IPO Corner

8 เรื่องน่ารู้หุ้น ARIN ผู้นำอสังหาฯภาคตะวันออก พร้อมเทรด 10 ก.ค.นี้

8 เรื่องน่ารู้หุ้น ARIN ผู้นำอสังหาฯภาคตะวันออก พร้อมเทรด 10 ก.ค.นี้

 

          บริษัท อรินสิริ แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ ARIN ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของจังหวัดชลบุรี พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์ ภายใต้ตราสินค้า “อรินสิริ”กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 10 ก.ค.นี้ ทีมข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" เจาะลึก 8 เรื่องน่ารู้ของหุ้น ARIN จากข้อมูลในแบบไฟลิ่ง มาให้นักลงทุนที่มีความสนใจ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าลงทุน

 

1. ทำธุรกิจอสังหาฯ ภายใต้ตราสินค้า “อรินสิริ”

          ARIN ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮมและอาคารพาณิชย์ ภายใต้ตราสินค้า “อรินสิริ” ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในด้านคุณภาพการก่อสร้างและบริการหลังการขายที่มีคุณภาพ  โดยจะสะท้อนจากผลงานในอดีตของผู้บริหาร ซึ่งมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 4,049 ล้านบาท และมีความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน ปัจจุบัน โครงการของบริษัทตั้งอยู่ในหัวเมืองภาคตะวันออก ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีและมีศักยภาพการเติบโตสูง เช่น จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง

          ปัจจุบัน บริษัทฯ มีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนาและอยู่ระหว่างการขายจำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวม 2,201.22 ล้านบาท ประกอบด้วย โครงการอรินสิริ สปอร์ต วิลเลจ มูลค่าโครงการ 1,339.10 ล้านบาท โครงการอรินสิริ คันทรี ฮิลล์ มูลค่าโครงการ 501.68 ล้านบาท และโครงการอรินสิริ ไพรเวซี่ มูลค่าโครงการ 360.44 ล้านบาท 

          บริษัทฯ มีแผนที่จะพัฒนาโครงการในอนาคตทั้งหมด 4 โครงการ ได้แก่ โครงการอรินสิริ บีช @ บ้านฉาง มูลค่าโครงการ 542.70 ล้านบาท, โครงการ อรินสิริ เมาท์เท่น มูลค่าโครงการ 546.12 ล้านบาท, โครงการ อรินสิริ แคมปัส มูลค่าโครงการ 305.03 ล้านบาท และโครงการอรินสิริ บีชคอนโด 1, 2 มูลค่าโครงการ 785.41 ล้านบาท โดยมีมูลค่าโครงการรวมประมาณ 2,179.26 ล้านบาท

 

2. รายได้ - กำไร 3 ปีที่ผ่านมา และสิ้นสุด 31 มี.ค. 2562

          ผลการดำเนินงานในปี 59 – 61 และสิ้นสุด 31 มี.ค. 2562     หน่วย:ล้านบาท

ปี                    รายได้รวม             กำไรสุทธิ            อัตรากำไรสุทธิ (%)

59                          85.30                  -11.42                    -13.38

60                        391.65                   37.09                       9.47            

61                        382.03                   26.05                       6.85

31 มี.ค. 62             73.84                     2.86                       3.98

          สำหรับผลประกอบการของบริษัทฯ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ปี 2559 - 2561 มีรายได้รวมจากการดำเนินงานทั้งสิ้น 85.30 ล้านบาท, 391.65 ล้านบาท และ 382.03 ล้านบาทตามลำดับ ขณะที่ผลงานในปี 2559 ขาดทุนสุทธิ 11.42 ล้านบาท ปี 2560 มีกำไรสุทธิ 37.09 ล้านบาท และปี 2561 มีกำไรสุทธิ 26.05 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การปรับตัวลดลงของรายได้ปี 2561 เนื่องจากจำนวนยูนิตของโครงการ อรินสิริ สปอร์ต วิลเลจ เฟส 1 มีการทยอยโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ปี 2559 - 2560 โดยคาดว่าจากความพร้อมทางด้านบุคลากร เพื่อรุกการขาย และโครงการที่อยู่ระหว่างทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ จะสนับสนุนให้ปี 2562 เป็นปีที่ดีของบริษัทฯ เมื่อเทียบกับปีก่อน ล่าสุด ผลประกอบการสิ้นสุด 31 มี.ค. 2562 มีรายได้รวม 73.84 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 2.86 ล้านบาท

 

3. เคาะราคาไอพีโอ 1.80 บาท

     - ARIN กำหนดราคาขายหุ้นไอพีโอที่หุ้นละ 1.80 บาท

     - ขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด 150 ล้านหุ้น

     - มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอที่อยู่ที่ 600 ล้านหุ้น

     - มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท/หุ้น

     - เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในวันที่ 10 ก.ค. 62

     - ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)

     - อันเดอร์ไรท์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บล.ไอร่า จำกัด (มหาชน) และบล.เออีซี จำกัด (มหาชน)

 

4. นำเงินระดมทุนขยายธุรกิจ-ชำระหนี้จากการออกตราสารหนี้

          ARIN เตรียมนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้ จำนวนประมาณ  270 ล้านบาท ไปใช้ดังนี้

- ใช้เงินจำนวน 170 ล้านบาท ภายในปี 62 - 63 เป็นเงินทุนสำหรับการพัฒนาโครงการ และ/หรือ เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ

- ใช้เงินจำนวน  100 ล้านบาท ภายในปี 62 - 63 ชำระคืนหนี้จากการออกตราสารหนี้

 

5. ARIN มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลังการขาย IPO เป็นดังนี้

1) นายสุชาติ          ชมกลิ่น                     28.66%

2) นางสาววิมลจิต   อรินทมะพงษ์            21.67%

3) เด็กชายพลัฎฐ์    ชมกลิ่น                      4.98%

4) เด็กชายอัคสิชฎ์  ชมกลิ่น                      4.98%

5) นายวิเชียร          ชมกลิ่น                      4.90%

6) นางสำเภา          ชมกลิ่น                      4.90%

7) นางกนกรัตน์       กนกกาญจนรัตน์         4.90%

8) นายธีรวญญ์        อรินทวงศ์สิริ               0.03%

9) ประชาชนทั่วไป                                  25.00%

 

6. นโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

          ARIN มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการ ภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ  อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินอาจมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับความจำเป็น และความเหมาะสมอื่นๆ ตามที่ขณะกรรมการเห็นสมควร

 

7. มี D/E ณ สิ้น 31 มี.ค. 62 ที่ 2.28 เท่า

          ARIN มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) ณ สื้นปี 61 อยู่ที่ 2.44 เท่า ลดลงจากปี 60 ซึ่งอยู่ที่ 3.29 เท่า ตามจำนวนหนี้สินที่ลดลง ล่าสุด ณ ไตรมาส 1/2562 สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 62 D/E ลดลงอยู่ที่ 2.28 เท่า งบแสดงฐานะการเงิน ARIN เป็นดังนี้

                                            ณ สิ้นปี 61                         สิ้นสุดวันที่ 31 มี.ค. 62

    สินทรัพย์รวม                                                      900.48 ลบ.                              869.18 ลบ.

    หนี้สินรวม                                                          638.63 ลบ.                              604.46 ลบ.

    ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม                                            261.85 ลบ.                              264.46 ลบ.

    อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E)                       2.44 เท่า                                  2.28 เท่า

    อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA)                      2.87%                                      1.29%

    อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE)          10.98%                                      4.35%

 

8. วางเป้าภายในปี 65 ขึ้นแท่นอันดับ 1 ผู้นำอสังหาฯในภาคตะวันออก

          ARIN มีเป้าหมายในการเป็นผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในภาคตะวันออก โดยเฉพาะในพื้นที่โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) รวมถึงการเป็นแบรนด์อสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ในพื้นที่ดังกล่าวภายในปี 2565 ทั้งนี้ เนื่องจากมองเห็นการขยายตัวของกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะขยายตัวตามนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกที่ภาครัฐกำลังเร่งดำเนินการ โดยโครงการนี้จะส่งผลให้ภาคประชากรเพิ่มจำนวนขึ้น และทำให้เกิดเรียลดีมานด์ด้านอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นความต้องการพื้นฐานตามมา

          กลุ่มลูกค้าเป้าหมายของบริษัทฯ คือ กลุ่มพนักงานและข้าราชการที่อาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรีและละแวกใกล้เคียงที่มีความต้องการขยับขยายที่อยู่จากที่อยู่เดิม รวมถึง คนต่างถิ่นที่เข้าไปทำงานที่จ.ชลบุรี และกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆ, กลุ่มครอบครัวใหม่ที่แตกออกมาจากครอบครัวเดิม โดยจัดอันดับระดับลูกค้าเป็นคนที่มีรายได้ปานกลางไปจนถึงระดับกลางค่อนไปทางสูง (กลุ่ม B ถึง B+)







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh