IPO Corner

6 เรื่องน่ารู้ “บูทิค คอร์ปอเรชั่น” ผู้นำธุรกิจ BOS รายแรกใน mai

6 เรื่องน่ารู้ “บูทิค คอร์ปอเรชั่น” ผู้นำธุรกิจ BOS รายแรกใน mai

         

          บมจ.บูทิค คอร์ปอเรชั่น (BC) ผู้นำการพัฒนาโครงการรูปแบบ BOS หรือ Build-Operate-Sell นำโดยแม่ทัพใหญ่ “คุณปรับชะรันซิงห์ ทักราล” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เดินหน้าเข้าเทรดในตลาด mai 14 พฤศจิกายนนี้ กางแผนโมเดลธุรกิจ BOS พบว่า บริษัทฯ ยังไม่มีคู่แข่งทางตรง ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรอยู่ในระดับสูง ไม่เหมือนอสังหาฯ รายอื่นทั่วไป

          "มั่นใจ BC จะเป็นอีกหนึ่งหุ้น Growth Stock ที่แตกต่าง พร้อมยิ้มรับผลงานทั้งปี 62 ตามเป้าแน่นอน"

 

1. “บูทิค คอร์ปอเรชั่น” ผู้พัฒนาโครงการรูปแบบ BOS รายแรกใน mai

          ในตลาดหุ้นมีบริษัทที่พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์มากมายหลากหลายบริษัท แต่ยังไม่มีบริษัทใดทำธุรกิจสร้างโครงการเพื่อขายเหมือนกับ บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ BC ผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบสร้าง – ดำเนินงาน – ขาย (Build-Operate-Sell : BOS) อสังหาริมทรัพย์ประเภท โรงแรม เซอร์วิสอพาร์ทเมนท์ Commercial Real Estate (ได้แก่ศูนย์การค้า และอาคารสำนักงานให้เช่า) รวมทั้ง ให้บริการด้านบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ ในพื้นที่ที่มีศักยภาพ

          ชูความน่าสนใจ BC มีรูปแบบธุรกิจที่แตกต่างจากผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป และปัจจุบัน ยังไม่มีคู่แข่งทางตรงในธุรกิจนี้ จึงเป็นรายแรกในธุรกิจแบบ BOS ที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai

 

2. สาเหตุที่ทำให้ BC แตกต่าง และน่าสนใจ

          - จุดเด่นของ BC คือ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ของทีมผู้บริหารในธุรกิจ BOS ที่มากกว่า 10 ปี

          - บริษัทฯ เก่งในเรื่องการจัดหาที่ดินขนาดเล็กมาพัฒนาโครงการที่มีศักยภาพ และให้เกิดผลตอบแทนสูงสุด ได้แก่ กรุงเทพชั้นใน ย่านสุขุมวิทตอนต้น และเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น พัทยา ภูเก็ต และเชียงใหม่

          - โครงการที่ BC พัฒนา ส่วนใหญ่มีขนาดกลางไปจนถึงขนาดเล็ก มูลค่าการลงทุนไม่สูง แต่บริหารจนได้ yield ในระดับที่ดี ทำให้เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ ซึ่งเป็นทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศ ที่ต้องการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์แต่ไม่มีศักยภาพในการพัฒนาโครงการด้วยตนเอง และ/หรือไม่ต้องการรับความเสี่ยงในการพัฒนา

          - จากนั้น BC จะนำกำไรจากการขายโครงการที่ได้รับมาต่อยอดในการลงทุน และพัฒนาโครงการใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการขายในระดับที่ไม่ต่ำกว่าที่ตั้งไว้ โดยกำหนดอัตราผลตอบแทน (IRR) ต่อโครงการไม่ต่ำกว่า 15% ซึ่งที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถทำได้ดีกว่าเป้า

 

3. ธุรกิจ BOS ความสามารถการทำกำไรเด่น

          มีธุรกิจไม่กี่ประเภทที่มีความสามารถในการทำกำไรที่โดดเด่น ซึ่งแน่นอนว่าหนึ่งในนั้น คือ ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รูปแบบ BOS ที่ทำให้ บูทิค คอร์ปอเรชั่น แตกต่างจากนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไป ขณะที่มูลค่าโครงการที่บริษัทฯ พัฒนาอยู่ในระดับที่ไม่สูงมาก แต่ได้ผลตอบแทนดี จึงเป็นที่ต้องการของผู้ซื้อ

         ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ จำหน่ายโครงการออกไปได้แล้ว (Sell) จำนวน 6 โครงการ รวมมูลค่าโครงการ 3,525 ล้านบาท และรวมมูลค่ากำไรจากการขายโครงการประมาณ 1,626 ล้านบาท อีกทั้ง อยู่ระหว่างพัฒนาโครงการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

          ปัจจุบัน มีโครงการในมือเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา แบ่งเป็นโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ (Operate) จำนวน 9 โครงการ ได้แก่ โครงการที่รอขายในอนาคต (BOS) จำนวน 5 โครงการ และโครงการที่บริษัทฯ มีนโยบายเป็นผู้ดำเนินงาน และบริหารจัดการเอง (Non-BOS) จำนวน 4 โครงการ

          นอกจากนี้ มีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา (Build) จำนวน 8 โครงการ คาดจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปีนี้ 1 โครงการ ส่วนที่เหลือจะทยอยแล้วเสร็จไปจนถึงปี 2564 เข้ามาสนับสนุนผลประกอบการให้มั่นคงแข็งแกร่ง เพราะยิ่งมีงานในมือจากการขยายการลงทุนในโครงการต่างๆ มากเท่าไหร่ เปรียบเสมือนสินค้าในมือที่ BC มีไว้ขายมากเท่านั้น สะท้อนโอกาสการเติบโตที่แข็งแกร่งในอนาคตของเรา

 

 

4. เคาะราคาไอพีโอหุ้นละ 2.86 บาท ชูส่วนลดสูง 40%

          BC เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนไม่เกิน 167,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท คิดเป็นไม่เกิน 33% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนในครั้งนี้ 

          กำหนดราคาไอพีโอกำหนดไว้ที่ 2.86 บาทต่อหุ้น คิดเป็น P/BV (Pre-IPO) ที่ 1.66 เท่า คิดเป็นส่วนลด 40% จาก P/BV เฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนที่ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่ 2.75 เท่า

          BC เตรียมเข้าซื้อขายวันแรก จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 โดยมี บริษัทที่ปรึกษา เอเซียพลัส จำกัด เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เป็นผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

 

5. เงินระดมทุนใช้ขยายอาณาจักรอสังหาฯ โดยเฉพาะรูปแบบ BOS

          เงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ก่อนหักค่าใช้จ่ายในการเสนอขายหลักทรัพย์และค่าใช้จ่ายต่างๆ จำนวนประมาณ 477 ล้านบาท ระยะเวลาที่ใช้เงินโดยประมาณในปี 2562 - 2563 ดังนี้

          1. ใช้ขยายธุรกิจ ลงทุนในโครงการเชียงใหม่ Nimman 2-3 โครงการ Summer Point, โครงการโรงแรมบนถนนสุขุมวิท 16, โครงการเซอร์วิสอพาร์ทเมนท์บนถนนสุขุมวิท 36 และโครงการกมลา 1 - 2 จำนวนประมาณ 150 ล้านบาท

          2. ใช้สำหรับจ่ายคืนหนี้สินประมาณ 275 ล้านบาท

          3. ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการประกอบกิจการ 52 ล้านบาท

 

6. ผลประกอบการปีนี้ฉายแววเด่น ความสามารถการทำกำไรขั้นต้นสูงระดับ 77%

          สำหรับผลประกอบการของ BC จะต้องดูทั้งปีถึงเห็นภาพ และปีนี้ก็คาดว่าจะโดดเด่นตามเป้า เติบโตขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา หลังประกาศผลประกอบการงวด 6 เดือนแรกของปี 2562 รายได้รวมอยู่ที่ 675.9 ล้านบาท เติบโต 56.7% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 431.3 ล้านบาท มีสาเหตุหลักมาจากการขายโครงการ Summer Hill และ Summer Hub Office สนับสนุนให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 348.5 ล้านบาท เติบโตขึ้น 122.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 156.7 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้น 77.9% อัตรากำไรสุทธิ 31.6%

          ด้านผลประกอบการในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2559 - 2561) มีรายได้รวมอยู่ที่ 250.9 ล้านบาท 486.7 ล้านบาท และ 556.2 ล้านบาท ตามลำดับ คิดเป็นการเติบโตในปี 2560 ที่ 94% ในปี 2561 ที่ 14.3% โดยรายได้หลักของ BC คือ กำไรจากการขายโครงการในปี 2560 และในปี 2561 มีสัดส่วน 47.4% และ 52.3% ของรายได้รวม ขณะที่ในงวด 6 เดือนแรกของ ปี 2561 และ 2562 มีสัดส่วน 63.4% และ 77.3% ของรายได้รวมตามลำดับ

 

 

          อย่างไรก็ตาม ลักษณะการรับรู้รายได้และกำไรของบริษัทฯ จะเพิ่มขึ้นสูง เมื่อบริษัทฯ มีการจำหน่ายโครงการออกไป ดังนั้น เมื่อจำนวนโครงการที่พร้อมขายในมือมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น บริษัทฯ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ดี จะสนับสนุนให้การรับรู้รายได้ และกำไรของ BC มั่นคง สม่ำเสมอ แผนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เป็นการสร้างความเชื่อมั่น เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และโอกาสทำกำไรแก่บริษัท เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

          “วางเป้าหมาย BC เป็นหุ้น Growth Stock ที่มีการเติบโตที่ดี จากการพัฒนาโครงการในรูปแบบที่หลากหลาย โดยเฉพาะธุรกิจ BOS มีความสามารถในการทำกำไรในระดับสูง เมื่อเทียบกับธุรกิจอสังหาทั่วไป ประกอบกับโครงการในมือมีเพิ่มขึ้น พร้อมขายออกไป หนุนความสามารถในการทำกำไรในอนาคต โดยเห็นสัญญาณบวกของธุรกิจตั้งแต่ปีนี้ ส่อแววโตเข้าเป้าแน่นอน”







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh