IPO Corner

| 25 สิงหาคม 2560

9 เรื่องน่ารู้หุ้นน้องใหม่ III

            บมจ.ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (III)  จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นบริษัทที่ 16 ของปีนี้ ทีมข่าว "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้สรุป 9 ประเด็นที่สำคัญที่น่ารู้ รวบรวมจากไฟลิ่งและจากข่าวบริษัท ไปติดตามกันเลย
     

1. III ทำธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ครบวงจร คู่แข่งหลักคือ DHL-KERRY

    บมจ.ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ ใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์ในการซื้อขายในตลาดหุ้น "III"  ทำธุรกิจให้บริการด้านโลจิสติกส์มากว่า 25 ปี เริ่มต้นจาก บริการรับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศทางทะเล  ปัจจุบันได้ขยับขยายมาให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร โดย III  มีบริษัทในเครือ 24 บริษัท และมี 4 กลุ่มธุรกิจหลัก ดังนี้
    1) กลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศแบบครบวงจร
    2) กลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก 
    บริษัทฯ ไม่มีเรือเป็นของตนเอง เน้นการขนส่งคอนเทนเนอร์เชื่อมโยงระหว่างทางทะเลและทางบก
    3) กลุ่มธุรกิจการบริหารจัดการโลจิสติกส์   
    มีคู่แข่งรายใหญ่หลักแบรนด์ระดับโลก คือ DHL, KERRY, SCHENKER และ NYK  ซึ่งบริษัทขนาดใหญ่เหล่านี้มีเงินทุนมาก และทำตลาดในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน
    4) กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย

2.  รายได้เกินครึ่งมาจาก "ขนส่งสินค้าทางอากาศ" มีลูกค้ากว่า 90 สายการบิน

    ณ งวดไตรมาสแรกปี 2560 บริษัทมีรายได้รวม 535.5 ล้านบาท โดยสัดส่วนรายได้ ส่วนใหญ่มาจาก
    กลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ 68.2%
    กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย 23.6%
    กลุ่มธุรกิจการบริหารจัดการโลจิสติกส์ 4.9%
    กลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก 3.4 %

    จุดเด่นของ III คือมีกลุ่มลูกค้าสายการบิน ที่ทางกลุ่มบริษัทฯ เป็นตัวแทนการขายระวางสินค้าแต่เพียงผู้เดียว รวมกันมากกว่า 90 สายการบิน เช่น สายการบิน  Thai AirAsia  สายการบิน Thai AirAsiaX สายการบิน SriLankan สายการบิน Lan Cargo และสายการบิน Jeju Air  และสายการบินอื่นๆ เช่น สายการบิน Etihad Airways สายการบิน UPS สายการบิน Finnair สายการบิน Asiana Airlines สายการบิน Korean Air และการบินไทย เป็นต้น 
    เส้นทางการบินที่เป็นจุดแข็งของกลุ่มบริษัทฯ ได้แก่เส้นทางการบินในกลุ่มประเทศอาเซียนและประเทศจีนตอนใต้ ซึ่งเป็นเส้นทางการบินที่มีเที่ยวบินของ Thai AirAsia และ Thai AirAsiaX รองรับเป็นจำนวนมาก 
    บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท.) ก็เป็นลูกค้าของ "ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ "  เช่นกัน โดย III  จะบริการขนส่งไปรษณียภัณฑ์ทางอากาศทั้งในประเทศและระหว่างประเทศ ให้แก่ ปณท. ซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ปี 2552  ขนส่งไปยังกว่า 76 สนามบินปลายทาง ครอบคลุม 64 ประเทศทั่วโลก 

3.  กำไรสุทธิโตต่อเนื่องทุกปี 

    กำไรสุทธิของ III ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (57-59) เติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 13.4 ล้านบาท 27.4 ล้านบาท และ 94.5 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 1.2%  , 1.8%  และ 4.6%  ตามลำดับ 
    สาเหตุหลักมาจากการขยายตัวของรายได้และบริการของกลุ่มบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มธุรกิจให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ และกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับเคมีภัณฑ์และสินค้าอันตราย  
   ไตรมาสที่ 2/60  มีกำไรสุทธิ 43.10 ล้านบาท  เพิ่มขึ้น 92% YoY  ส่วนงวด 6 เดือนแรกปีนี้มีกำไรสุทธิ 83 ล้านบาท 

    

4. ผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 รายของ III เป็นผู้บริหารระดับสูง     

    III มีรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่สุด 2 อันดับแรก ได้แก่ 
    1.นายทิพย์  ดาลาล  สัดส่วน 32.13% หลังขายไอพีโอจะลดเหลือ 22.99%  
    2.นายวิรัช  นอบน้อมธรรม  สัดส่วน 24.53%  หลังขายไอพีโอจะลดเหลือ 17.55% 

    ปัจจุบัน นายทิพย์ ดาลาล  ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ส่วน นายวิรัช นอบน้อมธรรม  ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน  

5. ราคา IPO หุ้นละ 4.80 บาท อิง P/E ประมาณ 22.66 เท่า

    III มีหุ้นสามัญก่อนการ IPO ทั้งสิ้น 440 ล้านหุ้น และหุ้นทั้งหมดภายหลังการขาย IPO จะอยู่ที่ 604.5 ล้านหุ้น พาร์หุ้นละ 5 บาท
    สำหรับการเสนอขายหุ้น IPO ทั้งหมด  164.5 ล้านหุ้น มีมูลค่าการเสนอขาย  789.60 ล้านบาท  แบ่งเป็น 
    (1) ไม่เกิน 160,000,000 หุ้น เพื่อเสนอขายต่อประชาชนเป็นการทั่วไป  
    (2) ไม่เกิน 4,500,000 หุ้น เพื่อเสนอขายต่อพนักงานของบริษัทฯ
     โดยมีธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และ บริษัทหลักทรัพย์ ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด  เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย
     ราคา IPO ที่ 4.80 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น ( P/E ratio) ประมาณ 22.66 เท่า โดยคำนวณจากกำไรสุทธิของบริษัทฯ ในช่วง 4 ไตรมาสล่าสุด (ตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2559 ถึง ไตรมาส 2 ปี 2560) หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมด 604,500,000 หุ้น (Fully diluted) ซึ่งมีค่าเท่ากับ 0.21 บาทต่อหุ้น 
    หากเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ย P/E ratio ของบริษัทจดทะเบียนที่ดำเนินธุรกิจเดียวกันในหมวดขนส่งและโลจิสติกส์ ได้แก่ 1. บมจ.ไวส์ โลจิสติกส์ (WICE)  และ 2. บมจ.เจดับเบิ้ลยูดี อินโฟโลจิสติกส์ (JWD) มีค่าเฉลี่ยสูงถึง 190.9 เท่า 

6. มีหุ้นที่ไม่ติด silent period จำนวน 55% ของหุ้นทั้งหมดหลังขาย IPO 

    ในแบบไฟลิ่งระบุถึง สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด silent period  มีจำนวน 332,475,000 หุ้น คิดเป็น 55% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ 

    
    
7. เงินระดมทุนส่วนใหญ่ใช้เป็นทุนหมุนเวียน

    III ระบุในแบบไฟลิ่ง ถึงวัตถุประสงค์การใช้เงินระดมทุนดังนี้
    (1)  เงินลงทุนในโครงการปัจจุบันและอนาคตรวม 11 โครงการ มูลค่า 235 ล้านบาท ภายในปี 2561 
    - โครงการธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศ (6 โครงการ) รวมมูลค่าเงินลงทุน 115 ล้านบาท 
    - โครงการธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าทางทะเลและทางบก (1 โครงการ) มูลค่าเงินลงทุน 55.5 ล้านบาท 
     - โครงการธุรกิจการให้บริการการจัดการและการปฏิบัติการทางด้านขนส่งและการจัดการสินค้าคงคลัง (1 โครงการ)  2 ล้านบาท
    - โครงการธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าเคมีและสินค้าอันตราย (3 โครงการ) รวมมูลค่าเงินลงทุน 62.5 ล้านบาท 
    (2) สำรองเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานของบริษัทฯ 554.6  ล้านบาท ภายในปี 2562

8. โบรกฯ เคาะราคาเหมาะสมราว 5 บาท

    บล.โกลเบล็ก ประเมินราคาเหมาะสม III อยู่ที่ราว 5 บาทสำหรับปี 2561 พร้อมคาดรายได้ปี 60 เติบโต 24% YoY มาอยู่ที่ 2,540 ล้านบาทตามการเติบโตของรายได้ธุรกิจการขนส่งสินค้าทางอากาศ  การเติบโตของรายได้ธุรกิจโลจิสติกส์สำหรับสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์
   คาดกำไรปี60 อยู่ที่ราว  168 ล้านบาทเติบโต 78% YoY และปี 61 เติบโต 11%YoY สู่ระดับ 187 ล้านบาท ตามการเปิดเส้นทางการบินใหม่ของสายการบินไทย แอร์ เอเชีย และการขยายคลังสินค้าสินค้าอันตรายและเคมีภัณฑ์
 

9. ผู้บริหารคาดรายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่ 2.07 พันลบ.

    นายทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร III  คาดว่ารายได้ปีนี้จะเติบโตไม่ต่ำกว่าปีก่อนที่ทำได้ 2,075 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 1,086 ล้านบาท โตขึ้น 10% YoY ตามการเติบโตของธุรกิจโลจิสติกส์ โดยเฉพาะในธุรกิจเคมีภัณฑ์อันตราย และธุรกิจขนส่งทางอากาศ   ส่วนอัตรากำไรสุทธิคาดจะทำได้ 7.55% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ทำได้ 4.5% 

    "ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์" หรือ  III จะเข้าเทรด SET ในวันที่  1 ก.ย.นี้ ดำเนินรอยตามรุ่นพี่อย่าง WICE และ JWD ต้องมาติดตามว่าหุ้น "โลจิสติกส์ครบวงจร" จะทำให้นักลงทุนประทับใจมากน้อยเพียงใด

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh