IPO CORNER แนะนำหุ้นเข้าใหม่
eFinanceThai.com


IPO CORNER : "เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป" เข็นหุ้นไอพีโอ 185.85 ล้านหุ้น เข้าเทรดใน SET


           ถ้าพูดถึงธุรกิจบริการอาหารประเภทสุกี้ยากี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M เพราะประกอบธุรกิจมายาวนานกว่า 25 ปี และเมื่อได้ย่างก้าวเข้าไปภาย ในร้านเอ็มเคสุกี้แล้วนอกจากจะได้ลิ้มรสอาหารอันแสนอร่อยยังจะได้ยินเสียงเพลงอันสุดแสนจะ ไพเราะเสนาะหู "สุขอยู่ที่ใด สุขอยู่นี่ไง ค้นพบความสุขที่ MK " ส่วนล่าสุดตอนนี้บริษัทดังกล่าวกำลังซุ่มฟิตความแข็งแกร่งแต่งตัวให้สวยก่อนเข็นหุ้นไอพีโอจำนวน 185.85 ล้านหุ้น เข้าซื้อขายในตลาดหลัก ทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เร็วๆนี้ เพื่อระดมทุนขยายสาขาทั้งในประไทยและต่างประเทศ ส่วนราย ละเอียดจะเป็นอย่างไรนั้น IPO CORNER อาสาพาแฟนคลับหุ้นไอพีโอไปเจาะลึกทุกซอกทุกมุมไปติดตามกันเลย

***ประวัติความเป็นมา การเปลี่ยนแปลง และพัฒนาการที่สำคัญของ M

          บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ M จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2532 มีทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1,000,000 บาท เพื่อดำเนินธุรกิจหลักคือร้านอาหาร ประเภทสุกี้ยากี้ นอกจากการประกอบธุรกิจบริการอาหารประเภทสุกี้ยากี้แล้ว ยังดำเนินกิจการร้าน อาหารญี่ปุ่นภายใต้ชื่อและเครื่องหมายการค้า “ยาโยอิ” ซึ่งเริ่ม ดำเนินการในปี 2549 ร้านอาหารญี่ปุ่น ภายใต้ชื่อและเครื่องหมายการค้า “ฮากาตะ” และ “เท็นจิน” ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ดังกล่าว เริ่มดำเนินการในเดือนตุลาคม 2555 ร้านอาหารไทยภายใต้ชื่อและเครื่องหมายการค้า “ณ สยาม” และ “เลอ สยาม” และ ร้านกาแฟ/เบเกอรี่ ภายใต้ชื่อและเครื่องหมายการค้า “เลอ เพอทิท” รวมถึงการดำเนินธุรกิจสถาบันฝึก อบรมอาชีพเพื่อฝึกอบรมพนักงานในเครือบริษัทฯ ทั้งหมดณ วันที่ 3 มีนาคม 2556 บริษัทฯ มีร้าน เอ็ม เค สุกี้ อยู่ทั้งหมด 359 สาขาทั่ว ประเทศ ( รวมร้าน เอ็ม เค โกลด์ 6 สาขา) ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ 95 สาขา ร้านอาหารญี่ปุ่นฮากาตะและเท็นจินเทปปันยากิ อย่างละ 1 สาขา ร้านอาหารไทย เลอ สยาม 2 สาขา ร้านอาหารไทย ณ สยาม 1 สาขา และร้านกาแฟ/เบเกอรี่ เลอ เพอทิท 1 สาขา นอกจากนี้ ยังมีการขายแฟรนไชส์ร้าน เอ็ม เค สุกี้ ให้แก่ผูประกอบการในต่างประเทศ ได้แก่ ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเวียดนาม และจัดตั้ง บริษัทร่วมทุนในการ ดำเนินธุรกิจร้านอาหารในประเทศสิงคโปร์

***ภาพรวมการประกอบธุรกิจของ M และบริษัทในเครือ

          บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ประกอบธุรกิจร้านอาหาร “ เอ็ม เค สุกี้” ร้านอาหารญี่ปุ่น“ยาโยอิ” ซึ่งได้รับสิทธิแฟรนไชส์จากประเทศญี่ปุ่น รวมถึงร้านอาหาร
ญี่ปุ่นแบรนด์อื่นๆ อีก 2 แบรนด์ ได้แก่ “ฮากาตะ”และ “เท็นจิน” ร้านอาหารไทย “ณ สยาม” และ “เลอ สยาม” ร้านกาแฟ/เบเกอรี่ “เลอ เพอทิท” รวมถึงสถาบันฝึกอบรมการประกอบอาชีพ


***ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของ M

          ในปี 2553 – ปี 2555 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวมจำนวน 9,078 ล้านบาท,10,824 ล้านบาท และ 13,141 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโต 19.2% ในปี 2554 และ 21.4% ในปี 2555 ทั้งนี้รายได้รวมของบริษัทฯ กว่า 98% เป็นรายได้จากการ ขายและบริการจากร้านสุกี้ เอ็ม เค ร้านสุกี้ เอ็ม เค โกลด์ และร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ ซึ่งแนวโน้มสัดส่วนรายได้จากการขายและบริการจาก ธุรกิจสุกี้มีแนวโน้มลดลงในขณะที่สัดส่วนรายได้จากการขายและบริการจากธุรกิจอาหารญี่ปุ่นยาโยอิมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทั้งนี้ รายได้จาก การขายและบริการของบริษัทฯ เกือบส่วนใหญ่เป็นการขายเงินสดซึ่งเก็บเงินจากลูกค้าทันทีในงวดเดือน มกราคม -มีนาคม 2555 และ 2556 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,988 ล้านบาท และ 3,416 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า 14.3% ในปี 2553 – ปี 2555 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการทั้งหมดจำนวน 8,983 ล้านบาท, 10,708 ล้านบาท และ 12,987 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโต 19.2% ในปี 2554 และ 21.3% ในปี 2555 ในงวดเดือนมกราคม-มีนาคม 2555 และ 2556 บริษัทฯ มีรายได้จาก การขายและบริการรวม 2,954 ล้านบาท และ 3,389 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า 14.7% ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจกว่า 25 ปี มาจากความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการให้บริการและสินค้าให้ดียิ่งๆ ขึ้น โดย บริษัทฯ มีการวางแผน กลยุทธ์ต่างๆ และการนำนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาร่วมประยุกต์ใช้เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์และสร้างความพึง พอใจสูงสุดให้ลูกค้า

***โครงสร้างรายได้ของ M

          ในปี 2553 ถึงปี 2555 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายได้รวมจำนวน 9,078 ล้านบาท ,10,824 ล้านบาท และ 13,141 ล้านบาท ตามลำดับ ซึ่งคิดเป็นอัตราการเติบโต 19.2% ในปี 2554 และ 21.4% ในปี 2555 จากงวดเดียวกันของปี ก่อนหน้า ในงวดเดือน มกราคม - มีนาคม 2555 และ 2556 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,988 ล้านบาท และ 3,416 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นอัตราการเติบโตจากงวดเดียวกันของ ปีก่อนหน้า 14.3% ทั้งนี้รายได้รวมของบริษัทฯ กว่า 98% เป็นรายได้จากการขายและบริการจากร้าน เอ็ม เค สุกี้ ร้าน เอ็ม เค โกลด์ และ ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ ซึ่งแนวโน้มสัดส่วนรายได้จากการขายและบริการจากธุรกิจสุกี้มีแนวโน้มลดลง ขณะที่สัดส่วนรายได้จากการขายและ บริการจากธุรกิจอาหารญี่ปุ่นยาโยอิมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น


***แนวโน้มอุตสาหกรรมและการแข่งขัน

          ในปัจจุบันการรับประทานอาหารนอกบ้านถือเป็นเรื่องปกติที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตของคนไทยที่เน้นความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งการเลือกร้านอาหารที่จะรับประทานนั้น นอกจากเมนูหลากหลาย รสชาติอาหารที่อร่อย บริการที่ดีและราคาที่สมเหตุสมผลแล้ว ผู้บริโภคยังพิถีพิถันและใส่ใจการรับประอาหารมากขึ้น เช่น อาหารเพื่อสุขภาพขั้นตอนการเตรียมอาหาร ความสะอาด และคุณค่าทางโภชนาการที่ประกอบไปด้วย แคลอรี่ โปรตีน ไขมัน แป้ง น้ำตาล และแร่ธาตุสารอาหารต่างๆ เป็นต้น ดังนั้น อาหารเพื่อสุขภาพจึงเข้ามามีบทมากต่อการตัดสินใจของผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เช่น เมนูจากเนื้อปลา เมนูผักปลอดสาร เมนูเห็ด และเมนูเต้าหู้ เป็นต้น ปัจจุบันผู้ประกอบการร้านอาหารรายใหม่ๆ เข้ามาในอุตสำหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเข้ามาของร้านอาหารแฟรนไชส์จากต่างประเทศในรปแบบร้านเสิร์ฟเร็ว (QSR) เช่น เบอร์เกอร์ ไก่ทอด ไก่ย่าง พิซซ่า ราเมง ข้าวหน้าเนื้อ และสเต็ก เป็นต้น เป็นกลุ่มร้านอาหารที่ขยายตัวเร็วมาก มีการสร้างภาพแบรนด์อย่างต่อเนื่อง มีการทำการตลาดอย่างกว้างขวางเพื่อกระต้นให้ผู้บริโภคนิยมมารับประทานอาหารในร้านประเภทนี้มากขึ้น
          สำหรับในปี 2555-2556 แนวโน้มของการเติบโตของอุตสาหกรรมน่าจะเติบโตต่ออย่างต่อเนื่องสอดคล้องกับรายได้ต่อครัวเรือนจะเห็นได้ว่ารายได้ต่อครัวเรือนตั้งแต่ปี 2545 ถึง 2554 เพิ่มขึ้นจาก 13,736 บาท เป็น 23,236 บาท หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตเฉลี่ยที่ 11.1% ต่อปี และสัดส่วนของรายได้ต่อค่าใช้จ่ายก็เพิ่มสูงขึ้นจาก 1.26 เท่าในปี 2545 เป็น 1.34 เท่าในปี 2554 ซึ่งการเพิ่มรายได้ของครัวเรือนจะเป็นปัจจัยหลักทำให้รับประทานอาหารนอกบ้านมากยิ่งขึ้น ประกอบกับการปรับเพิ่มของค่าแรงขั้นต่ำและหลักการการปรับเงินเดือนพนักงานที่มีวุฒิการศึกษาระดัปริญญาตรีน่าจะส่งผลให้อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมโตต่อเนื่อง ทั้งนี้การเติบโตจะได้รับผลกระทบโดยตรงเมื่อกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง แต่ความต้องการของอาหารซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานของการดำรงชีวิตจะยังคงมีต่อไปส่วนปัจจุบันมีร้านอาหารญี่ปุ่นเปิดให้บริการในไทยมากกว่า 1,000 แห่ง ซึ่งมากเป็นอันดับ 5 ของโลก รองจากสหรัฐอเมริกา จีน เกาหลีใต้ และไต้หวัน ทั้งนีบริษัทฯ คาดว่าการเติบโตของอาหารญี่ปุ่นน่าจะเติบโตได้มากกว่าภาพอุตสาหกรรมโดยรวม สำหรับปี 2555 – 2556 คาดว่าน่าจะมีอัตราเติบโตประมาณ 15-20% ต่อปี เนื่องจากผู้บริโภคนิยมอาหารญี่ปุ่นมากขึ้นและมีอาหารหลายประเภทให้เลือกมากยิ่งขึ้น เช่น ซูชิ ชาบู ราเมง อุด้ง พิซซ่าญี่ปุ่น ทาโกะยากิ หมูทอด (ทงคัทสึ) กุ้งทอด (เทมปุระ) ข้าวแกงกะหรี่ และข้าวหน้าต่างๆ (ดงบุริ) นอกจากนี้อาหารญี่ปุ่นมีราคาถูกลงและเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น
          ขณะที่มูลค่าตลาดของธุรกิจร้านอาหารในประเทศไทยในปี 2554 มีมูลค่ารวมประมาณ 300,000 ล้านบาท (ที่มา: ศูนย์วิจัยกสิกรไทย) บริษัทฯ คาดว่า เอ็ม เค สุกี้ มีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 3% ของมูลค่าร้านอาหารรวมและคู่แข่งโดยตรงของเอ็ม เค สุกี้ คือ เครือข่ายร้านอาหารที่มีสาขาจำนวนมากที่ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ และโดยส่วนมากจะมีสาขาในศูนย์การค้า โมเดิร์นเทรด และคอมมูนิตี้มอลล์ที่ตั้งอยู่ในแหล่งชุมชน เช่น ไก่ทอด พิซซ่า แฮมเบอร์เกอร์ เป็นต้น ทั้งนี้ หากพิจารณาจากร้านอาหารที่มีลักษณะเมนูคล้ายกัน คู่แข่งของเอ็มเคสุกี้ คือ ฮอท พอท ,ชาบูชิ ,ซูกิชิ, บาร์บีคิว พลาซ่าและจุ่ม แซ่บฮัท ในขณะที่ยาโยอิจะเป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเสิร์ฟเร็วที่เป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มคนทำงาน กลุ่มนักเรียนและนักศึกษาและกลุ่มวัยรุ่นที่เน้นความสะดวกรวดเร็วกับอาหารญี่ปุ่นต้นตำรับในราคาที่ไม่แพง สำหรับมูลค่าธุรกิจของตลาดอาหารญี่ปุ่นนั้น มีมูลค่าประมาณ 14,000 ล้านบาท (ที่มา: นิตยสารแบรนด์ บรรษัท, มีนาคม 2555) ซึ่งบริษัทฯ คาดว่ายาโยอิมีส่วนแบ่งมูลค่าตลาดประมาณ 7% ของมูลค่าตลาดอาหารญี่ปุ่นรวม โดยคู่แข่งโดยตรงของยาโยอิ คือ ร้านอาหารญี่ปุ่นที่มีเมนูหลากหลายและเปิดให้บริการหลายสาขาได้แก่ ฟูจิ เซ็น และโอโตยะ


***แผนการเสนอขายหุ้นไอพีโอของ M


          บริษัทฯ มีความประสงค์ที่จะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปจำนวน 185,850,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท


***ที่ปรึกษาทางการเงิน (FA) คือบริษัทหลักทรัพย์ไหน


          ที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย คือ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน)


***ช่วงเวลาที่จะขายหุ้นไอพีโอ


          บริษัทฯ จะเสนอขายหุ้นประมาณวันที่ 31 กรกฎาคม 2556 ไปจนถึง 2 สิงหาคม 2556 ซึ่งจะมีระยะเวลาในการเสนอขาย 3 วัน และคาดว่าจะ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) วันที่ 8 สิงหาคม 2556

***โครงการในอนาคตของ M และบริษัทย่อย


          บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีโครงการในอนาคต จำนวน 3 โครงการหลักๆ ได้แก่ โครงการก่อสร้างครัวกลาง บางนา แห่งใหม่, โครงการก่อสร้างสำนักงานใหม่ และโครงการขยายสาขาร้านอาหารเอ็ม เค สุกี้และยาโยอิ ซึ่งบริษัทฯ และบริษัทย่อย มีนโยบายขยายสาขา ร้านอาหาร เอ็ม เค สุกี้ และยาโยอิ ในปี 2556 ทั้งหมด 65 สาขา ในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังมีนโยบายขยายสาขาร้านอาหาร เอ็ม เค สุกี้ และยาโยอิ ในประเทศสิงคโปร์ด้วย


***เงินที่ได้จากการระดมทุน


          บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินจากการเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งนี้ไปใช้ เพื่อก่อสร้างโรงงานครัวกลางแห่งใหม่ สร้างสำนักงานใหม่ ขยายสาขาและใช้เป็นทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะใช้เงินลงทุนก่อสร้างครัวกลางแห่งใหม่มูลค่า 1,000 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 12 เดือน และคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณเดือนตุลาคม 2556 เพราะ ณ วันที่ 31 มีนาคม 2556 โครงการดังกล่าวเสร็จไปแล้ว 35%
          นอกจากนี้บริษัทฯ จะนำเงินจากการขายหุ้นไอพีโอไปลงทุนขยายสาขาในต่างประเทศ โดยภายในสิ้นปี 2560 จะเปิดสาขา เอ็มเคสุกี้ 10 แห่ง และ ยาโยอิ 12 แห่ง จากปัจจุบันที่ยังไม่มีสาขาเอ็ม เค สุกี้ ในสิงคโปร์ ส่วนยาโยอิ มีอยู่แล้ว 3 สาขา หรือเปิดเพิ่มขึ้นอีกรวม 22 แห่ง ส่วนสาขาในประเทศไทย ทั้งเอ็ม เค สุกี้ และยาโยอิ จะเปิดเพิ่มอีก 40 สาขา และ 25 สาขา ตามลำดับ รวมทั้งสิ้น 65 สาขา ภายในสิ้นปี 2556

***นโยบายการจ่ายเงินปันผล


         บริษัทฯ และบริษัทย่อยจะจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิภายหลังการหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและการจัดสรรทุนสำรองตามกฎหมาย โดยพิจารณาจากงบการเงินรวมเป็นสำคัญอย่างไรก็ตาม บริษัทฯและบริษัทย่อยอาจพิจารณาจ่ายเงินปันผลในอัตราที่น้อยกว่าอัตราที่กำหนดข้างต้น หรืองดจ่ายเงินปันผล โดยขึ้นอยู่กับภาวะทางเศรษฐกิจ ผลการดำเนินงาน ฐานะการเงิน สภาพคล่องของบริษัทและบริษัทย่อย และความจำเป็นในการใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการบริหารกิจการและการขยายธุรกิจของบริษัทฯและบริษัทย่อย


By: รวีพรรณ ไพศาลวัฒนการณ์
eFinanceThai.com