IPO Corner

9 เรื่องน่ารู้ SICT ผู้พัฒนาไมโครชิพสัญชาติไทย

9 เรื่องน่ารู้ SICT ผู้พัฒนาไมโครชิพสัญชาติไทย

บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT ผู้พัฒนาไมโครชิพสัญชาติไทย สำหรับอุปกรณ์ระบบลงทะเบียนสัตว์ กุญแจรถยนต์ และระบบเข้าออกสถานที่ กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในเดือน ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ยังไม่มีบริษัทจดทะเบียนในไทยเคยทำมาก่อน


ดังนั้น สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญจากแบบไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน


1.ประกอบธุรกิจวิจัยและพัฒนาไมโครชิพสำหรับอุปกรณ์ RFID


บริษัท ซิลิคอน คราฟท์ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SICT ก่อตั้งขึ้นในปี 2545 ประกอบธุรกิจวิจัยและพัฒนาไมโครชิพซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของอุปกรณ์ระบบระบุข้อมูลของวัตถุที่ขึ้นทะเบียนด้วยคลื่นความถี่วิทยุ(RFID) เช่น กุญแจรถยนต์ บัตรผ่าน แคปซูลที่ฉีดฝังในตัวสัตว์เพื่อบันทึกประวัติต่างๆ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีคู่แข่งโดยตรงในประเทศไทย


ในปี 62 มีโครงสร้างรายได้หลักมาจาก


1.ไมโครชิพสำหรับระบบลงทะเบียนสัตว์ (สัดส่วนรายได้ 41.88%) ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลของสัตว์เศรษฐกิจ เช่น โคเนื้อ, โคนม, แกะ ไปจนถึงสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข และแมว ในกลุ่มประเทศส่งออกผลิตภัณฑ์จากสัตว์รายใหญ่ เช่น ยุโรป ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สหรัฐอเมริกาและประเทศในกลุ่มอเมริกาใต้ เนื่องจากในบางรัฐสัตว์ทุกตัวต้องติดป้ายที่มีไมโครชิพในลักษณะดังกล่าวเพื่อใช้ในการตรวจสอบย้อนกลับ โดยลูกค้าของบริษัทเป็นผู้ผลิตแท็กระบบลงทะเบียนสัตว์ (Ear Tag) รายใหญ่ของโลก


2.ระบบไมโครชิพสำหรับระบบเข้า-ออกสถานที่และอ่านข้อมูล (สัดส่วนรายได้ 31.57%) ประกอบด้วยบัตร (card) สำหรับพกพาและเครื่องอ่าน (Reader) ที่ติดอยู่ตามประตูทางเข้าสถานที่ต่างๆ และเครื่องอ่านสำหรับระบบอุตสาหกรรม (Industrial) เพื่อใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของสินค้าในสายการผลิต และเครื่องอ่านสำหรับระบบของเล่น (Smart Toys and Educational Toys) เพื่อใช้เชื่อมต่อชิ้นของเล่นกับหน้าจอแสดงผลต่างๆ


3.ระบบกุญแจอิเล็กทรอนิกส์สำหรับยานยนต์ (สัดส่วนรายได้ 25.30%) กลุ่มลูกค้าเป็นผู้ผลิตกุญแจสำรองที่ตั้งอยู่ในยุโรปและสหรัฐฯ ที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์กลุ่มตลาดระดับบน ซึ่งบริษัทฯเป็นรายเดียวที่สามารถผลิตและจำหน่ายไมโครชิพที่ใช้กับกุญแจสำรองในลักษณะ 3-in-1


4.รายได้อื่นๆ(สัดส่วนรายได้ 1.25%) เช่น ไมโครชิพสำหรับใช้สำหรับระบบฉลากอัจฉริยะเพื่อป้องกันการปลอมแปลงสินค้า (Smart Label) หรือใช้สำหรับตรวจวัดค่าเซ็นเซอร์ต่างๆ


2.เคาะราคาไอพีโอที่ 1.38 บาท/หุ้น คิดเป็น P/E 14.66 เท่า 


SICT กำนหนดราคาไอพีโอที่ 1.38 บาท/หุ้น คิดเป็น P/E ที่ 14.66 เท่า โดยคำนวนกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลการดำเนินงานในช่วง 12 เดือนล่าสุด (ตั้งแต่ 1 เม.ย. 62 - 31 มี.ค. 63) ซึ่งมีกำไรสุทธิรวมเท่ากับ 37.66 ล้านบาท เมื่อหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดภายหลังเสนอขายต่อประชาชนในครั้งนี้จำนวน 400,000,000 หุ้น (Fully diluted) จะได้กำไรสุทธิต่อหุ้น(EPS)ประมาณ 0.09 บาทต่อหุ้น


เนื่องจากไม่มีบริษัทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจที่มีผลิตภัณฑ์เหมือน หรือใกล้เคียงกับธุรกิจของบริษัทฯ จึงแสดงอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ในหมวดเทคโนโลยี ในช่วงระยะเวลา 3 เดือนย้อนหลัง ตั้งแต่วันที่ 14 เม.ย. 63 - 13 ก.ค. 63 ซึ่งมีค่าเท่ากับ 27.36 เท่า


SICT ขายหุ้นไอพีโอ : ทั้งหมดไม่เกิน 100,000,000 หุ้น คิดเป็น 25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด
มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอที่อยู่ที่ : 400,000,000 หุ้น
เข้าจดทะเบียนด้วยวิธี : เกณฑ์กำไรสุทธิ (Profit Test)
มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) : 0.50 บาท/หุ้น
มูลค่าทางบัญชี : 0.55 บาท/หุ้น (คำนวณ ณ วันที่ 31 มี.ค.63)
เข้าซื้อขายใน : ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ(mai) ภายในเดือนก.ค.63
หมวดธุรกิจ : เทคโนโลยี
ที่ปรึกษาทางการเงิน : บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด
ผู้จัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย : บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน)


3.เสนอขายให้กับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานถึง 20.35%

สัดส่วนการเสนอขายหุ้นเป็นดังนี้        

เสนอขายต่อบุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 75,000,000  หุ้น
เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัท 4,650,000 หุ้น
เสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท 20,350,000 หุ้น


4.มีผู้ถือหุ้นเดิมหลายกลุ่ม


SICT มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ นายมานพ ธรรมสิริอนันต์ ในสัดส่วนหลังการไอพีโอที่ 29.54% และมีกลุ่มผู้ถือหุ้นอื่นๆ อีกหลายกลุ่มดังนี้ กลุ่มนายนัยวุฒิ วงษ์โคเมท สัดส่วน 10.93% กลุ่มผู้ถือหุ้นที่เป็นพนักงาน 8.84% และกลุ่มผู้ถือหุ้นอื่นๆ 3.82% ดังนี้



5.รายได้-กำไรในปี 60 - Q1/63 ผันผวน

รายได้และกำไรสุทธิ SICT ในปี 60 - 3M63 เป็นดังนี้

  ปี 60 ปี 61 ปี 62 3M63
รายได้(ลบ.) 310 377 308 95.21
กำไรสุทธิ(ลบ.) 38.66 51.68 24.46 15.58
อัตรากำไรสุทธิ(%) 12.31 13.68 7.86 16.33

รายได้ที่ชะลอตัวในปี 62 เหลือ 308 ล้านบาทเป็นผลมาจากความกังวลสงครามการค้าระหว่างประเทศจีน-สหรัฐฯ ขณะที่ค่าใช้จ่ายไม่ได้ลดลงตาม ทำให้กำไรสุทธิในปี 62 ลดลง 

ส่วนรายได้และกำไรในไตรมาส 1/63 ที่ฟื้นตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อนเป็นผลมาจากการคลายกังวลต่อสงครามการค้า และลูกค้าบางรายเร่งให้จัดส่งสินค้าจากไตรมาส 2/63 ให้เร็วขึ้น


6.นำเงินระดมทุนใช้ลงทุนครื่องมือ และซอฟต์แวร์ด้านการออกแบบไมโครชิพ


บริษัทมีวัตถุประสงค์ในการนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ครั้งนี้ ไปใช้ตามวัตถุประสงค์ดังนี้


7.สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ที่ไม่ติด Silent Period อยู่ที่ 44.62 ล้านหุ้น หรือ 11.16% ของหุ้นทั้งหมด


สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหาร” ของ SICT ที่ไม่ติด Silent Period มีจำนวน  44,627,020 หุ้น คิดเป็น 11.16% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้


8.D/E แค่ 0.39 เท่า หนี้สินส่วนใหญ่เป็นเจ้าหนี้การค้า และเจ้าหนี้อื่น


SICT มีระดับ D/E ณ สิ้นไตรมาส 1/63 อยู่ที่ 0.39 เท่า หรือมีหนี้สินรวม 83.99 ล้านบาท ซึ่งหนี้สินส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้า และเจ้าหนี้อื่น 


งบแสดงฐานะการเงิน SICT ณ สิ้นไตรมาส 1/63 เป็นดังนี้


สินทรัพย์รวม : 302  ลบ.
หนี้สินรวม : 83.9 ลบ.
ส่วนของผู้ถือหุ้น : 218 ลบ.
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) : 0.39 เท่า
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) : 22.28%
อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) : 29.68%


9.มีนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิ


SICT บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลในอัตราไม่ต่ำกว่า 50% ของกำไรสุทธิหลังหักทุนสำรองต่างๆ ทั้งหมดแล้ว ซึ่งการจ่ายเงินปันผลนั้นจะต้องไม่มีผลกระทบต่อการดำเนินงาน ฐานะการเงิน สภาพคล่อง การขยายธุรกิจ ความจำเป็น ความเหมาะสมอื่นใดในอนาคต และปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในการบริหารงานของบริษัท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh