IPO Corner

10 เรื่องน่ารู้หุ้น ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (TQM)

10 เรื่องน่ารู้หุ้น ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (TQM)

 

          บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (TQM) หุ้นน้องใหม่ กำลังจะเข้าซื้อขายใน SET วันที่ 20 ธันวาคมนี้ ซึ่งบุคคลทั่วไป อาจจะคุ้นเคยกับชื่อ TQM  Broker ขณะที่หลายคนอาจใช้บริการอยู่แล้ว

          ทีมข่าว “อีไฟแนนซ์ไทย” สรุปเรื่องน่ารู้ของหุ้น TQM จากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน

1.TQM ประกอบธุรกิจหลักนายหน้าประกันภัย

          บมจ.ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น (TQM) ก่อตั้งโดยครอบครัวพรรณนิภา เพื่อประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักนายหน้าประกันภัย โดยมี 2 บริษัทย่อย คือ

          (1) บจ.ทีคิวเอ็ม อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ (TQM Broker) ทำธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย มีผลิตภัณฑ์ 2  กลุ่ม คือ กลุ่มประกันรถยนต์ และกลุ่มประกันภัยที่ไม่ใช่รถยนต์ ปัจจุบันมี TQM Broker มีรายได้เป็นลำดับต้นๆ จากจำนวนบริษัทนายหน้าประกันวินาศภัย ทั้งหมด 442 บริษัท

          (2) บจ.ทีคิวเอ็ม ไลฟ์ อินชัวร์รันส์ โบรคเกอร์ (TQM Life) ทำธุรกิจนายหน้าประกันชีวิต  มีผลิตภัณฑ์ 2 กลุ่ม ได้แก่ ประกันชีวิตประเภทรายบุคคล และประกันชีวิตประเภทกลุ่ม ปัจจุบัน TQM Life มีรายได้เป็นลำดับต้นๆ จากจำนวนบริษัทนายหน้าประกันชีวิต ทั้งหมด 187 บริษัท

          นอกจากนี้ ยังมีบริษัทย่อยอีก 1 บริษัทเพื่อสนับสนุนธุรกิจหลัก ได้แก่ บริษัท แคสแมท จำกัด (Casmatt) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ และซอฟต์แวร์

2.มีกรมธรรม์กว่า 140 ผลิตภัณฑ์ จากบริษัทประกัน 45 แห่ง

          ณ วันที่ 30 กันยายน 2561 TQM Broker และ TQM Life มีรูปแบบกรมธรรม์ประกันวินาศภัยและประกันชีวิต รวมทั้งสิ้นมากกว่า 140 ผลิตภัณฑ์  จากบริษัทประกันภัยซึ่งเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับกลุ่มบริษัทฯ โดยเป็นบริษัทประกันวินาศภัย จำนวน 31 แห่ง และบริษัทประกันชีวิต จำนวน 14 แห่ง

          มีพนักงานทั้งหมดประมาณ 3,600 คน กระจายอยู่ที่สำนักงานใหญ่ สาขา และศูนย์บริการทั่วประเทศ จำนวน 74 สาขา และ 21 ศูนย์บริการ ตามลำดับ

          ช่องทางขายผลิตภัณฑ์มีหลากหลาย เช่น ทางโทรศัพท์ (Telemarketing) ออนไลน์ (Online)และการขายตรง (Face to Face) รวมทั้งการขายแบบผสมผสานระหว่างช่องทางการจำหน่ายทุกประเภท (Omni Channel)

3.กำไรสุทธิเติบโตต่อเนื่อง รวม 3 ปี (58-60) โตเฉลี่ย 38.3%  

 

                                        2558           2559          2560           9M/61

รายได้รวม(ลบ.)            2,184           2,226         2,281           1,818

อัตรากำไรขั้นต้น (%)  44.4             45.7           48.1              49.2

กำไรสุทธิ (ลบ.)            140.4           178.2          268.3           276.1

อัตรากำไรสุทธิ (%)     6.4               8.0              11.8             15.2

          รายได้รวมที่เพิ่มขึ้นใน 3 ปี (58-60) คิดเป็นอัตราเติบโตเฉลี่ย 2.2% ต่อปี  โดยรายได้หลักมาจากการเป็นนายหน้าประกันภัย คิดเป็นสัดส่วนราว96.9- 99.2% ของรายได้รวม  

          อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการควบคุมค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย ค่าโฆษณาและประชาสัมพันธ์

          กำไรสุทธิ 3 ปี (58-60) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คิดเป็นอัตราเติบโตสะสมเฉลี่ยที่ 38.3%  

          กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปีนี้โต 29.6% YoY และสูงกว่าปีก่อนทั้งปี ผลจากรายได้โตในอัตราที่สูงกว่าการโตของค่าใช้จ่าย

4.มีตระกูล “พรรณนิภา” เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่

                                                            ก่อนขายหุ้น หลังขายหุ้น

1.กลุ่มดร.อัญชลิน พรรณนิภา           90.1%           67.5%

2.นางสาวรัตนา พรรณนิภา                3.3%             2.5%

3.นายศรศักดิ์ ถานบุรี                         3.3%              2.5%

4.นางสาวสุลลิตา ถานบุรี                   3.3%              2.5%

5.กรรมการ ผู้บริหาร  พนักงาน         -                     3.7%

6.ประชาชน                                         -                    21.3%

 

5.แนวโน้มการโตของธุรกิจประกันภัย เป็นโอกาส

          -ธุรกิจประกันภัยและธุรกิจนายหน้าประกันภัยของประเทศไทย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จำนวนกรมธรรม์ประกันภัยของประเทศไทยเพิ่มขึ้นจากจำนวน 66.7 ล้านกรมธรรม์ในปี 2555 เป็น 85.2 ล้านกรมธรรม์ในปี 2560 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ต่อปี  

          -มูลค่าเบี้ยประกันภัยรับโดยตรง มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก  0.6 ล้านล้านบาท ในปี 2555 เป็น 0.8 ล้านล้านบาท ในปี 2560 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.6% ต่อปี  

          -จำนวนเงินเอาประกันภัย มีมูลค่าเพิ่มขึ้นจาก  118.3 ล้านล้านบาท ในปี 2555 เป็น 150.7 ล้านล้านบาท ในปี 2560 หรือเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 5% ต่อปี   

6.เจาะกลุ่มตลาด Mass ปิดความเสี่ยงการแข่งขัน

          - รายได้หลักขึ้นอยู่กับลูกค้ารายใหญ่ โดยในปี 2558 – 2560 และงวด 9 เดือนแรกของปี 2561 คิดเป็นสัดส่วน 60.7%, 51.2%, 44.3% และ 55.4% ของรายได้ค่านายหน้าและรายได้ค่าบริการอื่นรวม ซึ่งคู่ค้ารายใหญ่ดังกล่าวเป็นบริษัทประกันภัยขนาดใหญ่ซึ่งถือเป็นผู้ประกอบรายหลักในอุตสาหกรรม ดังนั้น หากบริษัทคู่ค้ามีการยกเลิกสัญญา ก็จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน รายได้ และผลประกอบการโดยตรงของบริษัทฯได้

          - การแข่งขันสูง โดยธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัยและประกันชีวิต มีผู้ประกอบการเป็นจำนวนมากทั้งบริษัทขนาดเล็กและขนาดใหญ่ และมีการแข่งขันที่สูง อาจนำไปสู่การดึงตัวพนักงานขายที่มีใบอนุญาต ซึ่งจากสภาวะการแข่งขันในอุตสาหกรรมอาจส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของกลุ่มบริษัทฯ ได้

          อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการวางตำแหน่งทางการตลาดโดยนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ในวงกว้าง (Mass) เนื่องจากกลุ่มบริษัทฯ มีผลิตภัณฑ์ประกันภัยที่หลากหลาย

7.ระดมเงินทุนส่วนใหญ่เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียน

          วัตถุประสงค์การใช้เงินของบริษัท ส่วนใหญ่ลงทุนในบริษัทย่อยเพื่อใช้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ดังนี้

          1.เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ ประมาณ 1,329.6 – 1,359.6 ล้านบาท (ใช้เงินปี 2561-2563)

          2.ลงทุนในบริษัท TQM Broker เพื่อใช้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานประมาณ 200 ล้านบาท (ใช้เงินปี 2561)

          3.ลงทุนในระบบ Enterprise Resource Planning(ERP)ใน TQM Broker ประมาณ 50-80 ล้านบาท  (ใช้เงินปี 2563-2565)

          4.ลงทุนในบริษัทย่อย TQM Life เพื่อใช้สำหรับเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ประมาณ 40 ล้านบาท (ใช้เงินปี2561)

          5.พัฒนาช่องทางการขายผ่านระบบออนไลน์ โดยการลงทุนในระบบ ChatBot ใน TQM Broker ประมาณ 15 ล้านบาท (ใช้เงินปี 2561-2563)

          6.จัดตั้งศูนย์ข้อมูลสำรองข้อมูลภายนอกและกู้คืนระบบใน TQM Broker ประมาณ 6.2 ล้านบาท (ใช้เงินปี 2562)

 

8. ราคาไอพีโอ 23 บ. มาจากการ Book Building

          บริษัทฯ เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 75 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 25%  ของหุ้นทั้งหมดหลังเวสนอขาย แบ่งเป็นเสนอขายกรรมการ ผู้บริหารและ/หรือพนักงาน จำนวน 6.1 ล้านหุ้น ,บุคคลทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน 67.40 ล้านหุ้น และผู้มีอุปการคุณ 1.5 ล้านหุ้น

          บล.ธนชาต และ บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย

          ราคาเสนอขาย 23 บาท/หุ้น มาจากวิธีสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์ (Book Building) โดยมีช่วงราคาระหว่าง 21.0 – 23.0 บาทต่อหุ้น รวมมูลค่าการเสนอขาย 1,725 ล้านบาท

          หากพิจารณากำไรสุทธิของบริษัทฯ ในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง (ไตรมาส 4 ปี 2560 –  ไตรมาส 3 ปี 2561) ซึ่งเท่ากับ 331.4 ล้านบาท หรือเท่ากับกำไรสุทธิ 1.1 บาทต่อหุ้น (คำนวณบนฐานจำนวนหุ้นภายหลังจากการเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนในครั้งนี้ทั้งหมดที่ 300,000,000  หุ้น (มูลค่าที่ตราไว้ 1 บาทต่อหุ้น)) จะคิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio: “P/E”) ประมาณ 20.9 เท่า

          TQM จะเข้าเทรด SET หมวดประกันภัยและประกันชีวิต โดยใน SET ยังไม่มีบริษัทที่ประกอบธุรกิจเป็น“นายหน้าประกันภัยและประกันชีวิต” จึงพิจารณาเปรียบเทียบ P/E Ratio ของบริษัทใน SET ที่ทำธุรกิจธุรกิจประกันภัยและประกันชีวิตจะอยู่ที่ 16.2 เท่า

          ส่วนบริษัทใน mai ที่ทำธุรกิจเหมือนกับคือ บมจ.เอเอสเอ็น โบรกเกอร์  มีค่า P/E Ratio อยู่ที่ 50.3 เท่า

9.มีหุ้นที่ไม่ติด silent period 16.1%

          สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด silent period มีจำนวน 48,186,800 หุ้น คิดเป็น 16.1% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

10.นโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไร

          บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 50.0 ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคลและหลังหักสำรองตามกฎหมายของแต่ละปี

 

 



Tags:

TQMipoSET




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh