IPO Corner

10 เรื่องน่ารู้ บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR)

10 เรื่องน่ารู้ บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR)

 

บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท หรือ (SHR) บริษัทเรือธงในการประกอบธุรกิจโรงแรมของ สิงห์ เอสเตท ในเครือบุญรอดบริวเวอรี่ กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 12 พ.ย.นี้

 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากไฟลิ่ง เพื่อให้นักลงทุนใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจลงทุน

 

1.ทำธุรกิจบริหารจัดการ-ลงทุนในธุรกิจโรงแรม 

บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท (SHR) เป็นบริษัทเรือธง (Flagship Company) ด้านธุรกิจโรงแรมและรีสอร์ทของกลุ่มสิงห์ เอสเตท ในเครือบุญรอดบริวเวอรี่ โดยประกอบธุรกิจบริหารจัดการโรงแรมและลงทุนในธุรกิจโรงแรมระดับนานาชาติในรูปแบบของการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) 

ปัจจุบันมีโรงแรม 39 แห่ง มีห้องพัก 4,647 ห้อง ใน 5 ประเทศ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐมัลดีฟส์ สาธารณรัฐหมู่เกาะฟิจิ  สาธารณรัฐมอริเชียส และสหราชอาณาจักร ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2559-2561) สินทรัพย์เติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตราเฉลี่ย 102.2% ต่อปี 


2.กลุ่มทรัพย์สินตามลักษณะการประกอบธุรกิจมี 4 แบบ 

(1) โรงแรมที่บริษัทฯ บริหารจัดการเอง มี 2 แห่งในไทย ได้แก่ โรงแรม พีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท  และโรงแรมสันติบุรี เกาะสมุย  

 (2) โรงแรมภายใต้แบรนด์ Outrigger ประกอบด้วยโรงแรม 2 แห่งในไทย โรงแรม 2 แห่งในหมู่เกาะฟิจิ โรงแรม 1 แห่งในมัลดีฟส์ และโรงแรมอีก 1 แห่งในมอริเชียส  

(3) โรงแรมของบริษัทฯ ในสหราชอาณาจักร มี 29 แห่ง ดำเนินงานภายใต้แบรนด์ Mercure และ Holiday Inn 

 (4) โครงการ Crossroads เฟส 1 มีโรงแรม 2 แห่งที่ Emboodhoo Lagoon ในมัลดีฟส์


3.ตั้งเป้าขยายจำนวนห้องพัก-จำนวนโรงแรมโตเฉลี่ยสะสม 15% ต่อปี 

จากปี 2562-2568 บริษัทฯ มีเป้าหมายขยายจำนวนห้องพักและจำนวนโรงแรมในอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมคิดเป็น 15% ต่อปี (จากปัจจุบันมี 4,647 ห้องพัก และมีโรงแรม 39 แห่ง) จะขยายไปทั้งในรูปแบบของการบริหารจัดการเอง และในรูปแบบของการบริหารจัดการร่วมกับแบรนด์โรงแรมที่มีชื่อเสียง เช่น แบรนด์ Hilton แบรนด์ Hardrock และ แบรนด์ Outrigger 

ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ได้เน้นการพัฒนาตลาดเฉพาะกลุ่ม สำหรับโรงแรมและรีสอร์ทระดับบน (Upscale และ Upper Upscale) และระดับลักชัวรี่ (Luxury) 

 

4.มีแผนขยายธุรกิจ “บริการบริหารโรงแรม” เพื่อเพิ่ม ROA

มีแผนลดสัดส่วนโรงแรมที่ “บริหารโดยบุคคลภายนอก” และขยายธุรกิจไปในธุรกิจ “การให้บริการบริหารโรงแรมให้กับบุคคลอื่น” ซึ่งจะนำไปสู่การเพิ่มขึ้นของผลตอบแทนของทรัพย์สิน (Return on Asset : ROA) ในรูปแบบของรายได้ค่าธรรมเนียมจากการบริหารโดยลดภาระการลงทุนในทรัพย์สินของบริษัทฯ ที่เพิ่มขึ้น

มีแผนเรื่องการจัดตั้ง “ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการระดมทุนและควบคุมโครงสร้างเงินทุนที่ต้องการ 

 

5.เสนอขายหุ้นไอพีโอราคา 5.20 บาท 

ที่มาของการกำหนดราคาเสนอขายใช้วิธี Book Building และได้ราคาสุดท้าย 5.20 บาท จากช่วงราคาที่กำหนดไว้ในครั้งแรก 5.1 – 5.5 บาทต่อหุ้น 

ช่วงราคาเสนอขาย 5.1 – 5.5 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น(P/E)ประมาณ 162.21 – 174.94 เท่า คำนวณจากผลกำไรสุทธิ 12 เดือนย้อนหลัง (มิ.ย.2561 – มิ.ย.2562) ซึ่งมีมูลค่าเท่ากับ 113 ล้านบาท หรืออัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) เท่ากับ 0.03144 บาทต่อหุ้น (Fully Diluted) 

อัตราส่วนราคาหุ้นต่อมูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (P/BV) ประมาณ 0.99 – 1.03 เท่า คำนวณจากมูลค่าตามบัญชีภายหลังการเสนอขายหุ้นซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 18,538 – 19,113 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรามูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น (Book Value Per Share) เท่ากับ 5.16 – 5.32 บาทต่อหุ้น (Fully Diluted)

บริษัทจดทะเบียนที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจใกล้เคียงกับ SHR มีอยู่ 3 บริษัทซึ่งมี P/E เฉลี่ย 29.33 เท่า และ P/BV เฉลี่ย 2.77 เท่า (CENTEL,ERW,MINT)

สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด silent period มีจำนวน 179,681,920 หุ้น คิดเป็น 5% ของจำนวนหุ้นที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการออกและเสนอขายหุ้นสามัญต่อประชาชนเป็นครั้งแรกนี้ 

 

 

6.วัตถุประสงค์การใช้เงินเพื่อลงทุนพัฒนาโครงการ-ชำระคืนเงินกู้

เงินสุทธิจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้ หลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้วประมาณ 7,086.28 – 7,652.07 ล้านบาท มีวัตถุประสงค์ในการใช้เงิน ดังนี้

 

 

7.ผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บมจ.สิงห์ เอสเตท ในเครือบุญรอดบริวเวอรี่

“บมจ.สิงห์ เอสเตท” หรือ S เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 100% (ผ่าน บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท อินเตอร์ จำกัด และ SHRSG) แต่หลังการเสนอขายหุ้นไอพีโอและหลังการใช้สิทธิภายใต้ PO Warrant “บมจ.สิงห์ เอสเตท” จะเหลือสัดส่วนหุ้น 58.8% 

 

 

 

8.รายได้-กำไรโตต่อเนื่องตลอด 3 ปี (2559-2561)

ปี 2559 -2561 และงวด 6 เดือนแรกปี62 รายได้จากการดำเนินงานตามงบการเงินรวมเท่ากับ 968.0 ล้านบาท 1,074.0 ล้านบาท 2,575.7 ล้านบาท  และ 1,751.8 ล้านบาท ตามลำดับ 

ปี 2560 รายได้เพิ่มขึ้น 11% จากปี 2559 จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการดำเนินงานของโรงแรมที่บริษัทฯ บริหารจัดการเองซึ่งเป็นผลจากการขยายการดำเนินงานของโรงแรมพีพี ไอส์แลนด์ วิลเลจ บีช รีสอร์ท แล้วเสร็จในเดือนพฤศจิกายน 2559  ส่วนปี 2561 รายได้เพิ่มขึ้น 139.8% จากปี 2560 มีสาเหตุหลักมาจากการเข้าซื้อกิจการโรงแรม Outrigger 

ส่วนงวด 6 เดือนปี 2562 รายได้จากการให้บริการของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้น 144.8%  เป็น 1,751.8 ล้านบาท จาก 715.6 ล้านบาท ในงวด 6 เดือนปี 61 โดยมีสาเหตุหลักการรับรู้รายได้จากโรงแรม Outrigger ที่บริษัทฯ ได้เข้าซื้อเมื่อเดือนมิถุนายน 2561

ขณะที่ต้นทุนการให้บริการของบริษัทฯ ปรับตัวสูงขึ้น 178.8% จากเดิม 390.0 ล้านบาท ในงวด 6 เดือน ปี 2561 เป็น 1,087.5 ล้านบาท สำหรับงวด 6 เดือนปี 62 การเพิ่มขึ้นของต้นทุนการให้บริการสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้ซึ่งเป็นผลจากการเข้าซื้อกิจการโรงแรม Outrigger ในเดือนมิถุนายน 2561 ซึ่งต้นทุนหลักในการให้บริการของกิจการโรงแรม Outrigger ประกอบด้วยค่าใช้จ่ายค่าห้องพัก ค่าใช้จ่ายค่าอาหารและเครื่องดื่ม และค่าเสื่อมราคา 

 

 

 

9.สิงห์ เอสเตท สนับสนุนในการทำธุรกิจ ถือเป็นข้อได้เปรียบ 

ด้านการตลาดและภาวะการแข่งขัน SHR มองว่าบริษัทฯ มีข้อได้เปรียบหลายประการ ดังนี้ 

1.ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง สิงห์ เอสเตท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มบริษัทบุญรอดบริวเวอรี่

2.บริหารจัดการและพัฒนากลุ่มทรัพย์สินที่มีความหลากหลายในแหล่งท่องเที่ยวซึ่งเป็นที่นิยมในระดับโลก

3.ได้ประโยชน์จากการมีกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายทั่วโลก รวมทั้งประโยชน์จากศักยภาพด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่มีความน่าสนใจ  

4.บริหารจัดการโรงแรมได้หลายรูปแบบ ทั้งในรูปแบบของการบริหารงานโดยบริษัทฯ เอง หรือการร่วมมือกับผู้บริหารโรงแรมที่มีชื่อเสียงระดับโลก

5.มีความสามารถในการขยายกิจการหลายรูปแบบ ทั้งจากการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ เอง (Organic Growth) และการเข้าซื้อกิจการ (Inorganic Growth)

6.ผู้บริหารระดับอาวุโสของบริษัทฯ มีวิสัยทัศน์และมีประสบการณ์การทำงาน

 

10.นโยบายการจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ 

บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการ โดยอัตราการจ่ายเงินปันผลดังกล่าวอาจเปลี่ยน แปลงไปจากที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงิน สภาพคล่อง ความจำเป็นในการลงทุนของบริษัทฯ 

 

 

 

 



Tags:

SHR




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh