IPO Corner

9 เรื่องน่ารู้หุ้น VRANDA ธุรกิจรีสอร์ทและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง

9 เรื่องน่ารู้หุ้น VRANDA ธุรกิจรีสอร์ทและอสังหาริมทรัพย์ชื่อดัง

    บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ VRANDA ผู้ประกอบการรีสอร์ทชื่อดัง อสังหาริมทรัพย์ และร้านอาหาร กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 3 พ.ค.นี้ 

    ทีมข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" เจาะลึก 9 เรื่องน่ารู้ของหุ้น VRANDA จากข้อมูลในแบบไฟลิ่ง มาให้นักลงทุนที่มีความสนใจ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าลงทุน

1.ทำธุรกิจโรงแรม อสังหาฯ และอาหาร

    VRANDA ประกอบธุรกิจโรงแรม ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารชุดพักอาศัย และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม โดยมีสัดส่วนรายได้โรงแรมอยู่ที่ 54.03% พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 43.32% อาหารและเครื่องดื่ม 0.84% รายได้ค่าบริหารจัดการ 0.79% และอื่นๆ 1.02%
    ณ สิ้นปี 61 บริษัทมีโรงแรมเปิดให้บริการทั้งหมด 5 แห่ง ได้แก่ 1.โรงแรมวีรันดา รีสอร์ท หัวหิน 2.โรงแรมวีรันดา เดอะ ไฮ รีสอร์ท เชียงใหม่ 3.โรงแรม โซ โซฟิเทล แบงค็อก 4.โรงแรมวีรันดา รีสอร์ท พัทยา 5.โรงแรมร็อคกี้ บูติค รีสอร์ท และอยู่ระหว่างพัฒนา 1 แห่ง คือ โรงแรม เวอโซ หัวหิน
    ธุรกิจอาคารชุดพักอาศัยปัจจุบันมีโครงการสร้างเสร็จพร้อมอยู่ 2 แห่ง ได้แก่ 1. วีรันดา ไฮ เรสซิเดนซ์ เชียงใหม่ 2.วีรันดา เรสซิเดนซ์ พัทยา และอยู่ระหว่างก่อสร้าง 1 แห่ง คือ วีรันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน
    ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มปัจจุบันเปิดดำเนินการทั้งหมด 4 แห่ง ได้แก่ ร้าน Skoop Beach Cafe พัทยา และหัวหิน ร้าน KOF สาทร และทองหล่อ

2.รายได้-กำไรฟื้นตัวก้าวกระโดด

ผลการดำเนินงานในปี 59 - 61

         หน่วย:ล้านบาท
ปี    รายได้    กำไรสุทธิ    อัตรากำไรสุทธิ(%)
59    1,210    -17.85    -1.47
60    1,731     22.23     1.28
61    2,431     235.78     9.7

    ผลประกอบการปี 59 ที่ขาดทุนสุทธิ 17.85 ล้านบาท มีสาเหตุมาจากการเปิดโรงแรมวีรันดา รีสอร์ท พัทยา ทำให้บริษัทมีค่าใช้จ่ายต่างๆเข้ามาซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติของธุรกิจโรงแรม และมีค่าใช้จ่ายการขายโครงการวีรันดา เรสซิเดนซ์ พัทยาเข้ามา ซึ่งต่อมา 2 โครงการดังกล่าวเริ่มสร้างรายได้ทำให้กำไรสุทธิกลับมาฟื้นตัวตามลำดับ

3.ราคาไอพีโอ 10 บาท คิดเป็น P/E 13.51 เท่า ต่ำกว่าธุรกิจคล้ายกัน

    VRANDA กำหนดราคาขายหุ้นไอพีโอที่หุ้นละ 10 บาท โดยกำหนดจากราคาหุ้นสามัญเพิ่มทุนที่จะเสนอขายในครั้งนี้จากการสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์(Book Building)จากช่วงราคา 9.80 - 10 บาทต่อหุ้น
    ซึ่งหากพิจารณาจากำไรสุทธิในช่วง 12 เดือนย้อนหลังของบริษัท(ไตรมาส 1/61 - 4/61) เท่ากับ 235.75 ล้านบาท หรือ 0.74 บาทต่อหุ้น จะคิดเป็นอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น(P/E)อยู่ที่ 13.51 เท่า
    โดยมีบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่ดำเนินธุรกิจใกล้เคียงกันทั้งหมด 3 บริษัท และมี P/E เฉลี่ยอยู่ที่ 31.25 เท่า ได้แก่
    1.บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) P/E 32.74 เท่า
    2.บมจ.โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) P/E 27.34 เท่า
    3.บมจ.ดิเอราวัณ กรุ๊ป(ERW) P/E 33.67 เท่า

อนึ่ง VRANDA ขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด 75 ล้านหุ้น
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอที่อยู่ที่ 319 ล้านหุ้น
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) 5 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชีที่ 5.48 บาท/หุ้น (คำนวณ ณ วันที่ 31 ธ.ค. 61)
เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์หลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) ในวันที่ 3 พ.ค. 62
ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
อันเดอร์ไรท์ บล.กสิกรไทย, บล.ไทยพาณิชย์, บล.ฟินันเซีย ไซรัส

4.นำเงินระดมทุนขยายธุรกิจ-ชำระหนี้สถาบันการเงิน
    
    VRANDA เตรียมนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้ภายหลังหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์ จำนวนประมาณ 723.70 บาท ไปใช้ดังนี้

-ใช้เงินจำนวน 400 - 450 ล้านบาท ภายในปี 62 - 64 ขยายธุรกิจกลุ่มบริษัทฯซึ่งรวมถึงการขยายธุรกิจโรงแรม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงโครงการวีดันดา เรสซิเดนซ์ หัวหิน, โครงการโรงแรมเวอโซ หัวหิน และโครการอื่นๆ
-ใช้เงินจำนวน 200 - 250 ล้านบาท ภายในปี 62 - 63 ชำระคืนเงินกู้แก่สถาบันการเงิน 
-ใช้เงินจำนวน 23.70 - 123.70 ล้านบาท ภายในปี 62 - 64 เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน

5.ผู้ถือหุ้นเดิมเซ็นสัญญาห้ามขายหุ้น 1 ปี
    
    ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัททุกราย ที่ถือหุ้นเกิน 100,000 หุ้นขึ้นไป จะเข้าทำหนังสือข้อตกลงกับผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย เพื่อจำกัดสิทธิของตน ว่าจะไม่จำนำ จำนอง ก่อภาระติดพันขาย หรือจำหน่ายจ่ายโอนให้แก่บุคคลอื่นในช่วง 1 ปี นับจากวันเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    ซึ่งในระยะเวลา 6 เดือนหลังเข้าซื้อขายแล้วผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทจะสามารถขายหุ้นที่ถูกห้ามขายได้ 25% ของตำนวนหุ้นทั้งหมดที่ถูกห้ามขาย และจะขายส่วนที่เหลือได้เมื่อครบ 1 ปี
    และมีสัดส่วนหุ้นของ "ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร" ที่ไม่ติด Silent Period จำนวน 49,846,770 หุ้น คิดเป็น 15.59% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

6.มีผู้ถือหุ้นเดิมจะขาย Big Lot ในวันแรกในราคา IPO

    ในวันแรกที่เริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ นางพรนภัส องค์วาสิฏฐ์ ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นเดิมที่มีจำนวนถือหุ้น หุ้น จะเสนอขายหุ้นสามัญเดิมให้แก่ผู้ลงทุนเฉพาะเจาะจงไม่เกิน 50 ราย ในจำนวนไม่เกิน 1,000,000 หุ้น หรือ 0.31% ของหุ้นทั้งหมดของบริษัท บนกระดานรายใหญ่(Big-lot Board) ในราคาที่เท่ากับราคาเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ 

    สัดส่วนการเสนอขายหุ้น IPO ดังนี้

ประเภทผู้ลงทุน จำนวนหุ้นที่เสนอขาย(ล้านหุ้น) สัดส่วนที่เสนอขาย(%)
บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่าย                       23.6              31.47
ผู้ลงทุนสถาบัน                       48              64
ผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ และบริษัทย่อย                       1.53              2.04
กรรการหรือผู้บริหารของบริษัท                       1.41              1.88
พนักงานของบริษัท                       0.46              0.61

7.ผู้ถือหุ้นใหญ่ปัจจุบันเป็นผู้บริหารของ MAJOR

VRANDA มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลังการขาย IPO เป็นดังนี้ 
    1)กลุ่มนายวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ 62.65%
    2)กลุ่มนายกิตติศักดิ์ สพโชคชัย 6.72%
    3)กลุ่มนายสาคร สุขศรีวงศ์ 4.12%
    4)กลุ่มนายวิชัย กุลสมภพ 0.60%
    5)กลุ่มนายสุรศักดิ์ ว่องเกียรติถาวร 0.20%
    6)ประชาชนทั่วไป 23.77%

    ทั้งนี้ นายวีรวัฒน์ องค์วาสิฏฐ์ ผู้ถือหุ้นใหญ่และรองประธานกรรมการ VRANDA ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการ ใน บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) หรือ MAJOR

8.นโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

    VRANDA มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิจากงบเฉพาะกิจการภายหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และเงินสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กำหนดไว้ในกฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯ อย่างไรก็ตามการจ่ายเงินอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับความจำเป็น และความเหมาะสมอื่นๆ ตามที่ขณะกรรมการเห็นสมควร

9.มี D/E ณ สิ้นปี 61 ที่ 2.57 เท่า

    VRANDA มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น(D/E) ณ สื้นปี 61 อยู่ที่ 2.57 เท่า ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากปี 60 ที่ 3.71 เท่า ตามจำนวนหนี้สินที่ลดลง และส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น
    
    งบแสดงฐานะการเงิน VRANDA ณ สิ้นปี 61 เป็นดังนี้

    สินทรัพย์รวม    4,781.37  ลบ.
    หนี้สินรวม        3,440.77 ลบ.
    ส่วนของผู้ถือหุ้น    1,340.60 ลบ.
    อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) 2.57 เท่า
    อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) 4.61%
    อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 18.89%







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh