IPO Corner

8 ข้อน่ารู้ ^จักรไพศาล เอสเตท^ (JAK) ผู้นำด้านที่อยู่อาศัยหลังแรก

8 ข้อน่ารู้ ^จักรไพศาล เอสเตท^ (JAK) ผู้นำด้านที่อยู่อาศัยหลังแรก

          บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย ประเภทคอนโดมิเนียม บ้านจัดสรร ทาวน์โฮม โฮมออฟฟิศ นำโดยการบริหารของ “วีระพันธ์ จักรไพศาล” กรรมการผู้จัดการ กำลังเดินหน้านำบริษัทฯ เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 18 มกราคมนี้ ชูความโดดเด่นของโครงการในมือที่ศักยภาพ และอัตรากำไรสูงถึงระดับ 50% สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้สรุปข้อมูลที่สำคัญ เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจของนักลงทุน

 

1. ดำเนินธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการขาย

          บริษัทประกอบธุรกิจพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายในหลากหลายประเภท ทั้งแนวราบ และแนวสูง ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม อาคารพาณิชย์ และอาคารชุด

          โดยบริษัทมีบริษัทร่วม คือ บริษัท เอ็ม.ที.เอส พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เพื่อขายโครงการไอดิลล์ เป็นโครงการทาวน์เฮาส์ชั้นเดียว บ้านแฝด และอาคารพาณิชย์ ตั้งอยู่ที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี  ซึ่งโครงการไอดิลล์อยู่บนทำเลทองที่ราคาที่ดินปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

          โครงการของบริษัทฯ เป็นที่ยอมรับทั้งในด้านคุณภาพ และการบริการที่ดี ผู้บริหารอยู่ในพื้นที่จริง มีประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญ พัฒนาโครงการประสบความสำเร็จมายาวนานกว่า 25 ปี และมีเป้าหมายสร้างการเติบโตให้จักรไพศาล เอสเตท เป็นผู้นำทางด้านที่อยู่อาศัยหลังแรกของกลุ่มคนระดับกลางถึงล่างในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล จังหวัดสระบุรี และภาคตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

 

2. ขายไอพีโอ  82,709,900 หุ้น คิดเป็น 25.85%

          เสนอขายหุ้นไอพีโอ 82,709,900 หุ้น คิดเป็นร้อยละ 25.85 ของจำนวนหุ้นสามัญ ที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้

 

3. เคาะราคาไอพีโอ 1.45 บาท

          การกำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทในครั้งนี้ พิจารณาจากอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (Price to Earnings Ratio: P/E Ratio) ทั้งนี้ ราคาหุ้นสามัญที่เสนอขายหุ้นละ 1.45 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 22.89 เท่า ซึ่งคำนวณจากผลประกอบการของบริษัทในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 ซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 15.03 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทก่อนการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ จำนวน 237.29 ล้านหุ้น และคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 30.87 เท่า เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.05 บาท เมื่อหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท หลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ จำนวน 320.00 ล้านหุ้น (Fully Diluted)

          หากคำนวณกำไรสุทธิต่อหุ้นจากผลกำไรสุทธิสำหรับปี 2562 ซึ่งมีกำไรสุทธิเท่ากับ 33.83 ล้านบาท หารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัทก่อนการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ จำนวน 237.29 ล้านหุ้น คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 10.17 เท่า เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.14 บาท และคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) เท่ากับ 13.72 เท่า เมื่อเทียบกับกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 0.11 บาท เมื่อหารด้วยจำนวนหุ้นสามัญทั้งหมดของบริษัท หลังจากการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ จำนวน 320.00 ล้านหุ้น (Fully Diluted)

เข้าซื้อขายใน : ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) วันที่ 18 ม.ค.64

หมวดธุรกิจ : อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง / พัฒนาอสังหาริมทรัพย์

ที่ปรึกษาทางการเงิน :  บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด

ผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย : บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ไอร่า จำกัด (มหาชน), บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด

 

4. มีนโยบายปันผลไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิ

          บริษัทฯ มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่ต่ำกว่า 40% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ ในแต่ละปี ภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและทุนสำรองอื่น

 

5. นำเงินระดมทุนพัฒนาโครงการอสังหาฯ

          เงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ประมาณ 120 ล้านบาท บริษัทฯ จะนำไปใช้เป็นเงินทุนสำหรับการพัฒนาโครงการ /การเข้าลงทุนในที่ดินเพื่อพัฒนา นำไปชำระคืนหนี้ธนาคาร และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ ภายในปี 2564

6. อัตรากำไรสุทธิอยู่ 13.8% (สิ้นก.ย.63)

          รายได้ และกำไรสุทธิของ JAK ตั้งแต่ปี 60 - 9 เดือน ปี 63 เป็นดังนี้

อัตรากำไรขั้นต้น : เติบโตเฉลี่ยสูงถึงกว่า 50% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 2560 - 2562)

มีระดับ D/E ณ สิ้นเดือนก.ย.63 อยู่ที่  0.92 เท่า

งบแสดงฐานะการเงิน  ณ สิ้นก.ย.63 ดังนี้

สินทรัพย์รวม :  592.93 ลบ.

หนี้สินรวม :   284.28 ลบ.

ส่วนของผู้ถือหุ้น :   308.64 ลบ.

อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) :  2.98%

 

7. หลังไอพีโอ กลุ่มครอบครัวจักรไพศาล ยังถือหุ้นใหญ่ 69.30%

8.  โครงการในมือระหว่างการพัฒนาและโครงการในอนาคต

          JAK มีโครงการระหว่างการพัฒนาจำนวน 3 โครงการ มูลค่าโครงการรวมราว 1,422 ล้านบาท ได้แก่

1. โครงการ เฟิร์น เฟสที่ 2 มูลค่าโครงการ 413 ล้านบาท พัฒนาเป็นทาวน์โฮม ตั้งอยู่ที่ ทางหลวงสาย 7 (มอเตอร์เวย์) จ.ชลบุรี 

2. โครงการ Canna มูลค่าโครงการ 422 ล้านบาท พัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์ ทาวเฮ้าส์ และบ้านแฝดชั้นเดียว ตั้งอยู่ที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี (โรงโป๊ะ)

3. โครงการ Peony & Pine (รังสิต) มูลค่าโครงการรวม 587 ล้านบาท พัฒนาเป็นทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม สูงไม่เกิน 8 ชั้น ซึ่งเป็นทำเลที่มีศักยภาพเพราะที่ดินติดรถไฟฟ้าสายสีแดง สถานีปลายทางบางพูน

          โดยทั้ง 3 โครงการ คาดว่าจะพัฒนาแล้วเสร็จ จะเริ่มส่งมอบ และทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ไตรมาส 1/2564 เป็นต้นไป สนับสนุนรายได้ให้เติบโตแข็งแกร่งในอนาคต นอกจากนี้ บริษัทฯ มีที่ดินในมือรอการพัฒนาโครงการในอนาคตที่บริษัทเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินแล้ว จำนวน 2 แปลง ได้แก่ ที่ดินอำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เนื้อที่ 29 ไร่ และที่ดินตั้งอยู่ที่ซอยนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ เนื้อที่ 2 ไร่เศษ ซึ่งเป็นที่ดินตั้งบนทำเลที่มีศักยภาพโดย JAK มีที่ดินเพียงพอสำหรับการพัฒนาในระยะ 3 - 5 ปีข้างหน้า

  

9. นโยบายการถือหุ้นของผู้บริหาร สัดส่วนการติดไซเรนท์ พีเรียด

          กลุ่มครอบครัวจักรไพศาล ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ โดยถือหุ้นเกิน 50% ติดไซเรนท์ พีเรียด ทั้งหมด และไม่มีนโยบายที่จะขายหุ้นออกไป

 

**********************************************************************************

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh