IPO Corner

8 เรื่องน่ารู้ TPLAS ผู้ผลิตถุงพลาสติกตรา "หมากรุก"

8 เรื่องน่ารู้ TPLAS ผู้ผลิตถุงพลาสติกตรา

บริษัท ไทยอุตสาหกรรมพลาสติก (1994) จำกัด (มหาชน) หรือ TPLAS ผู้ผลิตถุงบรรจุอาหาร, ถุงหูหิ้ว ตรา "หมากรุก" และฟิล์มห่ออาหารตรา “Vow Wrap” เตรียมเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai ในวันที่ 5 ก.ย. 61 นี้

ทีมข่าว อีไฟแนนซ์ไทย คัดกรอง 8 เรื่องน่ารู้หุ้น TPLAS จากข้อมูลในแบบไฟลิ่ง เพื่อให้นักลงทุนใช้ประกอบการตัดสินใจ 

1.TPLAS ทำธุรกิจผลิตถุงบรรจุอาหารและฟิล์มห่ออาหาร

    TPLAS ดำเนินธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ถุงบรรจุอาหารประเภทโพลิโพรพิลีน(Polypropylene:PP) ถุงบรรจุอาหารและถุงหูหิ้วประเภทโพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูง(High Density Polyethylene:HDPE) ภายใต้ตราสัญญาลักษณ์ “หมากรุก” และฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหารประเภทโพลิไวนิลคลอไรด์ (Polyvinyl Chloride:PVC) ภายใต้ตราสัญญาลักษณ์ “Vow Wrap”
    โดยในงวด 6 เดือนแรกปี 2561 TPLAS มีสัดส่วนรายได้มาจาก 1.ถุงบรรจุอาหาร(PP) 51.69% 2.ถุงบรรจุอาหารและถุงหูหิ้ว(HDPE) 36.17% 3.ฟิล์มยืดห่อหุ้มอาหาร(PVC) 12.14%

2.กำไรสุทธิ TPLAS ผันผวนจากยอดขายที่ไม่แน่นอน

ผลการดำเนินงานในปี 58 - ครึ่งแรกปี 61
หน่วย : ล้านบาท 
ปี                   รายได้    กำไรสุทธิ    อัตรากำไรสุทธิ(%)
58                   489           25.2                5.16%
59                   476           12.9                2.71%
60                   525           22                   4.21%
6 เดือนปี 61    270           12.5                4.64%

ซึ่งความผันผวนของกำไรสุทธิมาจากยอดขายสินค้าในอดีตที่ไม่แน่นอนทำให้บริษัทไม่สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้

3.ราคาไอพีโอ 1.48 บาท คิดเป็น P/E 14.8 เท่า  

    TPLAS กำหนดราคา IPO ที่ 1.48 บาท  โดยพิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio : P/E)อยู่ที่ 14.80 เท่า คำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลการดำเนินงานรอบ 12 เดือนที่ผ่านมาหรือตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. 60 ถึงวันที่ 30 มิ.ย. 61 เท่ากับมีกำไรสุทธิ 27.30 ล้านบาท เมื่อหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ 270 ล้านหุ้น (Fully Diluted)จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.10 บาท

    โดยใช้ข้อมูลของบริษัทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจคล้ายกันหรือใกล้เคียงกับบริษัทมาเปรียบเทียบโดยใช้กำไรสุทธิระยะเวลา 12 เดือนย้อนหลัง ได้แก่ 1.บมจ.มัลติแบกซ์(MBAX) มี P/E อยู่ที่ 14.97 เท่า 2.บมจ.ทานตะวันอุตสาหกรรม (THIP) มี P/E อยู่ที่ 10.06 เท่า 3.บมจ.ทีพีบีไอ(TPBI) มี P/E อยู่ที่ 21.37 เท่า

อนึ่ง TPLAS ขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด 70 ล้านหุ้น
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอที่อยู่ที่ 270 ล้านหุ้น
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) 0.50 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชีที่ 0.93 บาท/หุ้น (คำนวณ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 61)
เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 5 ก.ย. 61
ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำ กัด (มหาชน) หรือ AEC
อันเดอร์ไรท์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป, บล.เคที ซีมิโก้, บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย)

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น IPO ดังนี้
ประเภทผู้ลงทุน                                                   จำนวนหุ้นที่เสนอขาย (ล้านหุ้น)            สัดส่วนที่เสนอขาย(%)
บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์                 58.61                                             83.74%    
เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท                                   10.5                                              15.00%
เสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท         0.88                                              1.26%

4.นำเงินลงทุนโรงงาน-เครื่องจักรใหม่

    บริษัทมีวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรกจำนวน 70,000,000 หุ้น ในราคาเสนอขายหุ้นละ 1.48 บาท คิดเป็นเงินประมาณ 95.6 ล้านบาท (ภายหลังหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้) ไปใช้ดังนี้

-ใช้เงินจำนวน 70 ล้านบาท เพื่อลงทุนสินทรัพย์ถาวร ประกอบด้วย อาคารโรงงานใหม่พื้นที่ 4.2 พันตร.ม. พร้อมติดตั้งเครื่องจักรใหม่สำหรับการผลิตถุงพลาสติกกำลังการผลิต 200 ตันต่อเดือนเริ่มผลิตในไตรมาส 4/61 และการปรับปรุงอาคารโรงงานปัจจุบัน อาคารสำนักงาน
-ใช้เงินจำนวน 25.60 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการภายในปี 62

5.มีหุ้นไม่ติด Silent Period จำนวน 51.5 ล้านหุ้น คิดเป็น 19.07% ของหุ้นทั้งหมด

สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหารของบริษัท” ที่ไม่ติด Silent period มีจำนวน 51,500,000 หุ้น คิดเป็น 19.07% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

สัดส่วนผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO 
   1)ครอบครัวธีระรุจินนท์ 74.19%
   2)ผู้ถือหุ้นรายเดิม 8 ราย 0.12%
   3)ผู้บริหารและพนักงาน 0.09%
   4)นักลงทุนทั่วไป 25.6%

6.TPLAS มีนโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิ

    บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นแต่ละปีไม่น้อยกว่า 30% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทหลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และหักสำรองต่างๆ ทุกประเภทตามที่กฎหมายกำหนด อย่างไรก็ตาม การจ่ายเงินปันผลที่กล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน ฐานะทางการเงินของบริษัท สภาพคล่อง แผนการลงทุน เงื่อนไขทางกฎหมาย รวมถึงปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการบริหารงาน ความจำเป็น และความเหมาะสมอื่นๆ ในอนาคต และการจ่ายเงินปันผลนั้นจะไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงานปกติของบริษัทอย่างมีนัยสำคัญ 
    ทั้งนี้มติคณะกรรมการของบริษัทที่อนุมัติให้จ่ายเงินปันผลจะต้องนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ อนึ่ง คณะกรรมการบริษัทมีอำนาจในการพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลได้หากเห็นว่ามีความเหมาะสมและไม่กระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท ทั้งนี้จะต้องรายงานให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นทราบในการประชุมคราวถัดไป 

7.TPLAS มี D/E สิ้นไตรมาส 2/61 ต่ำเพียง 0.41 เท่า

 TPLAS มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น(D/E) ณ งวด 6 เดือนแรกปี 61 อยู่ในระดับที่ต่ำมากเพียง 0.41 เท่า เนื่องจากบริษัทได้ทยอยชำระเงินกู้ยืมที่ครบกำหนดไปในช่วงก่อนหน้า

งบแสดงฐานะการเงิน TPLAS ณ 30 มิ.ย. 61 ดังนี้
    สินทรัพย์รวม    264.2 ลบ.
    หนี้สินรวม        77.3 ลบ.
    ส่วนของผู้ถือหุ้น    186.89 ลบ.
    อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) 0.41 เท่า
    อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) 9.77%
    อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 13.86%

8.ไม่มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแบบเดียวกันในตลาดหลักทรัพย์ฯ

    ปัจจุบันไม่มีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจแบบเดียวกันกับ TPLAS จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย แม้จะมีการนำ P/E ไปเปรียบเทียบกับ MBAX THIP และ TPBI ที่มีผลิตภัณฑ์พลาสติกเหมือนกันก็ตาม เนื่องจากสินค้าของแต่ละบริษัทมีวัตถุประสงค์การนำไปใช้งานที่่ต่างกัน







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh