IPO Corner

9 เรื่องน่ารู้หุ้น "ILM" ธุรกิจจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ชื่อดัง

9 เรื่องน่ารู้หุ้น

    บริษัท อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ ILM ธุรกิจจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งบ้านชื่อดัง ที่มีอายุกว่า 25 ปี กำลังจะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET)ภายในวันที่ 26 ก.ค.นี้แล้ว
    ทีมข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" เจาะลึก 9 เรื่องน่ารู้ของหุ้น ILM จากข้อมูลในแบบไฟลิ่ง มาเพื่อให้นักลงทุนที่มีความสนใจ ศึกษาข้อมูลเตรียมความพร้อมก่อนเข้าลงทุน

1.ILM ประกอบธุรกิจจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์

    อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์ หรือ ILM ก่อตั้งขึ้นเมื่อ 15 ก.พ. 37 เดิมชื่อ "บางกอกแฟรนไชส์" ปัจจุบันประกอบธุรกิจจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ภายในบ้าน อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่านช่องทางหน้าร้านค้าปลีกของบริษัท งานโครงการ ตัวแทนจำหน่าย และช่องทางขายสินค้าออนไลน์
    รวมถึงธุรกิจให้สิทธิแฟรนไชส์กับผู้ประกอบการต่างประเทศ เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าของประเทศนั้นๆ และรับจ้างผลิตสินค้า(OEM)ให้กับผู้ประกอบการในต่างประเทศ
    และประกอบธุรกิจให้เช่าพื้นที่ใน Index Living Mall และคอมมูนิตี้มอลล์แบรนด์ The Walk, Little Walk, Index Mall รวมมีพื้นที่ให้เช่าทั้งหมด 72,959 ตารางเมตร
    
2.ราคาไอพีโอ 22 บาท คิดเป็น P/E 22 เท่า

    ILM กำหนดราคาเสนอขายหุ้นไอพีโอในครั้งนี้ที่ 22 บาทต่อหุ้น เป็นระดับราคาสูงสุดจากการใช้วิธีสำรวจความต้องการซื้อหลักทรัพย์(Book Building)จากนักลงทุนสถาบันในแต่ละระดับราคา โดยมีช่วงราคาอยู่ที่ 21 - 22 บาทต่อหุ้น
    และคิดเป็นอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้น(P/E)อยู่ที่ 22 เท่า (คำนวณจากกำไรสุทธิในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง(มิ.ย.61 - มี.ค.62) เท่ากับ 503.6 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอทั้งหมด 505 ล้านหุ้น)

    ปัจจุบันมีบริษัทดำเนินที่ธุรกิจคล้ายกันคือ 
    1.บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์(HMPRO) อยู่ที่ 39.5 เท่า     
    2.บมจ.สยามโกลบอลเฮ้าส์(GLOBAL) อยู่ที่ 36.7 เท่า
    3.บมจ.โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป(MODERN) อยู่ที่ 18.1 เท่า

    อนึ่ง ILM ขายหุ้นไอพีโอทั้งหมด 105 ล้านหุ้น
    มีจำนวนหุ้นหลังเสนอขายไอพีโอที่อยู่ที่ 505 ล้านหุ้น
    มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) 5 บาท/หุ้น
    มูลค่าทางบัญชีที่ 8.8 บาท/หุ้น (คำนวณ ณ วันที่ 31 มี.ค.62)
    เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 26 ก.ค. 62
    ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน)
    อันเดอร์ไรท์ บล.ไทยพาณิชย์, บล.โนมูระ พัฒนสิน, บล.เอเซีย พลัส

สัดส่วนการเสนอขายหุ้น IPO ดังนี้

ประเภทผู้ลงทุน จำนวนหุ้นที่เสนอขาย(ล้านหุ้น) สัดส่วนที่เสนอขาย(%)
บุคคลตามดุลยพินิจของผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ 24.54 23.4
ผู้ลงทุนสถาบัน 70 66.7
ผู้มีอุปการคุณของกลุ่มบริษัท 4.2 4
บุคคลที่มีความสัมพันธ์รวมถึงผู้บริหาร 4.71 4.5
พนักงานของบริษัท 1.53 1.5

3.กำไรสุทธิปี 61 ลด เพราะมีขาดทุนปิดกิจการในมาเลเซีย

ผลการดำเนินงานปี 59 - ไตรมาสแรกปี 62

                                                                                  หน่วย:ล้านบาท

ปี       รายได้             กำไรสุทธิ         อัตรากำไรสุทธิ(%)  
59       9,394.4           489.9     5.2
60       9,488.1           497.3     5.2
61       9,767.8           431     4.4
ไตรมาส1/62       2,445.9           131.5     5.4

    กำไรสุทธิที่ลดลงในปี 61 มีสาเหตุมาจากการรับรู้รายได้และค่าใช้จ่ายและการขาดทุนจากแผนหยุดดำเนินกิจการของ ILM Malaysia จำนวน 161.5 ล้านบาท และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการจัดจำหน่าย เช่น ค่าใช้จ่ายพนักงาน และการเปิดสาขาใหม่

4.มี D/E สิ้นไตรมาส 1/62 อยู่ที่ 2.4 เท่า หนี้สินส่วนใหญ่มาจากเงินกู้ยืม

    มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น(D/E) ณ วันที่ 31 มี.ค.62 อยู่ที่ 2.4 เท่า ส่วนใหญ่เป็นหนี้เงินกู้ระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงิน

งบแสดงฐานะการเงิน ณ 31 มี.ค. 62 ดังนี้

    สินทรัพย์รวม    12,072.5  ลบ.
    หนี้สินรวม        8,568.2 ลบ.
    ส่วนของผู้ถือหุ้น    3,504.2 ลบ.
    อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) 2.4 เท่า
    อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) 4.3%
    อัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) 13%

5.เงินระดมทุนส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้หนี้

    บริษัทมีแผนจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ในครั้งนี้ ภายหลังหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์จำนวน 2,244.4 บาทไปใช้ดังนี้

          -ใช้เงินจำนวน 450 - 530 ล้านบาท เพื่อใช้ขยายธุรกิจของกลุ่มบริษัท ได้แก่ การขยายสาขา Index Living Mall ขยายร้านค้าเฟอร์นิเจอร์ขนาดเล็ก ติดตั้งแผงโซลาร์รูฟท็อป ในปี 62 - 64

          -ใช้เงิน 1,650 - 1,700 ล้านบาท ชำระเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาวจากสถาบันการเงิน และเงินกู้ยืมระยะสั้นสำหรับการจ่ายปันผล 1,200 ล้านบาท ให้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ภายในปี 62 - 63

          -ใช้เงิน 14.4 - 144.4 ล้านบาท เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินการ ภายในปี 62 - 63

6.ที่ปรึกษาทางการเงินเป็นบริษัทในเครือเจ้าหนี้
    
    ณ สิ้น 31 มี.ค.62 กลุ่มบริษัท มีสัญญาสนับสนุนทางการเงิน (Facility Agreement) กับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) รวมจำนวน 3,336.3 ล้านบาท และคิดเป็นสัดส่วน 24.4% ของจำนวนเงินกู้ทั้งหมดของกลุ่มบริษัทที่กู้ยืมจากสถาบันการเงิน ซึ่งปัจจุบันได้นำเงินกู้ดังกล่าวไปใช้แล้ว 1,547 ล้านบาท
    ทั้งนี้ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ถือหุ้นสัดส่วน 99.9% ในบริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นที่ปรึกษาทางการเงินของ ILM ในการเสนอขายหุ้นไอพีโอในครั้งนี้

7.ครอบครัว "ปัทมสัตยาสนธิ" ถือหุ้นใหญ่

    ILM มีสัดส่วนผู้ถือหุ้นหลังขาย IPO ดังนี้
        1)กลุ่มครอบครัวปัทมสัตยาสนธิ 72.6%
        2)กลุ่มครอบครัวอุดมมหันติสุข 5.7%
        3)นายณัตินัยน์ ยุทธพัฒน์ศักดิ์ 0.4%
        4)นายอำพล งามสิริกุล 0.4%
        5)นายพิริยะ บุญกิตติวัฒนา 0.1%
        6)ประชาชนทั่วไป 20.8%

8.มีหุ้นไม่ติด Silent Period 95.64 ล้านหุ้น คิดเป็น 18.9% ของหุ้นทั้งหมด

     สัดส่วนหุ้นของ “ผู้มีส่วนร่วมในการบริหารของบริษัท” ที่ไม่ติด Silent period มีจำนวน 95,645,620 หุ้น คิดเป็น 18.9% ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนในครั้งนี้

9.มีนโยบายปันผลไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ

    บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นแต่ละปีไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิตามงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัท หลังหักทุนสำรองต่างๆ ทุกประเภทที่กฎหมายและข้อบังคับของบริษัทฯกำหนด ทั้งนี้การพิจารณาการจ่ายเงินปันผลอาจเปลี่ยนแปลงไปจากอัตราที่กำหนด โดยจะคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น ภาวะเศรษฐกิจ ผลการดำเนินงานและฐานะทางการเงินของบริษัท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh