IPO Corner

9 ข้อน่ารู้ "ที คิว อาร์ (TQR)" ธุรกิจนายหน้ารับประกันภัยต่อ

9 ข้อน่ารู้

บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR ประกอบธุรกิจนายหน้ารับประกันภัยต่อ กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 17 ก.พ.นี้


สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน

 
1.ดำเนินธุรกิจ ให้บริการเป็นนายหน้าในการจัดหาประกันภัยต่ออย่างครบวงจร


บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TQR ประกอบธุรกิจ ให้บริการเป็นนายหน้าในการจัดหาประกันภัยต่ออย่างครบวงจร ด้วยการให้คำปรึกษาแก่บริษัทประกันภัย เพื่อจัดหาประกันภัยต่อที่เหมาะสมจากบริษัทรับประกันภัยต่อ

 

ก่อตั้งในปี 2555 มีครอบครัว 'พรรณิภา' คือ นายอัญชลิน พรรณนิภา และนางนภัสนันท์ พรรณนิภา ซึ่งเป็นผู้บริหารและผู้ถือหุ้น TQM เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สัดส่วน 60% (หลัง IPO เหลือ 44.3%) 

 

ความน่าสนใจของหุ้น TQR เป็นบริษัทที่มีความสามารถในการทำกำไรสูง 


2.ขายไอพีโอ 60 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.09%


เสนอขายหุ้นทั้งหมดจำนวนไม่เกิน 60,000,000 หุ้น คิดเป็นไม่เกินร้อยละ 26.09 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายในครั้งนี้


3.เคาะราคาไอพีโอ 5.10 บาท คิดเป็น P/E ที่ 15.8 เท่า
 

กำหนดราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอที่ 5.10 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 15.8 เท่า เทียบกับกำไรสุทธิที่ 0.32 บาทต่อหุ้น หากพิจารณากำไรสุทธิต่อหุ้นที่คำนวณจากจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทหลังเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ ซึ่งเท่ากับ 230 ล้านหุ้น (Post-IPO Dilution)

 

เทียบ P/E Ratio ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ที่ประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงหรือใกล้เคียงกัน จำนวน 2 บริษัท

บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)     TQM มี (P/E Ratio) เท่ากับ 54.4 เท่า
บริษัท เอเอสเอ็น โบรกเกอร์ จำกัด (มหาชน)     ASN มี (P/E Ratio) เท่ากับ 28.4 เท่า

เป็น P/E Ratio เฉลี่ย คำนวณจากข้อมูลการซื้อขายย้อนหลัง 12 เดือน ตั้งแต่ 31 ม.ค.63  ถึง 1 ก.พ.64  

 

ขายหุ้นไอพีโอ : ทั้งหมดไม่เกิน 60 ล้านหุ้น คิดเป็น 26.09% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโออยู่ที่ 230 ล้านหุ้น
เข้าจดทะเบียนด้วยวิธี : เกณฑ์กำไรสุทธิ (Profit Test)
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) : 0.50 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชี : 0.65 บาท/หุ้น (คำนวณ ณ 30 ก.ย.63)
เข้าซื้อขายใน : ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่  17 ก.พ.นี้
หมวดธุรกิจ : ธุรกิจการเงิน
ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท เจย์ แคปปิตอล แอดไวเซอรี จำกัด
ผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย : บล.ธนชาต

 

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น
 

 

1. บุคคลตามดุลพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 30 ล้านหุ้น 50%
2. ผู้ลงทุนสถาบัน 15 ล้านหุ้น 25%
3. ผู้มีอุปการคุณ ไม่เกิน 9 ล้านหุ้น ไม่เกิน 15%
4. กรรมการ ผู้บริหาร พนักงานของ บริษัทฯ ไม่เกิน  6 ล้านหุ้น

 

4.มีนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

 

บริษัทฯ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้น ในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และทุนสำรองตามกฎหมายในแต่ละปี 

 

5.นำเงินระดมทุนพัฒนาระบบ IT ทำให้เป็นแพลตฟอร์มมากขึ้น

 

บริษัทฯ มีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้ ภายหลังจากหักค่าธรรมเนียมการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชน ไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
 

 

 

6.อัตรากำไรสุทธิอยู่ 42.76% (สิ้นก.ย.63)

 

TQR มีอัตราการทำกำไรสูงเฉลี่ย 22-42% ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา


รายได้และกำไรสุทธิของ TQR ตั้งแต่ปี 60 - 9 เดือน ปี 63 เป็นดังนี้

 

 

ปี 60

ปี 61

ปี 62

สิ้นก.ย.63

รายได้(ลบ.) 104.96 153.75 132.49 160.47
กำไรสุทธิ(ลบ.) 23.62 32.88 44.04   68.62

อัตรากำไรสุทธิ(%)  

22.50 21.39 33.24

42.76


 

สิ้น 30 ก.ย.63 บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิ 42.76% จากรายได้ค่าบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารซึ่งเป็นผลจากการมีสัญญาประกันภัยต่อเพิ่มขึ้นและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ

 

7.มี D/E อยู่ที่ 1.03 เท่า

 

TQR มีระดับ D/E ณ สิ้นก.ย.63 อยู่ที่ 1.03 เท่า


งบแสดงฐานะการเงิน  ณ สิ้นก.ย.63 ดังนี้

สินทรัพย์รวม : 222.44 ลบ.
หนี้สินรวม :  112.62 ลบ.
ส่วนของผู้ถือหุ้น : 109.84  ลบ.
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) : 1.03  เท่า
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) : 33.46%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) : 67.76%

 

8.หลังไอพีโอ ครอบครัวพรรณนิภา ยังถือหุ้นใหญ่ 44.35%

 

หลังจากการเสนอขายหุ้นไอพีโอแล้ว กลุ่มครอบครัวพรรณนิภา ยังคงสัดส่วนถือหุ้นใหญ่ 44.35% โดยมีสัดส่วนถือหุ้นหลังไอพีโอดังนี้
 
  


 

 

9.สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period จำนวน 37.95 ล้านหุ้น คิดเป็น 16.50%


หุ้นที่ไม่ติด Silent Period จำนวน 37,950,000 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 16.50  ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้ 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh