IPO Corner

10 เรื่องน่ารู้หุ้น “คอปเปอร์ ไวร์ด”(CPW)

10 เรื่องน่ารู้หุ้น “คอปเปอร์ ไวร์ด”(CPW)

บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จำกัด (มหาชน) หรือ CPW น้องใหม่ สังกัดหมวดธุรกิจพาณิชย์ ที่มีประสบการณ์ในธุรกิจค้าปลีกสินค้าไอที ยาวนานเกือบ 20 ปี CPW  พร้อมจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) วันที่ 18 ต.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ iPhone 11 จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้สรุปประเด็นสำคัญจากไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของลงทุน  

 

1.ก่อตั้งโดย "ปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข"

บริษัท คอปเปอร์ ไวร์ด จํากัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2543 โดยนายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 3.00 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์แรกเริ่ม เพื่อประกอบธุรกิจเป็นผู้จัดจำหน่ายค้าปลีกผลิตภัณฑ์ของ Apple  และเปิดร้าน iStudio (เดิมชื่อ Apple Centre) สาขาสยามดิสคัฟเวอรี่ซึ่งเป็น Apple Brand Shop สาขาแรกในประเทศไทยที่ตั้งอยู่ในศูนย์การค้า 

 

2. ทำธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งสินค้ากลุ่มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ 

ปัจจุบัน บมจ.คอปเปอร์ ไวร์ด ดำเนินธุรกิจการขายปลีกสินค้ากลุ่มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ รวมไปถึงสินค้าแบรนด์ Apple ผ่านร้านค้าภายใต้การบริหารงานของบริษัท ได้แก่ 

1.ร้าน .life (ดอทไลฟ์) จำหน่ายสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์นำสมัย มากกว่า 2,000 รายการ ภายใต้แบรนด์ทั่วโลกมากกว่า 200 ราย 

2.ร้านค้าปลีก Apple Brand Shop จำหน่ายสินค้าแบรนด์ Apple ร้าน iStudio by copperwired ร้าน Ai_ และร้าน U-Store  by copperwired

3.ร้าน iServe เป็นศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งจากทาง Apple ให้บริการซ่อม/เปลี่ยนอะไหล่สินค้าแบรนด์ Apple  

บมจ.คอปเปอร์ ไวร์ด ยังมีธุรกิจค้าส่งสินค้ากลุ่มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ด้วย ดำเนินงานภายใต้ บริษัท โคแอน จำกัด (คอปเปอร์ ไวร์ด ถือหุ้น 99.99%) นำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมาขายส่งให้กลุ่มลูกค้านำไปขายต่อให้รายย่อย เช่น CPW ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ พาวเวอร์บาย ร้านค้าปลอดภาษี คิง พาวเวอร์ Apple Store เป็นต้น

 

3.กลุ่มนายณรงค์ อิงค์ธเนศ เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ 

กลุ่มนายณรงค์ อิงค์ธเนศ ถือหุ้นใหญ่ 74.75% (ประกอบไปด้วยกลุ่มครอบครัวอิงค์ธเนศ และบริษัท วีเน็ท แคปปิทอล จำกัด) หลังเสนอขายไอพีโอ สัดส่วนหุ้นจะลดเหลือ 54.88% โดยนายณรงค์ ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ และประธานกรรมการบริหาร CPW 

ส่วนนายปรเมศร์ เหรียญเจริญสุข ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 ในสัดส่วน 15.39% หลังเสนอขายไอพีโอ สัดส่วนหุ้นจะลดเหลือ 11.28% โดยนายปรเมศร์ ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร CPW  

4.รายได้-กำไร เติบโตทุกปี 

รายได้บริษัทมาจากสินค้า 3 กลุ่ม 1.กลุ่มดิจิทัลไลฟ์สไตล์ 2.กลุ่มโทรศัพท์มือถือ และ 3.กลุ่มคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ต และรายได้จากการบริการซ่อมแซมและรับประกัน

ปี 2559-2561 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2.53 พันลบ., 2.78 พันลบ.และ 3.22 พันลบ. ตามลำดับ ส่วนงวด 6 เดือนแรกปี2562 มีรายได้รวม 1.57 พันลบ. เพิ่มขึ้น 87.93 ลบ.หรือ 5.90% เทียบ YoY เนื่องจากยอดขายของสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ และสินค้ากลุ่มคอมพิวเตอร์และแท็บเล็ตที่ยังคงมีการเติบโตเพิ่มขึ้น 

ปี 2559-2561 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 16.00 ลบ., 63.35 ลบ.และ 82.42 ลบ.คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 0.63%, 2.27% และ 2.55% ตามลำดับ ดีขึ้นตามอัตรากำไรขั้นต้น จากสัดส่วนการขายกลุ่มสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์เพิ่มขึ้น และการขยายธุรกิจค้าส่ง 

ปี 2562 งวด 6 เดือนแรกมีกำไรสุทธิ 26.48 ลบ.ลดลงจาก 39.72 ลบ.ในช่วงเดียวกันปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 1.68% จาก 2.67% สาเหตุหลักของการลดลงของกำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิ มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขาย เนื่องจากมีการปิดปรับปรุงร้าน .life สาขาสยามพารากอน 

 

5.วัตถุประสงค์การใช้เงิน ส่วนใหญ่เพื่อขยายสาขา

 บริษัทมีวัตถุประสงค์ ที่จะนำเงินที่ได้จากการขายไอพีโอครั้งนี้ประมาณ 360.24 ลบ. เพื่อนำไปใช้ขยายสาขาร้านค้าปลีก และเป็นเงินทุนหมุนเวียน 

 


6.โอกาสโตมีมากตามยุค 5G - IoT - AI - AR 

เทคโนโลยี 5G ที่จะเข้ามาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น Internet Of Things (IoT), AI, AR  และจากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล ส่งผลให้อุปกรณ์ต่างๆ ที่ผู้บริโภคมักใช้ในชีวิตประจำวัน มีแนวโน้มเชื่อมโยงเข้าสู่โลกของอินเทอร์เน็ต  โดยมักเรียกอุปกรณ์เหล่านั้นว่า “อุปกรณ์ IoT” 

ปี 2563 ประเทศไทยจะก้าวสู่เทคโนโลยีการสื่อสารด้วยเทคโนโลยี 5G ซึ่งจะเป็นปัจจัยหลักที่สนับสนุนให้เกิดการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของประชากรในประเทศ และเป็นโอกาสของตลาดสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ ที่บริษัทนำมาขายในร้าน .life และ ร้าน iStudio 

แนวโน้มปี 2568 มีการประมาณว่าการใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับ IoT ทั่วโลก จะมีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ส่วนในไทยเศรษฐกิจปี 2568 จะมีมูลค่า 3 ล้านลบ. ซึ่งเป็นการใช้จ่ายเกี่ยวกับ IoT ถึง 5 แสนลบ. ในอนาคตอุปกรณ์ต่างๆ (Devices) ในชีวิตประจำวันจะถูกเชื่อมต่อใช้งานผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต 


7.แตกต่าง ด้วยสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย 

ปัจจุบันผู้ประกอบการที่จำหน่ายสินค้าในตลาดส่วนใหญ่จะเน้นการขายสินค้าที่เป็นกลุ่มของไอทีหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นหลักและเสริมด้วยสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์เป็นส่วนน้อย 

แต่ร้าน .life มีความหลากหลายของสินค้าดิจิทัลไลฟ์สไตล์ให้เลือกสรร ซึ่งถือว่าเป็นจุดแข็งของร้าน นอกจากนี้ ยังมีทีมงานคุณภาพที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเข้าใจในสินค้าทุกชิ้นภายในร้าน สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี

8.นโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

บริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้ และหลังหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามกฎหมายกำหนด โดยการพิจารณาจากงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท  

9.ราคาไอพีโอหุ้นละ 2.38 บาท อิง P/E 19.83 เท่า

บริษัทฯ เสนอขายหุ้นไอพีโอไม่เกิน 160 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.67% ของหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังการเสนอขายในราคาหุ้นละ 2.38 บาท รวมมูลค่าเสนอขาย 380.80 ล้านบาท

การกำหนดราคาเสนอขาย ได้ประเมินมูลค่าหุ้นด้วยวิธีอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E) โดยราคา 2.38 บาท คิดเป็น P/E 19.83 เท่า คำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิ 4 ไตรมาสล่าสุด (Q3/61-Q2/62) ซึ่งเท่ากับ 69.17 ล้านบาท หารหุ้นทั้งหมดหลังเสนอขาย 600 ล้านหุ้น (Fully diluted) ได้กำไรสุทธิต่อหุ้นประ มาณ 0.12 บาท

เทียบกับบริษัทใกล้เคียงอย่าง บมจ.คอมเซเว่น และบมจ.เอส พี วี ไอ มีค่า P/E เฉลี่ยอยู่ที่ 28.82 เท่า และ 12.11 เท่าตามลำดับ (P/E เฉลี่ยในช่วงระยะเวลา 3 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มิ.ย.2562-วันที่ 30 ส.ค.2562) 

บล.เคที ซีมิโก้ จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย โดยมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 3 แห่ง ได้แก่ บล.เคจีไอ บล.ฟินันเซีย ไซรัส และ บล.เคทีบี 

10.มีหุ้นที่ไม่ติด Silent Period 12.73%

สัดส่วนของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period มีจำนวน  76,352,600 หุ้นคิดเป็น 12.73% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้

 

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh