IPO Corner

10 เรื่องน่ารู้หุ้น "อินฟราเซท" INSET

10 เรื่องน่ารู้หุ้น

บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน) หรือ INSET บริษัทที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา 13 ปี กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ mai วันที่ 8 ตุลาคม 2562 โดยบริษัทมีวิสัยทัศน์ "มุ่งมั่นที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ 1 ใน 3 ของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศภายใน 5 ปี" 

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้สรุปข้อมูลที่สำคัญของบริษัทน้องใหม่จากไฟลิ่ง เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน  

1.บริการรับเหมาก่อสร้าง ให้กลุ่มไอที เทเลคอม 

บมจ.อินฟราเซท (INSET) ก่อตั้งโดยคุณศักดิ์บวร พุกกะณะสุต เมื่อปี 2549 โดยคุณศักดิ์บวร มีประสบการณ์และความรู้ความชำนาญในธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูล ได้เล็งเห็นศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและโทรคมนาคมของประเทศไทยในขณะนั้น จึงได้ก่อตั้งบริษัทขึ้น 

ปัจจุบัน บริษัทฯ มีประสบการณ์กว่า 13 ปีในการให้บริการรับเหมาก่อสร้างแก่ผู้ประกอบการกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโทรคมนาคม แบ่งเป็น 3 ส่วนงาน ได้แก่  

  1) ธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูล (Data Center) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT system) ในรูปแบบการรับเหมาแบบเบ็ดเสร็จทั้งโครงการ(Turnkey) 

  2) ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายโทรคมนาคม (Telecommunication Infrastructure) เช่น งานติดตั้งเสาส่งสัญญาณ และงานติดตั้งระบบโครงข่าย 

  3) ธุรกิจงานซ่อมบำรุงและบริการ (Maintenance and Service) โดยให้บริการดูแลรักษาสำหรับโครงการที่เป็นศูนย์ข้อมูล โครงสร้างระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และโครงสร้างระบบโทรคมนาคมด้วย

2.ถือหุ้นใหญ่โดย "ครอบครัวพุกกะณะสุต"  66.55% 

บริษัท อินฟราเซท จำกัด (มหาชน)  มีครอบครัวพุกกะณะสุต ถือหุ้นใหญ่ 66.55%  ได้แก่ 

1.นายศักดิ์บวร พุกกะณะสุต 51.41%  หลังเสนอขายไอพีโอสัดส่วนจะลดเหลือ 38.01% ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ INSET 

2.นายบุญสมิทธิ์ พุกกะณะสุต 15.14%  หลังเสนอขายไอพีโอสัดส่วนจะลดเหลือ 11.20% 

 

3.รายได้ส่วนใหญ่มาจากก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบไอที  

ณ สิ้นเดือน มิ.ย.2562 โครงสร้างรายได้บริษัทฯ เป็นดังนี้ 

87.51%  มาจากธุรกิจก่อสร้างศูนย์ข้อมูลและระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ

10.21%  มาจากธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและโครงข่ายโทรคมนาคม

2.13%    มาจากธุรกิจงานซ่อมบำรุงและบริการ 

0.15%    เป็นรายได้อื่น    

4.กำไรช่วง 3 ปี (2559-2561) เติบโตทุกปี 

รายได้และกำไรสุทธิในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2559-2561) เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยมีรายได้รวมจำนวน 451.36 ล้านบาท 530.29 ล้านบาท และ 1,007.12 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิจำนวน 43.14 ล้านบาท, 63.91 ล้านบาท และ 94.56 ล้านบาทตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิเท่ากับ 9.56% ,12.05% และ 9.39% 

ส่วนงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2561 และปี 2562 บริษัทฯ มีรายได้รวม 452.66 ล้านบาทและ 577.68 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 31.18 ล้านบาท และ 46.57 ล้านบาท ตามลำดับ หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ  6.89% และ 8.06% ตามลำดับ

กำไรสุทธิของบริษัทฯ เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่รับรู้เพิ่มขึ้นในแต่ละปี อย่างไรก็ตามปี 2561 และงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.2562 บริษัทฯ มีอัตรากำไรสุทธิลดลงจากปี 2560 เหตุผลหลักมาจากโครงการ USO (Phase 1) ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าโครงการอื่น ประกอบกับการที่บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจบริษัทฯ

5.รายได้ส่วนใหญ่มาจากกลุ่ม TRUE 

บริษัทฯ เป็นผู้รับเหมาช่วง มาจากผู้รับเหมาหลักรายใหญ่ โดยเฉพาะ W&W ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่ม TRUE ซึ่งมีความสัมพันธ์กับบริษัทฯ ในลักษณะเป็นคู่ค้าและพันธมิตรในการทำธุรกิจกันมานาน 

รายได้ของบริษัทฯ ในปี 2559–2561 และงวด 6 เดือนสิ้นสุดไตรมาส 2 ปี 2562 ที่มาจากกลุ่ม TRUE คิดเป็น  83.58%, 97.18% , 96.20% และ 90.49% ตามลำดับ จึงมีความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ดังกล่าว  

อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีแนวทางในการลดการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่ เช่น การรับงานจากลูกค้ารายใหม่เพิ่มขึ้นทุกปีอย่างน้อย 3 ราย ,การขยายขอบเขตงานให้ครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า, เน้นการให้บริการซ่อมและบำรุงรักษาอุปกรณ์โครงข่ายและ Data Center กับเจ้าของโครงการที่บริษัทฯ เคยให้บริการหรือลูกค้าใหม่ เพื่อที่จะได้มีรายได้ประจำมากขึ้น 

6.วัตถุประสงค์การใช้เงิน เพื่อการขยายธุรกิจ

เพื่อใช้ในการขยายธุรกิจ 350 ล้านบาทและเป็นเงินทุนหมุนเวียน 24.63  ล้านบาท โดย ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2562 บริษัทฯ มีโครงการที่สำคัญที่จะดำเนินงาน สรุปดังนี้ 

1.โครงการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล โซน C 

(โครงการ USO เฟส 2) ของสำนักงาน กสทช. มูลค่าสัญญา 538.38 ล้านบาท

2.โครงการบำรุงรักษาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล โซน C+

(โครงการ USO MA เฟส 1) ของสำนักงาน กสทช. มูลค่าการลงทุน 321.77 ล้านบาท

3.โครงการบำรุงรักษาอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในพื้นที่ห่างไกล โซน C

(โครงการ USO MA เฟส 2) ของสำนักงาน กสทช. มูลค่าการลงทุน 502.09 ล้านบาท

4. โครงการก่อสร้างโครงข่ายท่อร้อยสายสื่อสารลงใต้ดินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร พื้นที่ 2 ของ บจก.กรุงเทพธนาคม มูลค่าสัญญา 793.83 ล้านบาท

5.โครงการวางระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ WiFi เพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตไร้สายสาธารณะ (โครงการ Google Station) ของ บมจ. กสท โทรคมนาคม (CAT) มูลค่าการลงทุนประมาณ 150 ล้านบาท

7.มีโอกาสโตอีกมาก ตามเทรนด์ IoT , ยุค 5G 

แผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม มีการระบุถึงศูนย์ข้อมูลอย่างชัดเจนในภูมิทัศน์ดิจิทัลระยะที่ 2 บริษัทฯ จึงคาดว่าจะมีผู้ประกอบการลงทุนก่อสร้างศูนย์ข้อมูลเพิ่มมากขึ้น จากทั้งทางภาครัฐและเอกชน

อนาคตบริษัทต่างๆ จะมีการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีด้าน Internet of Things (IoT) มากยิ่งขึ้น ซึ่งหมายถึงการเชื่อมโยงข้อมูลจากอุปกรณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันและอุปกรณ์ในการดำเนินธุรกิจไว้ด้วยกันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

อุตสาหกรรมการสื่อสารและโทรคมนาคมเติบโต  นำไปสู่การลงทุนและพัฒนาทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและด้านระบบสื่อสารเพิ่มขึ้น โดย กสทช. คาดการณ์ว่าผู้ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ในปี 2565 จะมีจำนวน 147.28 ล้านเลขหมาย หรือเพิ่มขึ้น 22.47 ล้านเลขหมาย เมื่อเทียบกับปี 2561 ที่มี 124.81 ล้านเลขหมาย

คาดว่า TRUE ,AIS และ  DTAC มีแนวโน้มลงทุนมากกว่าการลงทุนในยุค 4G ที่ผ่านมา ทั้งในด้านของโครงข่ายสัญญาณ, เครือข่ายสาย รวมไปถึงการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีระบบ 5G

8.ชูจุดแข็งพันธมิตรหลายราย

บริษัทฯ เป็นผู้รับเหมาช่วงมาจากผู้รับเหมาหลักรายใหญ่ และปัจจุบันมีผู้รับเหมาช่วงจำนวนไม่น้อยที่มีศักยภาพ คู่แข่งหลัก ได้แก่ บริษัทที่รับจ้างเหมาก่อสร้าง และ/หรือรับจ้างติดตั้งอุปกรณ์ในกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโทรคมนาคม 

บริษัทฯ เชื่อว่าจะสามารถรักษาระดับความสามารถในการแข่งขันได้ ด้วยประสบการณ์ รวมถึงความพร้อมของทีมงาน ฐานะการเงินที่มั่นคง การส่งมอบงานที่มีคุณภาพและตรงตามกำหนด และการมีพันธมิตรทางธุรกิจโดยเฉพาะผู้รับเหมาหลักหลายราย ที่จะเข้าประมูลงานกับภาครัฐเป็นประจำ 

9.นโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

บริษัทฯ มีนโยบายการจ่ายเงินปันผลในแต่ละปีในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการ ภายหลังจากหักเงินทุนสำรองต่างๆ ตามกฎหมาย และเงินสำรองอื่นๆ (ถ้ามี) 

10.ราคาไอพีโอ 2.69 บาท อิง P/E 13.70 เท่า 

ที่มาของการกำหนดราคาเสนอขาย พิจารณาจากอัตราส่วนราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นของบริษัทฯ (P/E Ratio) และสภาวะการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ

ราคาหุ้นละ 2.69 บาท คิดเป็น P/E ราว 13.70 เท่า โดยคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้น (EPS) จากกำไรสุทธิ 12 เดือนย้อนหลัง (1 ก.ค.61-30 มิ.ย.62) ซึ่งเท่ากับ 109.95 ล้านบาท หารด้วยหุ้นทั้งหมดหลังเสนอขาย (Fully diluted) ซึ่งเท่ากับ 560 ล้านหุ้น พาร์ละ 0.50 บาท จะได้ EPS เท่ากับ 0.20 บาท 

P/E ที่เสนอขายคิดเป็นอัตราส่วนลดประมาณ 14.27% จาก P/E เฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนที่มีลักษณะการประกอบธุรกิจที่คล้ายคลึงกัน 5 บริษัททั้งใน SET และ mai ที่ 15.98 เท่า (AIT,CSS,ITEL,SAMTEL,ICN)

เสนอขาย 146 ล้านหุ้น  คิดเป็น 26.07% ของจํานวนหุ้นที่ออกและเรียกชําระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ คิดเป็นมูลค่ารวมของหุ้นที่เสนอขาย 392.74 ล้านบาท 

เข้าซื้อขายในตลาด mai หมวดธุรกิจ (sector) เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร / เทคโนโลยี

ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด

ผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บล.เอเซียพลัส  

ผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย 5 แห่ง ประกอบด้วย บล.หยวนต้า(ประเทศไทย),บล.ฟินันเซีย ไซรัส,บล.เคจีไอ (ประเทศไทย),บล.ฟิลลิป(ประเทศไทย) และ บล.ทรีนีตี้ 

 


 

 


 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh