IPO Corner

| 21 ธันวาคม 2560

9 เรื่องน่ารู้หุ้นครีมหอยทาก "ดู เดย์ ดรีม" (DDD)

 

           หากพูดถึง บริษัท ดู เดย์ ดรีม จำกัด (มหาชน) หรือ DDD หลายคนอาจไม่คุ้นเคย แต่ถ้าพูดถึง “SNAILWHITE” เชื่อว่าสาวๆ หลายคนน่าจะรู้จักเป็นอย่างดี  หุ้น DDD กำลังจะเข้าซื้อขายใน SET วันที่ 26 ธ.ค. นี้ นับเป็นหุ้นผลิตภัณฑ์ความงามที่น่าจับตา "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" สแกนข้อมูลจากไฟลิ่ง ทั้งโอกาส และความเสี่ยงของหุ้นตัวนี้ เพื่อเป็นข้อมูลให้ทุกท่าน ประกอบการตัดสินใจก่อนเข้าลงทุน

1. เป็นผู้ผลิต-จำหน่ายผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแบรนด์ “SNAILWHITE” 


     DDD ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อน เริ่มแรกทำธุรกิจรับจ้างผลิตผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภายใต้เครื่องหมายการค้าอื่น (OEM) ให้แก่ลูกค้า 
     ต่อมาปี 2556 เห็นโอกาสในธุรกิจ จึงตัดสินใจเริ่มทำแบรนด์ของตนเอง โดยตั้งชื่อกลุ่มผลิตภัณฑ์ว่า “SNAILWHITE” ภายใต้เครื่องหมายการค้า “NAMU LIFE”และใช้เวลาเพียงแค่ 3 ปีสินค้าได้รับความนิยมมาก 
    “SNAILWHITE” เป็นผลิตภัณฑ์บุกเบิกในไทยที่มีส่วนผสมจากสารสกัดของเมือกหอยทาก
     ยอดขาย  “SNAILWHITE” เป็นอันดับ 1 กลุ่มสารสกัดจากเมือกหอยทาก และติด Top3 สินค้าน่าซื้อในกรุงเทพฯ บนเว็ปไซต์แนะนำการท่องเที่ยว Skyscanner 
     ปัจจุบัน DDD มี  6 กลุ่มผลิตภัณฑ์  ได้แก่ (1) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า (2) ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย (3) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า (4) ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวกาย (5) ผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด และ (6) ชุดของขวัญ (Gift Set)
     

2. มีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้า 5 ช่องทางหลัก


    DDD  มีช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าทั้งหมด 5 ช่องทางหลัก ได้แก่ (1) ร้านค้าสมัยใหม่ (Modern Trade) (2) ร้านค้าของบริษัทฯ (NAMU LIFE Shop)  (3) ร้านค้าแบบดั้งเดิม (Traditional Trade) (4) ช่องทางธุรกิจออนไลน์ และ (5) ช่องทางการส่งออก (Export) 

3. กำไรโตเฉลี่ย (CAGR)  248.8% ต่อปี ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา


    DDD มีรายได้-กำไรในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีดังนี้ 
    ปี 2557 มีรายได้ รวม 438.1 ล้านบาท กำไรสุทธิ 27.5 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 6.3% 
    ปี 2558 มีรายได้รวม  956.7 ล้านบาท กำไรสุทธิ 175.7 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 20.3% 
    ปี 2559 มีรายได้รวม 1,204.8 ล้านบาท กำไรสุทธิ 328.0 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 27.8% 
    9 เดือนปี 2560 มีรายได้รวม 1,263.6 ล้านบาท กำไรสุทธิ 253.5 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิ 20.1%      
    รายได้รวมเติบโตสะสมเฉลี่ย (CAGR) 65.6% ต่อปี ตามพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เริ่มตระหนักถึงการบำรุงผิวพรรณ
    กำไรสุทธิเติบโตสะสมเฉลี่ย (CAGR) 248.8% ต่อปี จากการทำการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ และคุมต้นทุนได้ดี    

4. ขายไอพีโอ หุ้นละ 53 บาท เข้าเทรด SET


    DDD เสนอขายไอพีโอ 76 ล้านหุ้น หรือ 24.05% ของหุ้นทั้งหมด
    จำนวนหุ้นหลังขายไอพีโอ 316 ล้านหุ้น
    ที่ปรึกษาทางการเงิน และแกนนำอันเดอร์ไรท์คือ บล.บัวหลวง 
    ราคาไอพีโอหุ้นละ 53 บาท พิจารณากำไรสุทธิของบริษัทฯ ในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง (Q4/59  – Q3/60) ซึ่งเท่ากับ  309.9 ล้านบาท คิดเป็น EPS  0.98 บาท/หุ้น (จากหุ้นทั้งหมดหลังขายไอพีโอ 316 ล้านหุ้น) และคิดเป็น P/E ประมาณ  54.08 เท่า 
    ไม่มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในหมวดธุรกิจ ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์ที่มีธุรกิจใกล้เคียงกับบริษัทฯ จึงเทียบกับบริษัทที่มีลักษณะใกล้เคียง 2 บริษัท ได้แก่  บมจ.บิวตี้ คอมมูนิตี้ (BEAUTY)  และ บมจ.คาร์มาร์ท (KAMART) ) ซึ่งมีค่า P/E เฉลี่ยเท่ากับ 42.61 เท่า
    เข้าเทรด SET หมวดธุรกิจ (sector) ของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์

5. เงินระดมทุนส่วนใหญ่ ใช้เป็นทุนหมุนเวียน 


    DDD คาดจะได้เงินขายไอพีโอสุทธิ 3,940.88 ล้านบาท และมีแผนการใช้เงิน ดังนี้ 
    5.1 ขยายธุรกิจของบริษัทฯ  406  ลบ.
    - ขยายพื้นที่โรงงาน ซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติมและขยายพื้นที่คลังสินค้า  จำนวน 256  ลบ.    
    - ขยายช่องทางการจัดจำหน่ายและเสริมสร้างศักยภาพศูนย์กระจายสินค้า  จำนวน  40  ลบ.
    - ปรับปรุงสำนักงานของบริษัทฯ และวางระบบเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง  จำนวน   50  ลบ.
    - ปรับปรุงฝ่ายวิจัยและพัฒนาของบริษัทฯ  จำนวน 60   ลบ.
     5.2 ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน   3,534.88  ลบ.     
 
 6. ความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจ คือ พึ่งสินค้าตัวเดียว


    DDD ระบุในไฟลิ่งถึงความเสี่ยงของบริษัทฯ ประกอบด้วย 
    1. รายได้ของบริษัทฯ อยู่ภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ชื่อ “SNAILWHITE” เพียงอย่างเดียว
    2.รายได้ของบริษัทฯ กระจุกตัวอยู่ที่ผลิตภัณฑ์ SNAILWHITE Facial Cream กว่าร้อยละ 80 
    3.ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัทฯ มีสารสกัดจากเมือกหอยทากเป็นส่วนประกอบหลัก
    4.ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่  / การพึ่งพิงลูกค้าสัญชาติจีน / การพึ่งพิงผู้ผลิตขวดบรรจุภัณฑ์

7. ผู้ถือหุ้นรายใหญ่คือ "กลุ่มครอบครัวพรพัฒนารักษ์"

     รายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ ก่อนและหลังจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน
     1.กลุ่มครอบครัวพรพัฒนารักษ์  93.16%     หลัง IPO  70.76%
     2.North Haven Thai Private Equity Clarity Company (HK) Limited (NHTPEC) 6.25%  หลัง IPO 4.75%    
            
8. มีหุ้นที่ไม่ติด silent period จำนวน 8.96% ของหุ้นทั้งหมด 

      ในไฟลิ่งระบุถึงสัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด silent period : จำนวน 28,315,200 หุ้น คิดเป็น 8.96% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

9. ฐานะการเงินแกร่ง D/E ไม่ถึง 1 เท่า

สินทรัพย์รวม     1,441 ล้านบาท
หนี้สินรวม        599 ล้านบาท
ส่วนผู้ถือหุ้น    842 ล้านบาท
D/E          0.7 เท่า
ROE        55.5%
ROA       30.5%

หมายเหตุ : งบการเงินงวดสิ้นสุดเดือน ก.ย. 60 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวยอดนิยม

Refresh