Hot News

                  

Hot News

 

 
 

         

                                
 

ถึงรอบหุ้นลิสซิ่ง-รถยนต์วิ่งหน้าตั้ง


          หุ้นลิสซิ่งจับมือหุ้นรถยนต์ มีลุ้นวิ่งแรงแซงทางโค้ง หวังรัฐอัดนโยบายรถยนต์คันแรก ลดหย่อนภาษีไม่เกิน 1 แสนบาท คาดวันที่ 2 ก.ย. รู้ผล ผู้ประกอบการมั่นใจกระตุ้นสินเชื่อรถปี 55 พุ่ง ดันยอดขายทะลุ 1 ล้านคัน ขณะที่โบรกเกอร์แนะ TCAP-SAT-AH น่าสนใจสุด


          จับตาหุ้นกลุ่มลิสซิ่ง และรถยนต์ จะกลับมาคึกคักอีกครั้งในช่วงต้นเดือนกันยายนนี้ รับนโยบายรัฐบาลด้านการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี สำหรับผู้ที่ซื้อรถยนต์คันแรกในราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เน้นรถยนต์อีโคคาร์และรถกระบะ ขณะที่ผู้ประกอบการยกมือหนุน เชื่อจะช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมรถยนต์เติบโตได้ดี ต่อเนื่องถึงการปล่อยสินเชื่อ ส่วนโบรกเกอร์แนะนำช่วงเวลานี้ต้องให้หุ้นเด่นเป็น TCAP, SAT และ AH

* คลัง คาด 2 ก.ย.นี้ได้ข้อสรุปสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามนโยบายรถยนต์คันแรก

          นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงมาตรการรถยนต์คันแรกของรัฐบาลว่า คาดว่า จะได้ข้อสรุปเรื่องการลดภาษีสรรพสามิต สำหรับรถยนต์คันแรก ในวันที่ 2 ก.ย.นี้ ซึ่งจะเน้นให้สิทธิประโยชน์ทางภาษี กับผู้ซื้อที่ไม่เคยเป็นเจ้าของรถมาก่อน และเน้นรถยนต์อีโคคาร์และรถกระบะ ที่มีราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีไม่เกิน 1 แสนบาท แต่ไม่ใช่การลดราคาขายรถยนต์
          นอกจากนั้น กระทรวงการคลัง จะเสนอให้มีการต่ออายุมาตรการยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล ต่อไป จากเดิมที่จะสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.นี้ เพื่อไม่ให้ขัดกับนโยบายการลดค่าครองชีพของประชาชน หลังจากที่กระทรวงพลังงาน ได้ยกเว้นการจัดเก็บเงินนำส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว

* ลีสซิ่งกสิกรไทย เชื่อกระตุ้นสินเชื่อรถปี 55 พุ่ง-ยอดขายทะลุ 1 ล้านคัน

          ด้านนายอิสระ วงศ์รุ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด บริษัทในเครือธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) (KBANK) เปิดเผยถึงนโยบายลดหย่อนภาษีแก่ผู้ซื้อรถยนต์คันแรกว่า นโยบายดังกล่าวน่าจะเกิดขึ้นในทางปฏิบัติในปี 2555 ซึ่งย่อมจะส่งผลดีต่อตลาดรถยนต์ในประเทศอย่างแน่นอน
          โดยที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทยได้คาดการณ์ว่า อาจทำให้ยอดขายรถยนต์ในประเทศเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 1 ล้านคัน จากปีนี้ที่คาดว่าจะมียอดขาย 9 แสนคัน ดังนั้นจะส่งผลดีต่อเนื่องมายังการปล่อยสินเชื่อของธุรกิจลิสซิ่งให้มีการเติบโตอย่างแน่นอน
          อย่างไรก็ตาม นโยบายดังกล่าวถือว่ายังไม่มีความชัดเจนในแง่การปฏิบัติ ว่า 1 แสนบาทที่จะลดหย่อนนั้นจะเกิดขึ้นในรูปแบบใด เช่น จะปรับราคารถยนต์ลงทันที 1 แสนบาทตั้งแต่ทำการซื้อขาย จากการหักจากภาษีรถยนต์ตั้งแต่เริ่มต้น หรือเป็นลักษณะการลดหย่อยภาษีปีละ 2 หมื่นบาท รวม 5 ปี เพื่อให้ครบตามวงเงินลดหย่อน เป็นต้น ดังนั้น จึงต้องติดตามข้อสรุปให้มีความชัดเจนก่อน

* IHL ชี้นโยบายลดภาษีซื้อรถยนต์คันแรกเอื้ออุตฯ ยานยนต์คึก

          นายองอาจ ดำรงสกุลวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร และกรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) หรือ IHL ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบาะหนังรถยนต์รายใหญ่ของประเทศไทย กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลใหม่กรณีให้สิทธิลดหย่อนทางภาษีสำหรับการซื้อรถยนต์คันแรก 1 แสนบาทถือเป็นประโยชน์ต่อตลาดรถยนต์อย่างมาก เนื่องจากจะทำให้ผู้บริโภคซื้อรถยนต์ได้ในราคาที่ถูกลง
          ทั้งนี้ หากนโยบายดังกล่าวเกิดขึ้นจริงจะมีส่วนสนับสนุนให้อุตสาหกรรมยานยนต์เติบโตมากขึ้น และเอื้อผลดีต่อบริษัทฯ ให้มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นในฐานะเป็นผู้ประกอบการเบาะหนังรถยนต์รายใหญ่ในประเทศไทย โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีกลุ่มลูกค้าหลัก ประกอบด้วย โตโยโต้า ฮอนด้า นิสสัน มิตซูบิชิ ฟอร์ด และมาสด้า ซึ่งล้วนแต่เป็นค่ายรถยนต์ชั้นนำของโลก

* บล.กิมเอ็ง ชี้กลุ่มเช่าซื้อปัจจัยบวกสนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆ

          ฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ KELIVE ประเมินกลุ่มเช่าซื้อ - ปัจจัยบวกสนับสนุนมากขึ้นเรื่อยๆ โดยระบุว่า มีมุมมองในเชิงบวกสำหรับธนาคารกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อ (TISCO, TCAP) มากขึ้นเรื่อยๆ หลังทิศทางอัตราดอกเบี้ยเริ่มสงสัญญาณการชะลอการขึ้น ขณะที่นโยบายลดภาษีรถคันแรกของรัฐบาลใหม่ น่าจะช่วยกระตุ้นยอดซื้อรถยนต์ในประเทศ และช่วยผลักดันการขยายตัวของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ให้ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง
          โดยเมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา กนง. มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (RP-1วัน) ขึ้น 0.25% เป็น 3.50% ตามคาด แต่สำหรับการประชุมในครั้งหน้าในวันที่ 19 ต.ค. 54 ทาง KELIVE มองว่ามีโอกาสสูงที่ กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไปก่อน หลังเห็นสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจเกิดขึ้นจากตัวเลข GDP ใน 2Q54 ค่อนข้างต่ำเพียง 2.6% รวมทั้งความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่สูงขึ้น นอกจากนี้ เรามองว่าอัตราเงินเฟ้อในประเทศน่าจะผ่านจุดสูงสุดไปแล้วในเดือน พ.ค. ที่ผ่านมา โดยเราคาดว่านโยบายการลดการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ทำให้ราคาน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลปรับลดลงอย่างรวดเร็ว และจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเดือน ส.ค. ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และคาดว่าอัตราเงินเฟ้อในช่วงที่เหลือของปีจะปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.0-3.5% (ยังไม่รวมผลกระทบจากมาตรการค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท และเงินเดือน 15,000 บาท สำหรับ ป.ตรี)
          ทำให้เราคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยนโยบายมีโอกาสสูงที่จะทรงตัวอยู่ในระดับ 3.50% ไปจนถึงปลายปี ซึ่งจะส่งผลดีต่อ NIM ของธนาคารกลุ่มเช่าซื้อ (TISCO, TCAP) ที่เริ่มใกล้จุดต่ำสุดแล้ว โดยเราคาดว่า NIM ของกลุ่มเช่าซื้อจะเริ่มทรงตัวและปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ 4Q54 เป็นต้นไป
          สำหรับนโยบายลดภาษีรถยนต์คันแรก (ไม่เกิน 100,000 บาท/คัน) ของรัฐบาลใหม่ ขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างรอการพิจารณาหาข้อสรุปว่าจะใช้แนวทางไหน โดยในเบื้องต้นคาดว่าจะได้ข้อในสรุปในช่วงต้นเดือน ก.ย. นี้ โดยแนวทางที่ กรมสรรพสามิตเสนอให้พิจารณามี 2 แนวทาง ได้แก่ 1. การลดภาษีสรรพสามิต ยกเว้นภาษีให้ทันทีหน้าโรงงาน และ 2. หักขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากกรมสรรพากร
          อย่างไรก็ตาม ไม่ว่ารัฐบาลจะเลือกใช้แนวทางไหน คาดว่าจะช่วยกระตุ้นยอดซื้อรถยนต์ในประเทศได้ และจะส่งผลดีต่อการขยายตัวของสินเชื่อของธนาคารกลุ่มที่เน้นปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ เช่น TISCO, TCAP และ KK รวมถึง BAY และ SCB ด้วยเช่นกัน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในปัจจุบันยังคงเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี มียอดขายรวม 5.05 แสนคัน เติบโต 19.5%yoy และคาดทั้งปียอคขายรถยนต์ในประเทศน่าจะสูงถึง 9.0 แสนคัน
          ก่อนหน้านี้เรามีมุมมองค่อนข้างเป็นลบสำหรับธนาคารกลุ่มเช่าซื้อมาโดยตลอด อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เราปรับมุมมองเป็นบวกมากขึ้นสำหรับหุ้นกลุ่มนี้ และเริ่มมีปัจจัยบวกเข้ามาสนับสนุนมุมมองในเชิงบวกของเรามากขึ้น เรามองว่าแม้มาตรการลดภาษีรถยนต์คันแรกอาจจะไม่ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานมากนัก แต่น่าจะส่งผลดีในแง่ของจิตวิทยาการลงทุนพอสมควร เราได้ปรับคำแนะนำสำหรับ TISCO ขึ้นจาก 'ถือ' เป็น 'ซื้อเมื่ออ่อนตัว' ให้ราคาเป้าหมายที่ 43.5 บาท โดย TISCO ยังคงมีความโดดเด่นในแง่ของ ROE ที่สูงระดับ 22-23% และ dividend yield สูงที่สุดในกลุ่มที่ระดับ 7%
          ขณะที่เราเลือก TCAP เป็น Top pick ของกลุ่มจากการคาดการณ์การฟื้นตัวของผลการดำเนินงานที่โดดเด่นในปีหน้าถึง 30% ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมี Downside Risk ต่ำ ซื้อขายที่ระดับเพียง 1.0 เท่า PBV ในปีนี้และจะลดลงเหลือ 0.9 เท่า ในปีหน้า และให้ dividend yield ระดับ 4% แนะนำ 'ซื้อ' ราคาเป้าหมาย 38 บาท

* บล.คันทรี่ กรุ๊ป มอง SAT-AH รับอานิสงส์

          นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.คันทรี่ กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่เตรียมจะลดหย่อนภาษีสำหรับรถยนต์คันแรก ซึ่งเบื้องต้นได้กำหนดรถยนต์เป็นประเภทรถยนต์ประหยัดพลังงาน หรืออีโคคาร์ และรถกระบะที่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ซึ่งหุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากนโยบายดังกล่าว ได้แก่ SAT และ AH
          เนื่องจากทั้ง 2 ราย ได้นำส่งชิ้นส่วนเพื่อประกอบรถอีโคคาร์และรถกระบะในสัดส่วนที่มากพอสมควร แต่เชื่อว่านโยบายดังกล่าวคงจะไม่ทำให้ปริมาณการซื้อรถยนต์เพิ่มขึ้นมากนัก เนื่องจากมีผู้ต้องการซื้อรถในปริมาณเท่าเดิม แต่อาจจะเป็นนโยบายที่จูงใจให้กับผู้ที่ต้องการซื้อรถให้ซื้อรถเร็วขึ้น หลังจากก่อนหน้านี้ได้ชะลอไว้เพื่อรอนโยบายของภาครัฐมีความชัดเจน
          แต่อย่างไรก็ตาม คงจะต้องดูรายละเอียดและเงื่อนไขความชัดเจนของนโยบายการลดหย่อนภาษีรถยนต์คันแรกอีกครั้ง ว่าจะมีแนวทางอย่างไรและจะส่งผลอย่างไรต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ภายในประเทศ โดยเบื้องต้นประเมิน AH มีสัดส่วนชิ้นส่วนรถกระบะอย่างน้อย 20% กับค่ายรถยนต์อีซูซุ และ SAT มีสัดส่วนของชิ้นส่วนรถกระบะ 30% กับค่ายมิตซูบิชิ ส่วนชิ้นส่วนรถยนต์อีโคคาร์ยังมีปริมาณไม่มาก เพราะมีเพียงรุ่นนิสสันมาร์ชเท่านั้นที่ได้ออกจำหน่ายอย่างเต็ม 100% เพียงรุ่นเดียว
          นอกจากนี้ ราคาหุ้น AH และ SAT ยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำสามารถเทรดดิ้งได้ โดยประเมินราคาพื้นฐาน AH ไว้ที่ 16.84 บาท และ SAT 31.90 บาท

* ธนาคารธนชาต ลุย “สินเชื่อธนชาตรถแลกเงิน”

          นายธีรชาติ จิรจรัสพร ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์เช่าซื้อ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจสินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์ เป็นธุรกิจที่สถาบันการเงินชั้นนำหลายแห่งได้เข้ามาทำตลาดและมีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากสินเชื่อประเภทนี้เป็นที่สนใจของผู้บริโภคที่ต้องการใช้เงินสดเป็นเงินทุนหมุนเวียนในชีวิตประจำวัน เพราะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทอื่นๆ ธนชาตในฐานะที่เป็นผู้นำตัวจริงในธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ มีนโยบายที่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะ “สินเชื่อธนชาตรถแลกเงิน” ที่ธนาคารฯ จะทำตลาดอย่างจริงจังเพื่อก้าวสู่ผู้นำอันดับ 1 ในสินเชื่อประเภทนี้
          ทั้งนี้ เพื่อตอบแทนลูกค้าที่ไว้วางใจใช้บริการของธนาคารจนธนชาตสามารถเป็นผู้นำในธุรกิจเช่าซื้อได้อย่างต่อเนื่องมาตลอด 10 ปี ธนาคารฯ จึงได้ออกแคมเปญพิเศษ “ผ่อนสบายเริ่มต้นแค่แสนละ 59 บาทต่อวัน” สำหรับทุกๆ วงเงินสินเชื่อ 100,000 บาท ระยะเวลาผ่อนนานสูงสุด 72 เดือน ให้กับเจ้าของรถยนต์ที่จดทะเบียนตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นไป ที่มาใช้บริการ “สินเชื่อธนชาตรถแลกเงิน” กับธนาคารธนชาต ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ตุลาคม 2554
          “แคมเปญพิเศษ ผ่อนสบายเริ่มต้นแค่แสนละ 59 บาทต่อวัน คาดว่าจะได้รับความสนใจจากเจ้าของรถยนต์ที่ต้องการใช้เงินสดเป็นเงินทุนหมุนเวียนในชีวิตประจำวันเป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างคล่องตัวและสะดวกสบาย เพราะผ่อนชำระค่างวดเพียงเริ่มต้นวันละ 59 บาทหรือเดือนละ 1,770 บาท ต่อวงเงินสินเชื่อ 100,000 บาท“ นายธีรชาติ กล่าว