Hot News

                  

Hot News

 

 
 

         

                                
 สัปดาห์นี้ทองยังผันผวน

        
กูรูทองคำ ประสานเสียง สัปดาห์นี้ราคาทองยังผันผวนจากแรงเก็งกำไร ชี้ หากเฟดออกมาตรการอุ้ม ศก.รอบใหม่ กระทบราคาแค่ในระยะสั้นแต่ระยะยาวไม่สะเทือน เหตุศก.โลกยังน่ากังวล ด้านวายแอลจี มั่นใจ หลังประชุมเฟด ราคาทองคำอาจยืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เผยหากราคาทะลุ 1,775 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะซื้อตามหากรับเสี่ยงไหว ฟากธปท.เรียกถกร้านทอง ห่วงบริหารความเสี่ยงหลังทองโลกผันผวน


        ปฏิเสธไม่ได้แล้วสำหรับทองคำ ที่ปัจจุบันกลายเป็นทรัพย์สินที่มีความมั่นคงที่สุดประเภทหนึ่ง และเป็นสิ่งสะท้อนถึงดัชนีภาวะเศรษฐกิจโลกได้อย่างชัดเจน จากอดีตทองคำเน้นหนักไปทางด้านเครื่องประดับ แต่ปัจจุบันนอกจากเพื่อความมั่นคงในชีวิตแล้ว ยังถือเป็นหลักทรัพย์ประเภทหนึ่งที่มีบทบาทเพื่อการเก็งกำไร โดยเฉพาะในช่วงสภาพเศรษฐกิจยังแย่อยู่ในเวลานี้ ดังนั้น ทิศทางราคาทองคำจึงน่าสนใจติดตามเป็นอย่างยิ่ง

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราคาทองคำในประเทศและในตลาดโลกเคลื่อนไหวค่อนข้างผันผวน โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา (22-26 ส.ค.54) โดยราคาทองคำแท่งปรับขึ้นไปทำจุดสูงสุดของสัปดาห์ในวันที่ 23 สิงหาคม ที่ระดับ 26,900 บาท ก่อนถูกแรงขายออกมาอย่างหนัก จนราคาปรับตัวลดลงและเป็นไปตามทิศทางตลาดโลก จนมาทำจุดต่ำสุดของสัปดาห์ในวันที่ 25 สิงหาคม ที่ระดับ 24,450 บาท โดยราคาปรับลดลงใน 2 วันแรงถึง 2450 บาท หรือ 10.02% ส่วนราคาทองคำในตลาดไนเม็กซ์ สัปดาห์ที่ผ่านมา ขึ้นไปทำระดับสูงสุดที่ 1,917.90 ดอลลาร์/บาร์เรล และทำระดับต่ำสุดที่ 1705.40 ดอลลาร์/บาร์เรล หรือลดลงถึง 212.50 ดอลลาร์ หรือ 12.46% ส่วนราคาทองคำล่วงหน้าของไทยหรือ Gold Futures สัญญา GFV ทำระดับสูงสุดของสัปดาห์ที่ 28,220 บาท และระดับต่ำสุด 24,300 บาท หรือปรับลดลง 3920 บาท หรือ 16.13%

* นายกสมาคมค้าทอง ชี้ สัปดาห์นี้ราคาทองยังผันผวนจากแรงเก็งกำไร เผยราคาที่แท้จริงควรอยู่ที่ 720 ดอลลาร์/ออนซ์เท่านั้น

          นายจิตติ ตั้งสิทธิภักดี นายกสมาคมค้าทอง กล่าวว่า สัปดาห์ที่ผ่านมา ทิศทางราคาทองคำในตลาดโลกผันผวนแรง จากการเก็งกำไรของนักลงทุนโดยเฉพาะในตลาดล่วงหน้าในตลาดโลก ซึ่งเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาราคาทองคำตลาดโลกและไทยปรับตัวลดลงแรง หลังจาก Chicago Mercantile Exchange (CME Group) ตลาดทองล่วงหน้าของสหรัฐฯ ได้ปรับเพิ่มมาร์จิ้นทองอีก 27% ของทุกขนาดทอง แต่อย่างไรก็ดีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาทองสามารถปรับตัวเพิ่มขึ้นได้ เนื่องจาก นักลงทุนยังคงเข้ามาเก็งกำไรสินทรัพย์ทองคำ
          สำหรับ สัปดาห์นี้คาดว่าราคาทองคำยังมีแนวโน้มผันผวน ขึ้นแรงลงแรงได้จากการเก็งกำไรของนักลงทุน โดยเฉพาะในตลาดทองล่วงหน้าที่ซื้อขายกันอย่างร้อนแรงจึงไม่สามารถกำหนดทิศทางราคาทองได้อย่างชัดเจน สำหรับกลยุทธ์การลงทุนแนะนำให้นักลงทุนควรทำกำไรออกบางส่วน และหาจังหวะราคาทองอ่อนตัวทยอยซื้อ
'ราคาทองคำในตลาดโลกตอนนี้ผันผวนแรงมาก ซึ่งตามหลักความเป็นจริงราคาทองคำควรจะอยู่ที่ระดับ 720 ดอลลาร์/ออนซ์ แต่ปัจจุบันราคาทองโลกพุ่งแรงมากจากการเก็งกำไรจนราคาเคลื่อนไหวอยู่ที่ระดับ 1,700 ดอลลาร์/ออนซ์ โดยคาดว่าทิศทางราคาทองคำคงไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ตามปกติอีกแล้ว ' นายจิตติกล่าว

 * วายแอลจี ชี้ ราคาทองคำจะยังมีความผันผวนอย่างมากต่อไป แนะนักลงทุนเล่นตามกรอบราคา

          บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ระบุว่า สภาวะตลาดทองคำแท่ง และโกลด์ฟิวเจอร์ส เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2554 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ $1,757.65 – $1,790.4 ขณะที่โกลด์ฟิวเจอร์ส GFQ11 อยู่ที่ 25,470 บาท โดยราคาเพิ่มขึ้น 1,100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 24,370 บาท ขณะที่ซิวเวอร์ฟิวเจอร์ SVQ11 อยู่ที่ 1,220 บาท โดยราคาปรับตัวเพิ่มขึ้น 45 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 1,175 บาท
      สำหรับ แนวโน้มวันที่ 29 สิงหาคม 2554 ราคาทองคำมีความผันผวนอย่างมาก โดยปัจจัยที่หนุนราคาทองคำยังคงเป็นในเรื่องความกังวลในยุโรป หลังกระแสข่าวว่าเยอรมันอาจถูกปรับลดระดับความน่าเชื่อถือ อีกทั้งสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐยังคงอ่อนแอ สำหรับวายแอลจีประเมินว่าหากมีปัจจัยชี้นำใหม่ๆที่สามารถหนุนทองคำได้ ราคาทองคำอาจขึ้นไปยืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยเฉพาะปัจจัยที่เกี่ยวเนื่องกับสภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐเช่นมาตรการที่ต่างคาดการณ์กันว่าจะออกมา
         อย่างไรก็ตาม วายแอลจียังคงแนะนำให้นักลงทุนเล่นตามกรอบราคา และควรมีจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรให้ชัดเจน เพราะวายแอลจีเชื่อว่าราคาทองคำจะมีความผันผวนอย่างมากต่อไป โดยภาพระยะสั้นราคาทองคำได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานไปบ้างแล้ว หลังจากที่ราคาปรับตัวขึ้นมามากซึ่งเห็นชัดเจนจากแรงขายทำกำไรในช่วงก่อนหน้า ในขณะที่ภาพระยะยาวนั้นวายแอลจียังคงเชื่อว่าการย่อตัวลงมาสามารถทยอยสะสมเพราะสุดท้ายแล้วด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจะทำให้ราคาทองคำในระยะยาวกลับไปยืนด้านบนได้อีกครั้ง
         สำหรับกลยุทธ์การลงทุนวายแอลจีในระยะนี้ยังคงแนะนำให้เล่นในกรอบอีกเช่นเคย โดยจำเป็นต้องตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดขายทำกำไรไว้เสมอ แต่สำหรับนักลงทุนระยะกลางและระยะยาวนั้น แนะนำให้รอจังหวะย่อตัวลงมาก่อนค่อยเข้าสะสมอีกครั้ง นอกจากนี้นักลงทุนจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพราะในช่วงนี้ราคาทองคำค่อนข้างอ่อนไหวต่อปัจจัยต่างๆที่เกิดขึ้นค่อนข้างมาก เบื้องต้นประเมินแนวรับแนวต้านไว้ดังนี้
ทองคำแท่ง
แนวรับ 1,747 (24,800บาท) 1,730 (24,550บาท) 1,705 (24,200บาท)
แนวต้าน 1,817 (25,790บาท) 1,822 (25,860บาท) 1,830 (25,980บาท)
GOLD FUTURES (GFQ11)
แนวรับ 1,747 (24,780บาท) 1,730 (24,550บาท) 1,705 (24,190บาท)
แนวต้าน 1,817 (25,800บาท) 1,822 (25,900บาท) 1,830 (26,000บาท)
SILVER FUTURES (SVQ11)
แนวรับ 39.63 (1,190บาท) 38.70 (1,160บาท) 38.00 (1,140บาท)
แนวต้าน 41.50 (1,250บาท) 42.10 (1,270บาท) 43.00 (1,295บาท)

* มั่นใจ หลังประชุมเฟด ราคาทองคำอาจยืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ชี้ หากราคาทะลุ 1,775 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะซื้อตามหากรับเสี่ยงไหว

          บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส ระบุว่า ปัจจัยที่หนุนราคาทองคำให้พลิกกลับมาคงเป็นในเรื่องความกังวลในยุโรป หลังกระแสข่าวว่าเยอรมันอาจถูกปรับลดระดับความน่าเชื่อถือ สำหรับวายแอลจีมองว่าราคาทองคำกำลังปรับตัวขึ้นในลักษณะของการดีดตัว(technical rebound) ซึ่งต้องประเมินกันว่าหากมีปัจจัยชี้นำใหม่ๆที่สามารถหนุนทองคำได้ ราคาทองคำอาจขึ้นไปยืนเหนือ 1,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อีกครั้ง โดยประเด็นที่น่าติดตามคือการแถลงการณ์ของ เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐที่จะออกแถลงการณ์ในวันที่ 26 ส.ค.นี้ ซึ่งหาก เบอร์นันเก้แถลงเกี่ยวกับมาตรการที่จะฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐออกมาก็มีแนวโน้มว่าราคาทองคำจะขยับตัวขึ้นได้อีก
         แต่อย่างไรก็ตามวายแอลจียังคงแนะนำให้นักลงทุนเล่นตามกรอบราคาและควรมีจุดตัดขาดทุนและจุดทำกำไรให้ชัดเจน เพราะวายแอลจีเชื่อว่าราคาทองคำจะมีความผันผวนมาก โดยภาพระยะสั้นราคาทองคำได้สะท้อนปัจจัยพื้นฐานไปบ้างแล้ว แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาวเชื่อว่าการย่อตัวลงมาให้ทยอยสะสมเพราะสุดท้ายแล้วด้วยปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งจะทำให้ราคาทองคำในระยะยาวกลับไปยืนด้านบนได้อีกครั้ง
          แนวโน้มราคา GOLD SPOT แนวโน้มระยะสั้น (ระดับวัน): ราคาทองคำเคลื่อนไหวออกด้านข้าง โดยให้น้ำหนักไปทางฝั่งขึ้น เพื่อขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 1,783 หรือ 1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากขึ้นไปแล้วไม่ผ่านแนวต้านอาจจะเกิดการย่อตัวของราคา โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,747 และ 1,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์
        แนวโน้มระยะกลาง (ระดับสัปดาห์): ยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำ หลังจากยังยืนเหนือโซน 1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนแนวโน้มระยะยาว (ระดับเดือน): ในระยะยาวยังมีมุมมองเชิงบวก เนื่องจากราคาทองคำยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นเช่นเดิม ถึงแม้จะเริ่มเห็นแรงขายทำกำไรออกมา
          กลยุทธ์การลงทุน ระยะสั้น: สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือและไม่มีสถานะฟิวเจอร์ส รอจังหวะเข้าซื้อหากราคาไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,747 หรือ 1,730 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อขายทำกำไรบริเวณแนวต้าน 1,783 หรือ 1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์แต่หากรับความเสี่ยงได้อาจซื้อตามเมื่อราคาสามารถทะลุ 1,775 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และควรตั้งจุดตัดขาดทุนหากราคาหลุดบริเวณ1,770ดอลลาร์ต่อออนซ์ สำหรับนักลงทุนที่มีทองคำในมือหรือมีสถานะซื้อในตลาดฟิวเจอร์ส แนะนำรอขายทำกำไรเมื่อราคาขึ้นไปบริเวณแนวต้าน 1,783 หรือ 1,807 ดอลลาร์ต่อออนซ์
         ระยะกลาง: ทยอยสะสมบางส่วนเมื่อราคาย่อตัวลงไปบริเวณ 1,680-1,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ระยะยาว: ทยอยสะสมเมื่อราคาลงมาบริเวณ 1,645 ดอลลาร์ต่อออนซ์


*AYS เผย Gold Futures ช่วงนี้ผันผวนแรง เดาทิศทางยาก

          เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์ บล.กรุงศรีอยุธยา (AYS) คาดการณ์ถึงการซื้อขายในสินค้า Gold Futures ตลาดอนุพันธ์แห่งประเทศไทย (TFEX) ว่ายังมีทิศทางหลักเป็นขาขึ้น แต่อย่างไรก็ดีภาพรวมของราคา Gold Futures ในช่วงนี้ยังผันผวนแรง
         'ราคาทองช่วงนี้เคลื่อนไหวแรงมาก ซึ่งหากวันไหนที่ปรับตัวลดลงก็ร่วงแรง หรือบวกก็บวกแรง ทำให้คาดการณ์ทิศทางยาก ซึ่งต้องรอดูถึงภาพรวมของตลาดก่อนการลงทุน' เจ้าหน้าที่ฝ่ายวิเคราะห์กล่าว
          นอกจากนี้คาดว่าหากราคาทองโลกสามารถสร้างฐานอยู่บริเวณ 1,700 ดอลลาร์/ออนซ์ และราคาทองไทย 25,000 บาทได้ จึงจะสามารถคาดการณ์ทิศทางราคาทองได้ชัดเจนมากขึ้น
         ทั้งนี้ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวให้แนวรับ 25,500 บาท ส่วนแนวต้าน 26,050 บาท ในสัญญา GFV10 และ GF10V10 สิ้นสุดเดือนตุลาคม 2554

* ทรีนีตี้ ชี้ ราคาทองคำมีแนวโน้มพักฐานในระยะใกล้ แต่ระยะยาวยังเป็นบวก เหตุศก.โลกยังน่ากังวล

          บทวิเคราะห์ บล.ทรีนีตี้ ระบุว่า เมื่อตลาดหุ้นนิวยอร์กและตลาดหุ้นอื่นๆในยุโรปร่วงลงอย่างหนักเมื่อวันที่ 25 ส.ค นักลงทุนจึงได้ย้ายฐานการลงทุนเข้าสู่ ตลาดทองคำเพื่อความปลอดภัย โดยดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ลดลงกว่า170 จุด เนื่องจาก จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 20 ส.ค. เพิ่มขึ้น 5,000 ราย สู่ระดับ 417,000 ราย สวนทางกับที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะลดลงมาอยู่ที่ระดับ 405,000 ราย
          นอกจากนี้นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงหลังจากมีกระแสคาดการณ์ในตลาดว่า เยอรมนีอาจจะเป็นประเทศถัดไปที่จะถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือซึ่งการคาดการณ์ดังกล่าวได้ฉุดตลาดหุ้นเยอรมนีร่วงลงอย่างหนักด้วยขณะเดียวกันมีการคาดการณ์ว่า เบน เบอร์นันเก้ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(FED) อาจจะไม่ส่งสัญญาณการใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเร่งด่วนในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมธนาคารกลางโลก ซึ่งจะจัดขึ้นที่เมืองแจ็คสันโฮล รัฐไวโอมิงในคืนวันที่ 26 ส.ค.นี้
           ทั้งนี้ ตลาดยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มระยะยาวของราคาทองคำ แม้มีแนวโน้มว่าราคาทองคำอาจจะเข้าสู่ระยะพักฐานในระยะใกล้นี้ก็ตาม โดยนักวิเคราะห์กล่าวว่า ตลาดทองคำจะยังคงได้รับแรงหนุนจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มเศรษฐกิจทั่วโลก

* ออสสิริส ชี้ หากที่ประชุมเฟด 26 ส.ค. ออกมาตรการอัดฉีดอุ้ม ศก. กระทบราคาทองคำแค่ในระยะสั้นแต่ระยะยาวไม่สะเทือน

         บทวิเคราะห์ บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส ระบุว่า ภาพนโยบายการเงินสหรัฐฯในปัจจุบันถึงเอื้อต่อการเก็งกำไรและผลักดันราคาทองคำในทางบวก โดยเฉพาะภาพแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินแบบรัดกุมเริ่มชัดเจนว่าจะไม่เกิดขึ้นในเร็วๆนี้ เราจึงคาดว่า 'ราคาทองคำอาจสามารถแกว่งตัวบวกต่อไปได้'
         ภาพระยะสั้นเราเห็นว่าภาพปัจจัยต่างๆยังสนับสนุนราคาทองคำในเชิงบวกต่อไปโดยเฉพาะภาพนโยบายการเงินทั้งในสหรัฐฯและยุโรปที่ยังเอื้อให้ราคาทองคำบวกต่อไปได้ ในขณะที่บรรยากาศการเก็งกำไรผันผวนรุนแรงเป็นความเสี่ยงหลักของการลงทุน ซึ่งเมื่อประกอบกับภาพการซื้อขาย GF เราจึงยังคงแนะนำให้ 'ค่อยๆเข้าสะสม LONG GF เมื่อราคาทองคำสปอตย่อตัวหากพรีเมียมไม่สูงเกินไป เพื่อทำกำไรในระยะกลางถึงยาว' หรือ 'เข้าซื้อทองคำแท่งหรือSPOTพร้อมกับสะสม SHORT GFV11 หรือ GFZ11 ด้วยปริมาณพื้นฐาน(Underlying Asset)ที่เท่ากัน หากพรีเมียมยังสูงมากจนทำกำไรได้ง่าย'
          ทั้งนี้ บรรยากาศการลงทุนยังได้รับการผลักดันด้วยแรงเก็งกำไรอย่างรุนแรงทั้งในตลาดหุ้นและในตลาดทองคำ โดยประเด็นการเก็งกำไรนอกจากจะใช้ข่าวลือและข่าวจริงแล้ว ยังมีประเด็นเรื่องอารมณ์และความผันผวนเข้ามาเกี่ยวข้องในการเก็งกำไรอีกด้วย ซึ่งเรามองว่าน่าจะยังเอื้อต่อความผันผวนของราคาทองคำในระดับสูงเป็นพิเศษต่อไปได้ภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปยังน่าเป็นห่วงว่าจะไม่สามารถกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้และอาจจะกลับเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้งหากไม่ได้รับการช่วยเหลือจากภาครัฐหรือจากภายนอก ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อก็ไม่อยู่ในระดับต่ำพอที่จะเอื้อให้ดำเนินมาตรการช่วยเหลือได้โดยง่าย อย่างไรก็ตามเมื่อไม่มีข่าวร้าย นักลงทุนก็อาจไม่ได้สนใจภาพดังกล่าวมากนัก ('No news is good news.')
          การตัดสินใจของเฟดที่ให้มุมมองว่าจะคงดอกเบี้ยระดับต่ำไว้จนถึงกลางปี 2013 นั้น เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลและเอื้อให้ราคาทองคำยังสามารถปรับตัวบวกต่อไปได้ในรูปของดอลลาร์สหรัฐต่อทรอยออนซ์
          เราเห็นว่าบรรยากาศการลงทุนยังได้รับแรงผลักดันหลักจากอารมณ์อย่างรุนแรงเช่นเดิม โดยปัจจุบันนักลงทุนได้มีการซื้อขายสินทรัพย์ต่างๆตามข่าวลือและตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเด็นเรื่องความมั่นคงของกลุ่มอียูและเรื่องการฟื้นตัวของสหรัฐฯและเศรษฐกิจโลก ส่งผลต่อราคาทองคำได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็วและรุนแรง นอกจากนี้นักลงทุนยังมีการเก็งกำไรซื้อขายด้วยประเด็นเรื่องอารมณ์ตลาดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นประเด็นเรื่องขายทิ้งหุ้นในตลาดเยอรมันเมื่อคืนนี้หรือจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นตลอดสัปดาห์นี้ก็ตาม
          ส่วนการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นสาธารณะของเฟดประจำปีในวันที่ 26 ส.ค. นี้ ประเด็นเรื่องมาตรการอัดฉีดเพิ่มเติมไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อราคาทองคำในระยะกลางถึงยาวได้มากนัก ในขณะที่อาจสามารถส่งผลต่อราคาทองคำในระยะสั้นได้ในลักษณะผันผวนมากกว่าการผลักดันอย่างมีทิศทางเนื่องจากมาตรการอัดฉีดนี้จะช่วยให้นักลงทุนกลัวความเสี่ยงน้อยลงและหันเข้าไปเก็งกำไรในตลาดหุ้นพร้อมกับเทขายทองคำในขณะที่มาตรการอัดฉีดเดียวกันนี้จะส่งผลต่อปัจจัยพื้นฐานของราคาทองคำให้บวกต่อขึ้นไปได้นั่นเอง


* ปปง. คุมเข้ม ซื้อทอง 7แสบบาทขึ้นไปต้องแสดงตนและใช้เงินสด ซื้อ 2 ล้านบาทขึ้นไป ต้องรายงานต่อ ปปง.

          สมาคมค้าทองคำประกาศข้อบังคับตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรณีผู้ซื้อทองคำมูลค่าตั้งแต่ 700,000 บาทขึ้นไป ต้องแสดงตนและใช้เงินสด หากซื้อทองคำมูลค่า 2 ล้านบาทขึ้นไป ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ ปปง. ตั้งแต่วันนี้ (25 ส.ค.) เป็นต้นไป
          กฎหมายดังกล่าวบังคับใช้เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ซื้อทองคำแสดงตนและให้ข้อมูลแก่ผู้ประกอบการร้านค้าทองคำ ร้านเพชรพลอย และร้านค้าอัญมณี
          นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวว่า การบังคับใช้กฎหมายมีผลตั้งแต่ 25 ส.ค.นี้ ทำให้ร้านค้าทองส่วนใหญ่วุ่นวาย เนื่องจากเป็นกฎหมายใหม่ พนักงานขายทองยังไม่ค่อยเข้าใจ และคาดว่าวันนี้จะยิ่งวุ่นวายหนัก เนื่องจากราคาทองคำลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งจะมีประชาชนแห่เข้ามาซื้อทองเก็งกำไรมากกว่าทุกวัน ซึ่งผู้ที่ซื้อทองคำก็ต้องรับเพียงใบจองไปก่อน เนื่องจากทองคำแท่งขาดตลาด ต้องสั่งจองล่วงหน้า 1 สัปดาห์

*โบรกฯ หวั่นกฎหมายแสดงตนผู้ซื้อทองของ ปปง. จะกดดันตลาดทองไทยสัปดาห์นี้ เหตุนลท.จะมองว่าเป็นเรื่องยุ่งยาก

           นายศราวุธ เตโชชวลิต ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจตราสารอนุพันธ์ บล.ซิกโก้ (SSEC) เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ถึงกรณีที่ทาง สมาคมทองคำประกาศให้ผู้ทองในปริมาณสูงต้องแสดงตัวตาม กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ว่าอาจจะเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามากดดันบรรยากาศการซื้อขายทองคำในประเทศช่วงสัปดาห์นี้ เนื่องจากจะส่งผลให้นักลงทุนบางส่วนไม่อยากลงทุนในทองคำเพราะติดปัญหาเรื่องความยุ่งยากในการแสดงตัว หรือนักลงทุนบางส่วนที่ซื้อขายทองคำวันละหลายรอบ อาจจะลดรอบการซื้อขายลงด้วยเช่นกัน
           'นักลงทุนบางส่วนเค้าเล่นแบบวันต่อวัน แต่ถ้าออกกฎนี้มา จะส่งผลให้การซื้อขายยุ่งยากมาขึ้น เพราะต้องคอยแสดงตนตลอด ก็น่าจะทำให้บางคนเบื่อและชะลอการซื้อขายออกไป' นายศราวุธ กล่าว
          อนึ่งวานนี้ สมาคมค้าทองคำประกาศข้อบังคับตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กรณีผู้ซื้อทองคำมูลค่าตั้งแต่ 700,000 บาทขึ้นไป ต้องแสดงตนและใช้เงินสด หากซื้อทองคำมูลค่า 2 ล้านบาทขึ้นไป ต้องรายงานต่อเจ้าหน้าที่ ปปง. ตั้งแต่วานนี้ (25 ส.ค.) เป็นต้นไป
          โดยกฎหมายดังกล่าวบังคับใช้เพื่อให้เกิดความร่วมมือในการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ทั้งนี้ ขอความร่วมมือผู้ซื้อทองคำแสดงตนและให้ข้อมูลแก่ผู้ประกอบการร้านค้าทองคำ ร้านเพชรพลอย และร้านค้าอัญมณี

* ธปท.ถกร้านทองห่วงบริหารความเสี่ยงหลังราคาทองโลกผันผวน

          นายจิตติ ตั้งสิทธิ์ภักดี นายกสมาคมค้าทองคำ กล่าวภายหลัง การหารือกับผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วันนี้ (26 ส.ค.) ว่า ธปท. ได้เชิญผู้บริหารร้านทองรายใหญ่ของประเทศ ประมาณ 10 ราย เข้าหารือหลังพบว่าราคาทองคำในตลาดโลกผันผวนปรับตัวขึ้น-ลง อย่างรวดเร็ว โดยธปท. มีความกังวลว่า อาจทำให้การกำหนดราคาทอง มีปัญหาได้
           อย่างไรก็ตามจากการหารือกับผู้ประกอบการร้านทองในวันนี้ ส่วนใหญ่มีการบริหารความเสี่ยงดีอยู่แล้ว โดยมีการโค้ดราคาอ้างอิงราคาในต่างประเทศ และค่าเงินบาทในช่วงเวลานั้นเพื่อป้องกันความผันผวนจากอัตราแลกเปลี่ยน สำหรับผู้ประกอบการร้านทองขนาดเล็ก ก็เชื่อว่าน่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของราคาทองคำในตลาดโลก เพราะทุกฝ่ายต่างติดตามสถานการณ์ราคาทองนาทีต่อนาทีอยู่แล้ว
          "ธปท.ต้องการขอทราบข้อมูลภาวะราคาทองคำ ที่มีความผันผวนมากในขณะนี้รวมทั้งมาตรการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ของผู้ประกอบการ ว่าเป็นอย่างไรเพราะธปท.เป็นห่วงว่า ในภาวะขณะนี้ ถ้าไม่มีการป้องกัน อาจจะขาดทุนได้" นายจิตติกล่าว
          นอกจากนี้ ธปท.ยังต้องการทราบด้วยว่า ปริมาณการซื้อขายทองคำในประเทศ ในแต่ละวัน มีมากน้อยแค่ไหน เพราะจะเป็นปัจจัยที่มีผลต่อกระแสเงินทุน และค่าเงินบาทได้