IPO Corner

8 เรื่องน่ารู้ SAAM หุ้นโรงไฟฟ้าธุรกิจไม่ซ้ำใคร

8 เรื่องน่ารู้ SAAM หุ้นโรงไฟฟ้าธุรกิจไม่ซ้ำใคร

    บริษัท เอสเอเอเอ็ม เอ็นเนอร์ยี่ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SAAM ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่ายโครงการต่อให้ลูกค้า ซึ่งไม่เคยมีธุรกิจลักษณะดังกล่าวในตลาดหลักทรัพย์ กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในช่วงต้น ม.ค.นี้ 

    ทีมข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" ได้เจาะ 8 เรื่องน่ารู้ของหุ้น SAAM จากข้อมูลในแบบไฟลิ่ง มาให้นักลงทุนได้พิจารณาก่อนเข้าลงทุน 

1.SAAM ผู้พัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนเพื่อจำหน่าย

    SAAM ดำเนินธุรกิจ 3 รูปแบบ ประกอบด้วย 1.พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงาหมุนเวียนเพื่อจำหน่าย โดยบริษัทจะพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนจนได้รับใบอนุมัติให้เชื่อมต่อระบบไฟฟ้าแรงสูง และใบอนุมัติสนับสนุนค่าไฟฟ้า ก่อนที่จะส่งมอบโครงการให้กับลูกค้าต่อไป
    2.ธุรกิจจัดหาสถานที่ตั้งและให้บริการที่เกี่ยวข้องภายในโครงการ โดยบริษัทจะรับจัดหาสิทธิการใช้ที่ดิน ทั้งการเช่าหรือรับโอนกรรมสิทธิ์ ให้กลุ่ม"บางกอกโซลาร์ พาวเวอร์"ใช้เป็นที่ตั้งโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งพื้นดิน รวมถึงให้บริการ เช่น ดูแลความปลอดภัย รักษาความสะอาดโดยได้รับค่าตอบแทนจากการให้บริการเป็นรายเดือนตลอดอายุสัญญา
    3.ลงทุนในกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ปัจจุบันบริษัทดำเนินกิจการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์แบบติดตั้งบนพื้นดิน จำนวน 1 โครงการ ตั้งอยู่ในอำเภอพัฒนานิคม จ.ลพบุรี มีกำลังผลิตติดตั้งรวม 2 MW ระยะสัญญา 25 ปี เริ่มจำหน่ายไฟฟ้าแล้วเมื่อ 30 ธ.ค.58
    โดยในปี 60 มีสัดส่วนรายได้จากการบริการและเช่า 74.75% รายได้จากการขายไฟฟ้า 23.05% และอื่นๆ 2.20%

2.รายได้-กำไรสุทธิผันผวน

ผลการดำเนินงานในปี 58 - 9 เดือนปี 61
หน่วย : ล้านบาท 

ปี     รายได้     กำไรสุทธิ     อัตรากำไรสุทธิ(%)
58     31.06     4.1              13.2
59     73.79     30.84              41.79
60     73.47     19.13              26.04
9 เดือนปี 61     55.75     16.69              29.94

    กำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 59 มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ให้บริการและขายไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ปี 60 - 9 เดือนปี 61 มีค่าใช้จ่ายจากการจ้างพนักงานและผู้บริหารเพิ่ม รวมถึงมีค่าปรึกษากฎหมายในการดำเนินข้อพิพาทของโครงการ SAAM-SP2 

3.ราคาไอพีโอ 1.80 บาท  คิดเป็น P/E ที่ 33.46 เท่า

    SAAM กำหนดราคา IPO ที่ 1.80 บาท  โดยราคาไอพีโอพิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E) คำนวณจากผลประกอบการของบริษัทในรอบ 12 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 60 ถึงวันที่ 30 กันยายน 61 คิดเป็น P/E ที่ 33.46 เท่า ซึ่งปัจจุบันไม่มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจใกล้เคียงกับบริษัทจึง ใช้ P/E ของตลาด เอ็ม เอ ไอ ในช่วง 3 กันยายน 61 - 30 พ.ย. 61 ที่ 63.15 เท่าเป็นข้อมูลเปรียบเทียบ 

SAAM ขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด 80 ล้านหุ้น
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอที่อยู่ที่ 300 ล้านหุ้น
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) 0.50 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชีที่ 0.74 บาท/หุ้น (คำนวณ ณ วันที่ 30 ก.ย. 61)
เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ต้น ม.ค. 62
บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย 
อันเดอร์ไรท์ บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) , บล.โนมูระ พัฒนสิน , บล.ฟินันเซีย ไซรัส

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น IPO ดังนี้

ประเภทผู้ลงทุน จำนวนหุ้นที่เสนอขาย(ล้านหุ้น)     สัดส่วนที่เสนอขาย
เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์                      77.8              97.25%
เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท                      2              2.50%
เสนอขายต่อพนักงานและผู้บริหาร(ที่มิใช่กรรมการ)ของบริษัท                      0.2              0.25%

4.นำเงินระดมทุนส่วนใหญ่ ร่วมลงทุนในบริษัทอื่น

    บริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรกจำนวน 80,000,000 หุ้น ในราคาเสนอขายหุ้นละ 1.80 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 132.5 ล้านบาท (หลังหักค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้) ไปใช้ดังนี้

-ปี 62 ใช้ 30 ล้านบาท เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนาเพื่อส่งมอบให้แก่ลูกค้า ได้แก่ โครงการ SAAM Oita 01 Biomass Power 15 ล้านบาท และโครงการ SAAM Oita 02 Biomass Power 15 ล้านบาท
-ปี 63 ใช้ 50 ล้านบาท เป็นเงินทุนเพื่อเข้าร่วมลงทุนในบริษัทอื่น ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับการดำเนินงานโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน
-ปี 62 ใช้ 16 ล้านบาท เพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมของบริาท กับธนาคารพาณิชย์ในประเทศไทยแห่งหนึ่ง ซึ่งได้ถอนมาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนสำหรับโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการพัฒนา
-ปี 63 ใช้ 36.5 ล้านบาทเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัท

5.หุ้นไม่ติด Silent Period จำนวน 55 ล้านหุ้น หรือ 18.33%

    สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period มีจำนวน 55,000,000 หุ้น คิดเป็น 18.33% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

โดยสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO มีดังนี้
1)นางสาวกฤติยา หงส์หิรัญ สัดส่วน 33.40%
2)นายพดด้วง คงคามี สัดส่วน 33.26%
3)นายโสฬส คงคามี สัดส่วน 6.67%
4)ผู้ถือหุ้นรายย่อย 26.67%

6.นโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

    บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำ 40% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ หรือบริษัทย่อย และหลังหักสำรองทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตามบริษัทฯ และบริษัทย่อยอาจพิจารณากำหนดให้มีการจ่ายเงินปันผลในอัตราที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่กำหนดไว้ข้างต้นได้ โดยขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน สภาพคล่อง ความจำเป็นในการใช้เงินทุนหมุนเวียน แผนการขยายธุรกิจในอนาคต และปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

7.D/E สิ้นไตรมาส 3/61 อยู่ที่ 0.84 เท่า ส่วนใหญ่เป็นหนี้เงินกู้ระยะยาว

    มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น(D/E) ณ งวด 9 เดือนแรกปี 61 อยู่ที่เพียง 0.84 เท่า ส่วนใหญ่หนี้สินมาจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพื่อใช้ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ SAAM-SP1 และซื้อที่ดินเพื่อดำเนินงานภายใต้โครงการ SAAM-3

งบแสดงฐานะการเงิน SAAM ณ 30 ก.ย. 61 ดังนี้
    สินทรัพย์รวม    319.43  ลบ.
    หนี้สินรวม        146.28 ลบ.
    ส่วนของผู้ถือหุ้น    173.35 ลบ.
    อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) 0.84 เท่า
    อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) 5.83%
    อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 10.84%

8.มีความเสี่ยงจากการด้อยค่าสินทรัพย์

    SAAM ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนฟ้องร้อง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) , คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(สกพ.) ต่อศาลปกครองกลางเนื่องจากถูกกฟภ.ยกเลิกสัญญาขายไฟฟ้าจากโครงการ SAAM-SP2 ที่ต้องย้ายสถานที่ตั้งเนื่องจากเหตุสุดวิสัย โดยคาดศาลปกครองกลางจะใช้เวลาพิจารณาคดีราว 2 - 3 ปี นับตั้งแต่ยื่นฟ้องเมื่อ 28 ก.ค. 59
    ซึ่งหาก SAAM แพ้คดีจะได้รับผลกระทบจากการด้อยค่ามูลค่าสินทรัพย์งานระหว่างก่อสร้างจำนวน 4.56 ล้านบาท เงินจ่ายล่วงหน้าค่าก่อสร้างแก่ผู้รับเหมาก่อสร้าง 1.28 ล้านบาท และค่าประมาณการค่าใช้จ่ายที่อาจต้องชำระแก่ผู้รับเหมาก่อสร้างสำหรับค่าก่อสร้างที่ดำเนินการแล้ว รวมถึงค่ารื้อถอนและขนย้ายอุปกรณ์ 3.5 ล้านบาท รวมทั้งหมด 9.34 ล้านบาทคิดเป็น 5.39% ของส่วนของผู้ถือหุ้น ตามงบการเงินรวมวันที่ 30 ก.ย.61 หรือคิดเป็น 48.82% ของกำไรสุทธิในปี 60







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh