IPO Corner

8 เรื่องน่ารู้ หุ้นน้องใหม่ STC เทรด 29 พ.ย.นี้ รับอานิสงส์ EEC

8 เรื่องน่ารู้ หุ้นน้องใหม่ STC เทรด 29 พ.ย.นี้ รับอานิสงส์ EEC

 

     หุ้นคอนกรีตรายใหญ่ในเมืองพัทยา บริษัท เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์ จำกัด (มหาชน) หรือ STC นำโดยผู้บริหารหนุ่มไฟแรง “เอกชัย ชัยตระกูลทอง” กรรมการผู้จัดการ เผยแผนการระดมทุนปีนี้ นี่คือจังหวะที่ดี รับการขยายตัวของภาครัฐฯ จากโครงการ EEC และแผนแม่บทของเมืองพัทยา ที่คาดว่าจะสนับสนุนภาพรวมอุตสาหกรรมให้คึกคักไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปีจากนี้ ขณะที่ ภาคตะวันออกเป็นเมืองที่ไม่เคยหลับใหล STC พร้อมโชว์สตอรี่ใหม่ ที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในตลาดทุน บนหลักบริษัทธรรมาภิบาลที่ดี เพราะสร้างธุรกิจนี้มาด้วย 2 มือ ปลุกปั้นธุรกิจคอนกรีตให้โตอย่างมั่นคง  

     "STC เสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวน 148 ล้านหุ้น กำหนดราคาหุ้นละ 1 บาท มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาท  ได้เม็ดเงินระดมทุน  141.30 ล้านบาท  พร้อมเทรดบนกระดานใน mai วันแรก 29 พฤศจิกายนนี้"

 

1. STC ผู้นำธุรกิจคอนกรีตรายใหญ่ในเมืองพัทยา

     “เอสทีซี คอนกรีตโปรดัคท์” หรือ STC คือ ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตที่มีสินค้าหลากหลาย และเป็นผู้นำธุรกิจผลิตภัณฑ์คอนกรีตของเมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยผลิตภัณฑ์และการบริการ ได้แก่

     ผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูป (Precast Concrete) ใช้สำหรับงานก่อสร้างอาคารแนวราบและแนวสูง รวมถึงงานโครงสร้างและงานฐานรากต่างๆ งานปรับปรุงพื้นที่และภูมิทัศน์ และโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ 

     ผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จ (Ready-Mixed Concrete) ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตผสมเสร็จตามคำสั่งลูกค้า 

     และการให้บริการที่เกี่ยวข้อง (Related Service) บริษัทฯ ยังมีการให้บริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การให้บริการตอกเสาเข็ม การให้บริการปั๊มคอนกรีตขึ้นที่สูง หรือบริเวณที่รถคอนกรีตมิกซ์เซอร์เข้าไม่ถึง เป็นต้น

 

2. โรงงานอยู่ใจกลางพัทยา จุดยุทธศาสตร์ที่โดดเด่น

     ปัจจุบันมีโรงงานผลิต 4 แห่ง คือ พัทยา 1 - พัทยา 2 - หนองปรือ – และนาวัง ครอบคลุมพื้นที่กลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เป็นจุดยุทธศาสตร์อยู่ใจกลางเมืองพัทยา เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ดีในการบริหารต้นทุนค่าขนส่ง และขยายการรับงานไปยังภาคตะวันออก

     โรงงานทั้ง 4 แห่งดังกล่าว มีกำลังการผลิตต่อปีรวมสำหรับผลิตภัณฑ์คอนกรีตประมาณ 236,250 คิวคอนกรีต เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจของพื้นที่ภายใต้นโยบายระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) บริษัทฯ มีการขยายกำลังผลิตเพิ่มเติมในส่วนของท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก และบ่อพักน้ำขนาดใหญ่ที่โรงงานนาวัง ซึ่งได้เริ่มดำเนินการผลิตบางส่วนแล้วตั้งแต่ไตรมาส 3 ปี 2561 และ ได้มีการลงทุนเพื่อเพิ่มกำลังผลิตของท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กและบ่อพักน้ำอีกประมาณ 16,800 คิวคอนกรีตต่อปี ซึ่งจะเริ่มดำเนินการผลิตในไตรมาส 3/2562

 

3. โครงการในอนาคต ขยายโรงงานรองรับดีมานด์ในตลาดภาคตะวันออก

     มีแผนการลงทุนในโรงงานนาวัง ระยะที่ 3 โดย STC เริ่มลงทุนในโรงงานนาวังระยะที่ 1 เมื่อปี 2555 และได้มีการลงทุนต่อเนื่อง เพื่อขยายกำลังผลิตท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก และบ่อพักน้ำขนาดใหญ่ในการรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นจากนโยบาย EEC ที่โรงงานนาวังระยะที่ 2 แล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่า เมื่อโรงงานนาวังระยะที่ 2 เริ่มดำเนินการแล้ว ท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก และบ่อพักน้ำของโรงงานนาวัง ก็เป็นที่ต้องการมาก และทำให้ยอดขายและผลกำไรของบริษัทฯ เพิ่มสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2561 ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีแผนการลงทุนในโรงงานนาวังระยะที่ 3 อีก เพื่อขยายกำลังการผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการผลิตภัณฑ์คอนกรีตซึ่งบริษัทฯ คาดว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต โดยเฉพาะท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กและบ่อพักน้ำ ซึ่งในปัจจุบัน การผลิตท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กและบ่อพักน้ำมีอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) สูงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเปรียบเทียบกับกำลังการผลิตเต็มที่

     สำหรับมูลค่าเงินลงทุนประมาณ 120 ล้านบาท เพื่อซื้ออุปกรณ์และเครื่องจักร ในพื้นที่โรงงานนาวังเดิม คาด กำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 400 ลบ.ม. ต่อวัน (คิวคอนกรีตต่อวัน) ทั้งนี้ แหล่งเงินทุนที่ใช้ในการลงทุนในโรงงานนาวัง ระยะที่ 3 ดังกล่าว คาดว่าจะมาจากเงินทุนหมุนเวียนของกิจการในอนาคต

 

4. EEC กับโอกาสทองครั้งใหญ่

     ในช่วงปี 2560 - 2564 รัฐบาลมีแผนการผลักดันโครงการ EEC ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์สำคัญภายใต้ Thailand 4.0 และเป็นโครงการต่อยอดมาจากนโยบายโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก (Eastern Sea Board Development) ก่อให้เกิดการลงทุนบนพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง และส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าว ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป มีแนวโน้มเติบโตในอัตราที่สูงจากโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่จะเกิดขึ้น เพื่อรองรับ EEC

     เห็นทีงานนี้ ส่งผลดีต่อหุ้นไอพีโอน้องใหม่อย่าง STC ได้รับ 'ปัจจัยบวกไปเต็มๆ' จากการลงทุนครั้งใหญ่จากภาครัฐบาลขับเคลื่อนโครงการ ส่งผลให้พื้นที่ในภาคตะวันออกมีแนวโน้มการเติบโต และการลงทุนจำนวนมหาศาล ซึ่งจะตามมาด้วยการขยายตัวของภาคเอกชนในอนาคต จึงมองว่า STC อยู่ในเทรนด์การเติบโตรับอานิสงส์ดังกล่าวไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปีนับจากนี้

 

5. อานิสงส์จากการลงทุนในมืองพัทยา

     อย่างที่รู้กันดี เมืองพัทยามีปัญหาในเรื่องน้ำท่วม ทำให้รัฐบาลออกแผนแม่บทการลงทุนเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมในเขตพื้นที่เมืองพัทยา ซึ่ง STC ในฐานะเจ้าถิ่นที่ได้รับความไว้วางใจ ได้จำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตให้กับผู้รับเหมาที่ได้รับงานก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าวบางส่วนแล้ว และมีโอกาสรับงานอื่นๆ อีกในอนาคต

 

6. ปิดงบไตรมาส 3/62 แค่ไตรมาสเดียว โตกว่าครึ่งปีแรก ส่วนงบ 9 เดือน ทำนิวไฮ

     ผลประกอบการของ STC ที่ประกาศออกมา เป็นอีกสัญญาณบวกสะท้อน EEC มาแล้วของจริง จากการขยายโรงงานรองรับโอกาสดังกล่าว ตามแผนขยายกำลังการผลิตที่โรงงานนาวังเฟส 2 ซึ่งเริ่มดำเนินการผลิตไปเมื่อไตรมาส 4/2561 ทำให้ปีนี้ บริษัทฯ สามารถรับงานเพิ่มขึ้นได้อย่างชัดเจน จากผลงาน 3 ปีย้อนหลัง (ปี 2559 - 2561) ค่อยๆ โต รอขยาย

     โดยผลประกอบการไตรมาส 3/2562 ทำสิถิติสูงสุดรายไตรมาส มีรายได้รวม 107.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 102.99 ล้านบาท กำไรขั้นต้น 37.38 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.85% กำไรสุทธิ 9.06 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 271.53% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน

     ขณะที่ผลประกอบการงวด 9 เดือนปี 2562 รายได้รวม 303.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.12% กำไรสุทธิ 17.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 221.51% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และทำสถิติสูงสุดใหม่ กำไรโตกว่าทั้งปี 2561 เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของภาครัฐ สนับสนุนให้รายได้จากผลิตภัณฑ์คอนกรีตสำเร็จรูปประเภทท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก และบ่อพักน้ำ โดยเฉพาะสินค้าท่อระบายน้ำรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง ได้รับการตอบรับเพิ่มขึ้น

 

7. แผนการระดมทุน

     STC มีทุนจดทะเบียน 284,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 568,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท เป็นทุนที่ออกและเรียกชำระแล้ว 210,000,000 บาท

     เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 148,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) 0.50 บาทต่อหุ้น โดยมีกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ภายหลัง IPO คือ กลุ่มครอบครัวชัยตระกูลทอง รวมสัดส่วนประมาณ 73.63%

     กำหนดราคาเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) อยู่ที่ 1 บาทต่อหุ้น เป็นระดับราคาที่เหมาะสม ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย P/E ย้อนหลังของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่มีธุรกิจที่ใกล้เคียงกัน แม้จะเป็นหุ้นขนาดเล็กแต่มีความโดดเด่นด้านศักยภาพการเติบโต

     เงินที่ได้จากการระดมทุนหลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้เงินประมาณ 141.30 ล้านบาท นำไปชำระคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน และ/หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินการของบริษัทฯ เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม

 

8. จุดเด่น

     - เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตครบวงจรที่สุด และเป็นรายใหญ่ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

     - กลุ่มผู้บริหารมีชื่อเสียง และประสบการณ์อันยาวนานกว่า 30 ปี สั่งสมความสำเร็จจากการมีส่วนร่วมในงานโครงการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และจังหวัดใกล้เคียง มาแล้วหลากหลายโครงการขนาดใหญ่

     - ได้รับความเชื่อมั่นในแบรนด์ STC ทั้งในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ สินค้า และการให้บริการ

     - ความเชี่ยวชาญในการผลิตคอนกรีตตามความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งเน้นผลิตภัณฑ์ที่สามารถสร้างอัตรากำไรในระดับที่สูงขึ้น

     - บุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจต่อผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงการปรับปรุงสูตรผสมคอนกรีตให้เหมาะสมกับการใช้งาน เพื่อควบคุมต้นทุนและการบริหารจัดการกำลังการผลิตเพื่อให้เกิดการประหยัดขนาดได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

     - สัญญาณการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองจังหวัดชลบุรี และใน EEC ส่งผลดีต่อ STC ไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปี  







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh