรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากนั้นเมื่อสิ้นปี 2556 – 2559 มีพอร์ตบริหารหนี้รวมประมาณ 3.1 หมื่นล้านบาท, 6.5 หมื่นล้านบาท, 8.8 หมื่นล้านบาท และ 1.1 แสนล้านบาทตามลำดับ

          สำหรับงวด 9 เดือนปี 2560 มีพอร์ตบริหารหนี้รวมประมาณ 1.2 แสนล้านบาทแล้ว โดยตัวเลขงวด 9 เดือนปี 60 นี้ อาจยังไม่หวือหวามาก เนื่องจากหนี้ส่วนใหญ่ที่ซื้อมาบริหารจะทยอยเข้ามาในช่วงปลายปี  และเราจะเน้นเลือกซื้อหนี้ที่มีคุณภาพเข้ามาบริหาร เพื่อรักษาระดับอัตรากำไรที่ดี และคุ้มค่า มากกว่าซื้อ เพราะอยากให้มีหนี้เข้ามาบริหารเพิ่มในพอร์ตเยอะๆ เนื่องจากเราต้องบริหารหนี้ก้อนนี้เป็นระยะเวลานาน รวมทั้ง เราเริ่มเข้าไปรุกซื้อหนี้ที่มีหลักประกันเข้ามาบริหารเพิ่ม และรุกตลาดติดตามหนี้ในประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ประเดิมการติดตามหนี้ในประเทศกัมพูชาเป็นที่แรกในปีนี้ นับว่าหลังเข้ามารับตำแหน่งมีสิ่งที่ต้องทำอย่างต่อเนื่องอีกมากมายให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

 

 

 *** เป้าหมาย JMT ภายใต้การบริหารของบอสใหม่

          สำหรับ JMT ในปีหน้า เราตั้งเป้าซื้อหนี้เข้ามาบริหารเพิ่ม เนื่องจากภาพรวมในประเทศมีหนี้ NPL ในระบบเพิ่มสูงขึ้น เป็นโอกาสของบริษัทในการเข้าไปบริหารจัดการดูแล รวมทั้ง โอกาสทางธุรกิจอื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยใช้จุดแข็งที่เรามีอยู่ และเป็นธุรกิจที่ไม่หนีไปจากธุรกิจเดิม อยู่ในหมวดค้าปลีกและการเงินที่สามารถต่อยอดกลุ่มเจมาร์ทได้

 

*** นอกเหนือจากมุมธุรกิจ ดนตรีเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยามว่าง

          สำหรับผม ช่วงวันหยุดส่วนใหญ่ ผมจะอยู่บ้านกับครอบครัว เลี้ยงปลา ถ้ามีเวลาว่างก็จะเล่นดนตรี ฟังเสียงเปียโนแล้วรู้สึกสบาย ผ่อนคลาย เปียโนเป็นดนตรีที่ผมเล่นมาตั้งแต่เด็ก สำหรับแนวเพลงที่ชอบก็เป็นดนตรี Jazz Pop และ Latin

 

 

*** กล่าวปิดท้ายถึงการเข้ามารับหน้าที่ซีอีโอ

          ผมทำงานอยู่กับคุณปิยะมานาน เรียกได้ว่า เป็นทั้งพี่เลี้ยง พี่ชาย และเป็นที่ปรึกษาได้ทุกเรื่อง เหมือนกองทัพที่มีผู้นำเก่ง ที่เราชื่นชม และผมก็เคียงบ่า เคียงไหล่ เรียนรู้ทุกส่วนงาน นั้บตั้งแต่ก้าวแรกที่เราจะเข้ามารุกธุรกิจซื้อหนี้มาบริหาร ก็ให้การสนับสนุนกันมาโดยตลอด ในปี 2561 เข้ามารับตำแหน่งใหม่ก็รู้สึกทุกอย่างยังเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนไป เพราะคุณปิยะก็ยังคงนั่งเก้าอี้กรรมการ JMT และยังคงดูแลภาพรวมธุรกิจบริหารหนี้ในกลุ่ม JMART จึงมองว่า นี่จะเป็นการฟอร์มทีมเพื่อความคล่องตัวในการเติบโตอย่างยั่งยืนในกลุ่มธุรกิจของเรา ตามที่เคยบอกนักลงทุนและผู้ถือหุ้นของเราไว้ ไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

 

 

นิตยา พรมปัญญา รายงาน.....

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh