IPO Corner

| 17 กรกฎาคม 2560

BGRIM เทรด 19 ก.ค.นี้ เดินหน้าเร่งลุยโรงไฟฟ้าใหม่

บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (BGRIM) เข้าซื้อขายกระดาน SET วันที่ 19 ..นี้ หลังเคาะราคาขายไอพีโอที่ 16 บาท/หุ้น เดินหน้านำเงินระดมทุนลุยโครงการใหม่ในช่วง 3-5 ปี ตั้งเป้าปี 64 มีกำลังผลิตไฟฟ้า 2,357 MW จากปัจจุบัน COD แล้ว 1,626 MW ขณะที่จะใช้หนี้เพื่อลด D/E เหลือไม่เกิน 2 เท่า พร้อมโชว์งบ Q1/60 รายได้โต 12.8% กำไรโต 11% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ชูนโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 40%

 

เข้าซื้อขายวันที่ 19 ..นี้

     นางปรียนาถ สุนทรวาทะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยว่า บริษัทฯ ซึ่งประกอบธุรกิจ ประเภทธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและขายไฟฟ้า ไอน้ำ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ เตรียมตัวเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET ภายใต้หมวดอุตสาหกรรมพลังงานและสาธารณูปโภค ชื่อย่อหลักทรัพย์ BGRIM วันที่ 19 ก.ค.2560 นี้

 

กำหนดราคาขายไอพีโอที่ 16 .

     กำหนดราคาเสนอขายสุดท้ายสำหรับหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่เสนอขายต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก(IPO) ที่ 16 บาทต่อหุ้น หลังจากการกำหนดช่วงราคาขายที่ 15-16.50 บาทต่อหุ้น โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนสถาบันทั่วโลก ซึ่งคาดว่ามาจากความเชื่อมั่นที่บริษัทมีศักยภาพในการขยายธุรกิจในอุตสาหกรรมไฟฟ้าระดับภูมิภาค ส่งผลให้นักลงทุนสถาบันมีความต้องการซื้อหุ้นมากกว่า 6.5 เท่า

     ทั้งนี้ได้จัดสรรหุ้นส่วนเกิน (กรีนชู) ทั้งหมด 65.1 ล้านหุ้น ให้แก่นักลงทุนสถาบัน รวมเป็นจำนวนหุ้นทั้งหมดที่เสนอขายครั้งนี้ 716.9 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่าเสนอขายรวม 11,470 ล้านบาท

     ส่วนนักลงทุนทั่วไปที่จองซื้อเข้ามาที่ราคา 16.50 บาท ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายจำดำเนินการคืนเงินส่วนต่างให้กับผู้จองซื้อทุกคนตามวิธีการที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน

 

ระดมทุนลุยโครงการใหม่และใช้หนี้ลด D/E

     การจัดสรรหุ้นเพิ่มทุน IPO 716.9 ล้านหุ้น รวมมูลค่าเสนอขาย 11,470 ล้านบาท แบ่งเป็นนักลงทุนสถาบัน 77% และนักลงทุนทั่วไป 23% ซึ่งคุณภาพนักลงทุนที่เข้ามาสนใจจองซื้อส่วนใหญ่เน้นการลงทุนระยะยาวเป็นหลัก

     โดยวัตถุประสงค์การใช้เงินระดมทุนจำนำไปเป็นเงินลงทุนในการก่อสร้างโครงการในช่วง 3-5 ปีต่อจากนี้ ที่มีใบสัญญาซื้อขายไฟ (PPA)แล้ว ตั้งเป้าปี 64 มีกำลังผลิตไฟฟ้า 2,357 MW จากปัจจุบัน COD แล้ว 1,626 MW อีกส่วนจะแบ่งชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินเพื่อลดอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) จากปัจจุบัน 3.4 เท่าให้ลดโดยตั้งเป้าพยายามให้ D/E ไม่เกิน 2 เท่า

 

ตั้งเป้าปี 64 มีกำลังผลิตไฟฟ้า 2,357 MW จากปัจจุบัน COD แล้ว 1,626 MW

     ปัจจุบัน BGRIM มีโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD)แล้ว 28 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,626 เมกะวัตต์ และในปี 2564 บริษัทฯ จะมีโครงการโรงไฟฟ้าภายใต้การดำเนินงานอย่างน้อย 43 โครงการ คิดเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมประมาณ 2,357 เมกะวัตต์ อ

     นอกจากโรงไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (COD)แล้ว 28 โครงการ มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวม 1,626 เมกะวัตต์ แล้ว จากนี้ อีก 5 ปี BGRIM จะทยอย COD โรงไฟฟ้าอีก 5 แห่งเป็นอย่างต่ำ ดังนี้ ปี 2560: โรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาว กำลังการผลิตรวม 20 เมกะวัตต์ ปี 2561: โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในประเทศไทยและโรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาว กำลังการผลิตรวม 414 เมกะวัตต์ ปี 2562: โรงไฟฟ้าพลังน้ำในสปป.ลาว กำลังการผลิตรวม 41 เมกะวัตต์ ปี 2563: โรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศไทย กำลังการผลิตรวม 16 เมกะวัตต์ และ ปี 2564: โรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมในประเทศไทย กำลังการผลิตรวม 240 เมกะวัตต์

 

ปีนี้รักษา EBITDA Margin 27% -คว้า PPA อีกเกือบ 500 MW

     ตั้งเป้าหมายรักษา EBITDA Margin ที่ระดับ 27% จากการขยายโรงไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยปลายเดือนนี้จะมีจำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็ก เพิ่ม 20 เมกะวัตต์ จากปัจจุบัน COD แล้ว 1,626 เมกะวัตต์

     ส่วนปีนี้บริษัทจะเซ็นสัญญาซื้อขายไฟ (PPA) เพิ่มเติม 450 เมกะวัตต์ เป็นโรงไฟฟ้า SPP 3 โรง โรงละ 150 เมกะวัตต์ และโซลาร์สหกรณ์อีก 36 เมกะวัตต์

     ในปี 61 จะ COD เพิ่มอีก 405 เมกะวัตต์ แบ่งเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานแก๊สและไอน้ำ 3 โรง โรงละ 130 เมกะวัตต์ ที่อมตะซิตี้ระยอง และโรงไฟฟ้าพลังงานน้ำขนาดเล็กที่ สปป.ลาว 15 เมกะวัตต์

     ในปี 63 ตั้งเป้ากำลังการผลิตถึง 5,000 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีกำลังการผลิต 2,400 เมกะวัตต์ ซึ่งจะมาจากการเข้าซื้อกิจการและก่อสร้างเองในอนาคต

 

โชว์ Q1/60 รายได้โต 12.8% กำไรโต 11%

     ผลประกอบการ ของ BGRIM ในช่วง 3 ปี (2557-2559 )ที่ผ่านมา การเติบโตของรายได้และกำไร จากการขยายตัวทางธุรกิจของบริษัทฯ ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี เพราะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมถึงในไตรมาสแรกของปี 2560 ก็มีสัญญาณการเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน

     โดยตั้งแต่ปี 2557 – 2559 อัตราการเติบโตของรายได้ที่ 18.2% ส่วนในปี 2560 นี้ ช่วงไตรมาสแรกของปี บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและการให้บริการจำนวน 7,651 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

     ด้านกำไรสุทธิปรับปรุงส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ เติบโตขึ้น 89.4% ตั้งแต่ปี 2557 – 2559 และในปี 2560 นี้ ช่วงไตรมาสแรกของปี บริษัทมีกำไรสุทธิปรับปรุงส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

 

นโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 40

     บริษัทฯจะพิจารณาความสามารถในการจ่ายเงินปันผลตามข้อกำหนดทางกฎหมาย ซึ่งรวมถึง พ.ร.บ. บริษัทมหาชนฯ ที่กำหนดว่าบริษัทมหาชนจำกัดจะสามารถจ่ายเงินปันผลจากงบการเงินเฉพาะกิจการในกรณีที่ไม่มีการขาดทุนสะสม

     โดยมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิปรับปรุง (กำไรสุทธิไม่รวมผลกำไร/ ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้น) ตามงบการเงินรวมของ บี.กริม เพาเวอร์ หลังหักภาษี ทุนสำรองตามที่กฎหมายกำหนด และภาระผูกพันตามเงื่อนไขของสัญญาเงินกู้ ทั้งนี้ อัตราการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงไปจากที่กำหนดไว้ โดยขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด ความจำเป็นในการลงทุน เงื่อนไข และข้อจำกัดตามที่กำหนดไว้ในสัญญาเงินกู้ยืม และความเหมาะสมอื่นๆ ในอนาคต

 

โครงสร้างผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO

     โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่หลังการเสนอขาย IPO ประกอบด้วย อันดับ 1.บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ (สิงคโปร์) พีทีอี. แอลทีดี ถือครองหุ้นรวม 886,002,000 หุ้น เป็นสัดส่วน 33.9% อันดับ 2.นายฮาราลด์ ลิงค์ ถือครองหุ้นรวม 739,649,700 หุ้น เป็นสัดส่วน 28.4% อันดับ 3.บริษัท บี.กริม จอยน์ เว็นเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด ถือครองหุ้นรวม 235,997,750 หุ้น เป็นสัดส่วน 9.1% อันดับ 4.นางสาวคาโรลีน โมนิคมารีครีสตีน ลิงค์ ถือครองหุ้นรวม 28,350,000 หุ้น เป็นสัดส่วน 1.1 % ส่วนประชาชนทั่วไป ถือครองหุ้นรวม 714,322,8005 หุ้น เป็นสัดส่วน 27.4%

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh