IPO Corner

| 4 เมษายน 2560

TPIPP หุ้นโรงไฟฟ้าพลังแรง เทรด 5 เม.ย นี้

นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์
ประธานกรรมการ 
บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP

“ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์" ขายไอพีโอ 7 บาท จ่อเทรดกระดาน SET วันที่ 5 เมษายน 2560 มุ่งเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า พร้อมใช้เงินระดมทุนที่คาดได้ 17,078 ล้านบาทคืนหนี้ และลงทุนเพิ่ม ขณะที่เผยโรงไฟฟ้าใหม่ 3 โรง เริ่ม COD ใน Q4/60 ดันกำลังผลิตเพิ่มขึ้นอีก 290 MW รวมเป็น 440 MW มั่นใจกำไรเติบโตตามแผนขยายโรงไฟฟ้า ชูนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50
 

ขายไอพีโอ 7 บาท จ่อเทรด 5 เม.ย นี้
     บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP เตรียมเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 2,500,000,000 หุ้น แบ่งเป็นให้ผู้ถือหุ้นบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPL ซึ่งมีฐานะเป็นบริษัทแม่ของ TPIPP มีสิทธิจองหุ้น 125,000,000 หุ้น จองได้ช่วงวันที่ 22-24 มีนาคม 2560 และประชาชนและผู้ซื้อหลักทรัพย์เบื้องต้นในต่างประเทศ ไม่เกิน 2,375,000,000 หุ้น จองได้ในวันที่ 24, 27-29 มีนาคม 2560 กำหนดราคาขาย 7 บาทต่อหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท คาดเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SET วันที่ 5 เมษายน 2560 มีที่ปรึกษาทางการเงินได้แก่ ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และธนาคาร ทิสโก้ จำกัด (มหาชน)
     นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานกรรมการ TPIPP เปิดเผยว่า บริษัทประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้า โดยมุ่งเน้นผลิตไฟฟ้าจากขยะและพลังงานความร้อนทิ้ง และประกอบธุรกิจสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิงและก๊าซธรรมชาติ (NGV) อีกทั้งในปี 2559 ยังมีการรับรู้รายได้จากธุรกิจการจำหน่ายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งจากกระบวนการผลิตปูนซีเมนต์ของ TPIPL อีกด้วย
     “เรามีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นผู้นำในธุรกิจผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า โดยใช้พลังงานหมุนเวียนที่สะอาดและมีประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเกิดจากการนำขยะจากชุมชนและขยะจากหลุมฝังกลบมาแปรรูปเป็นเชื้อเพลิง RDF ที่มีค่าความร้อนสูงเพื่อนำไปใช้ในกระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า ขณะเดียวกันเรามีจุดยืนการทำธุรกิจด้วยแนวคิด Clean Energy, Clean Up Country ที่จะช่วยลดปริมาณขยะในประเทศที่เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน รวมถึงการดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” นายประชัย กล่าว
ระดมทุนชำระหนี้และลงทุนโรงไฟฟ้า
 

ระดมทุนใช้หนี้-ลงทุนโรงไฟฟ้า
     การระดมทุนคาดจะได้เงินราว 17,078 ล้านบาท จะแบ่งเป็นการใช้ชำระหนี้คงค้างราว 8,678 ล้านบาทในปีนี้ อีกส่วนใช้ลงทุนในโรงไฟฟ้าต่างๆ รวมถึงลงทุนเครื่องคัดแยกขยะราว 8,100 ล้านบาท และเงินส่วนที่เหลือใช้เป็นทุนหมุนเวียน
 

โรงไฟฟ้าใหม่ 3 โรง เริ่ม COD ใน Q4/60
     ปัจจุบันอยู่ระหว่างลงทุนขยายโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอีก 3 โรง คาดว่าจะเริ่ม COD ได้ในไตรมาส 4 ปีนี้ทั้งหมด และจะส่งผลให้โรงไฟฟ้าของ TPIPP มีกำลังการผลิตติดตั้งเพิ่มขึ้นอีก 290 MW รวมเป็น 440 MW ประกอบด้วย 
1.โรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ 70 MW ซึ่งเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะนำกำลังการผลิตติดตั้งไปรวมกับโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้ง 30 MW เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ 100 MW เพื่อจำหน่ายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. 
2. โรงไฟฟ้าถ่านหินและพลังงานเชื้อเพลิงขยะ กำลังการผลิตติดตั้ง 70 MW 
และ 3. โรงไฟฟ้าพลังงานถ่านหิน กำลังการผลิตติดตั้ง 150 MW 
เมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จจะส่งผลให้ TPIPP มีกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้ง รวมทั้งสิ้น 440 MW จากโรงไฟฟ้าทั้งหมด 7 โรง และจากการปรับปรุงและเพิ่มเติมหม้อผลิตไอน้ำ เพื่อเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตไฟฟ้าของบริษัทให้สูงขึ้นไปอีก

มั่นใจกำไรเติบโตตามแผนขยายโรงไฟฟ้า
จากผลการดำเนินงานในปี 2559 ที่กำไรสุทธิ 1,824.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 270% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 493.36 ล้านบาท หลังเปิด COD โรงไฟฟ้าพลังงานเพิ่มขึ้น จึงมั่นใจว่าในปี 2560 และอนาคตผลการดำเนินงานจะเพิ่มขึ้นได้สอดคล้องกับแผนขยายโรงไฟฟ้าที่วางไว้

นโยบายปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50
มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในแต่ละปีในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่ได้กำหนดไว้ในข้อบังคับของบริษัทฯ และกฎหมายกำหนด 
อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลดังกล่าว อาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ สภาพคล่อง แผนการลงทุน รวมถึงปัจจัย ที่เกี่ยวข้องกับในการบริหารงาน ความจำเป็นตามสมควร อีกทั้งคณะกรรมการบริษัทมีอำนาจอนุมัติให้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลได้เมื่อเห็นว่าสมควร โดยต้องแจ้งให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมคคราวต่อไป

โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO
     สำหรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่หลังการเสนอขาย IPO ประกอบด้วย  อับดับแรก TPIPL ถือครองหุ้นรวม 5,899,999,300 หุ้น เป็นร้อยละ 70.2  อันดับที่ 2 กลุ่มเลี่ยวไพรัตน์ ถือครองรวม 500 หุ้น เป็นร้อยละน้อยกว่า 0.01  อันดับที่3 นายมังกร เกรียงวัฒนา ถือครอง 100 หุ้น เป็นร้อยละน้อยกว่า 0.01  อันดับที่ 4ผู้ถือหุ้นเดิมของTPIPL ที่ได้รับจัดสรรหุ้นถือครองไม่เกิน 125,000,000 หุ้น เป็นร้อยละไม่เกิน 1.5 และอันดับที่ 5 หุ้นที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไป ถือครอง 2,375,000,000 หุ้น เป็นร้อยละ 28.3

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh