Hot News

                  

Hot News

 

 
 

         

                               
        

  UV ฮุบ GOLD ดีลนี้มีดีระยะยาว


 
     

     
 

      
 โบรกฯ มอง UV ทำเทนเดอร์ฯ หุ้น GOLD มีดีกว่าที่เห็น แม้ราคาทั้ง 2 ตัวร่วงกระจาย ชี้ราคา 5.50 บ. ยังต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับผลตอบแทนที่จะได้จากดีลนี้ มั่นใจแผนทำธุรกิจของกลุ่มเสี่ยเจริญ หลังหุ้นหลายตัวในกลุ่มเสี่ยเจริญพุ่ง 4-5 เท่าตัว ทั้ง OISHI, SSC หรือ BJC แนะถือลงทุนในระยะยาว ด้านผู้บริหาร UV มั่นใจจะช่วยเสริมธุรกิจของ UV ให้เป็นเบอร์ 1 ของกลุ่มอสังหาฯ เพราะ GOLD มีที่ดินทำเลทองหลายแห่ง ด้านแหล่งข่าวแย้มดีลนี้จะชัดเจนสิ้นปี

        เป็นข่าวที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการอสังหาริมทรัพย์ หลังจากมีข่าว บริษัท ยูนิ เวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV เปิดเผยว่าคณะกรรมการบริษัทฯ มีมติให้เพิ่มทุนรองรับการเข้าซื้อหุ้น 40% ในบริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด (Grand U) มูลค่า 360 ล้านบาท และรองรับการทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท แผ่นดินทองพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GOLD ในราคาหุ้นละ 5.50 บาท
          โดยทางคณะกรรมการของ UV เห็นชอบให้บริษัทฯ เข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ( GOLD ) โดยสมัครใจ ( Voluntary Tender Offer หรือ VTO ) โดยบริษัทฯ จะทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญของ GOLD ที่ราคา 5.50 บาท ต่อหุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่ออกเพื่อให้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของ GOLD ( Warrant ) ที่ราคา 2.50 บาท ต่อหน่วย และให้บริษัทฯ เข้าทำสัญญาจะซื้อขายกับ Rock Key International Limited ( RKIL )ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นและ Warrants ของ GOLD โดย RKIL ตกลงที่จะขายหุ้นจำนวน 281,316,464 หุ้น (หรือร้อยละ 24.8 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GOLD) และ Warrants จำนวน 108,479,551 หน่วยให้แก่บริษัทฯ ในกระบวนการ VTO ในราคาเดียวกับราคาเสนอซื้อที่บริษัทฯ กำหนดไว้
        จากข่าวดังกล่าวทำให้เกิดคำถามมากมายขึ้นมาในวงการตลาดหุ้น ว่าการที่ UV ซึ่งเป็นหุ้นที่มีผู้ถิอหุ้นใหญ่อยู่ในกลุ่มเสี่ยเจริญ หรือ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มตราช้าง หันมาสนใจหุ้นอย่าง GOLD เพื่อวัตถุประสงค์อะไร เนื่องจากผลประกอบการที่ผ่านมาจะประสบปัญหาขาดทุนเป็นส่วนใหญ่ โดยล่าสุดในไตรมาส 2/55 ยังคงขาดทุน 33.76 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส2/54 ขาดทุน 11.65 ล้านบาทเช่นกัน
        โดยราคาของหุ้น UV ในวันนี้ปิดการซื้อขายที่ระดับ 3.46 บาท ลดลง 0.42 บาท หรือ -10.82 % มูลค่าการซื้อขาย 3.50 ล้านบาท
        ส่วนราคาหุ้น GOLD  ปิดการซื้อขายที่ระดับ 5.80 บาท ลดลง 1.45 บาท หรือ -20.00% มูลค่าการซื้อขาย 84.03 ล้านบาท
      และหุ้น GOLD-W1  ปิดการซื้อขายที่ระดับ 3.02 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ -33.19% มูลค่าการซื้อขาย 97.59 ล้านบาท

*** โบรกฯ มอง ราคาเทนเดอร์ฯ หุ้น GOLD ที่ 5.50 บาท/หุ้นต่ำเกินไป
          นักวิเคราะห์รายหนึ่งในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ได้ประเมินไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าว่าอัตราการใช้สิทธิเพิ่มทุนหุ้นของ UV จะอยู่ที่ 1 หุ้นเดิมต่อ 3-4 หุ้นใหม่ ในราคาหุ้นละ 2.5 บาท ซึ่งจะทำให้หุ้นไดรูทลง 2.7 บาท/หุ้นเมื่อเทียบกับราคากระดาน ส่วนราคาที่ทำเทนเดอร์ฯ หุ้น GOLD ที่ 5.50 บาทต่อหุ้นนั้นต่ำเกินไป เมื่อเทียบกับศักยภาพของที่ดินของ GOLD ที่กลุ่มเสี่ยเจริญจะมาดูแลในอนาคต เพราะมีที่ดินที่จะทำสนามกอล์ฟในจังหวัดนครราชสีมา เนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ ที่ดินพร้อมโรงแรมในจังหวัดเชียงราย 15 ไร่ รวมถึงที่ดินเปล่าในจ.เชียงราย 120 ไร่โดยประมาณ นอกนี้ยังมีที่ดินในจังหวัดกระบี และที่ดินที่ประจวบคีรีขันธ์รวมกันอีก 330 ไร่ โครงการโกลเด้น เลเจ้นด์ ถ.กัลปพฤกษ์ 57 ไร่ และที่ดินแถวสาทรอีกหลายโครงการ
ขณะเดียวกันได้ตั้งข้อสังเกตุอีกว่า หุ้นที่กลุ่มเสี่ยเจริญเข้ามาถือส่วนใหญ่ราคาจะปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 4-6 เท่าตัว ไม่ว่าจะเป็น OISHI, SSC หรือ BJC ดังนั้นการปรับตัวลดลงของหุ้น GOLD ในรอบนี้ อาจจะเกิดจากความกังวลในระยะสั้น เนื่องจากแตกต่างจากราคาเทนเดอร์อยู่พอสมควร ดังนั้นการลงทุนในหุ้น GOLD ควรจะอยู่ในลักษณะถือหุ้นเพื่อลงทุนในระยะยาวมากกว่า

*** UV เผยเป็นก้าวที่สำคัญของบริษัท สู่เบอร์ 1 ในวงการอสังหาฯ
          นางอรฤดี ณ ระนอง ประธานอำนวยการ บมจ.ยูนิเวนเจอร์ (UV) กล่าวว่า การเข้าทำรายการครั้งนี้เป็นก้าวกระโดดที่สำคัญของบริษัทฯ ที่จะก้าวขึ้นเป็นเบอร์1 ของผู้นำในด้านอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์แบบครบวงจร และจะส่งผลให้บริษัทเติบโตอย่างมั่นคง ซึ่งการเข้ามาซื้อหุ้น แกรนด์-ยู เป็นกลยุทธ์ในการก้าวขึ้นเป็นผู้เล่นในตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางอย่างเต็มรูปแบบ ส่วนการเสนอซื้อหุ้น GOLD นั้น ทางบริษัทได้เล็งเห็นศักยภาพของ GOLD ที่จะมาช่วยเติมเต็มแผนธุรกิจของบริษัทได้เช่นกัน เพราะเชื่อมั่นว่าด้วยการบริหารจัดการและความพร้อมของแหล่งเงินทุนของบริษัทจะสามารถผลักดัน เพิ่มคุณค่า และพัฒนา GOLD ให้มีประสิทธิภาพเติบโตขึ้นเป็นบริษัทชั้นนำได้

*** UV คาดดีลเทนเดอร์ฯ GOLD ชัดเจนสิ้นปีนี้ ระบุราคา 5.50 บาท/หุ้นเหมาะสมน่าสนใจขยายธุรกิจอสังหาฯ
        แหล่งข่าวระดับสูงจากบริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV เปิดเผยกับ eFinanceThai.comว่า ขณะนี้บริษัทฯมีแผนที่จะขยายธุรกิจอสังหาฯบริษัทฯให้เติบโตมากขึ้นโดยจะเข้าไปซื้อหุ้นบริษัท แกรนด์ ยูนิตี ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด หรือ GRAND-U ประมาณ 40% จากผู้ถือหุ้นเดิม คือ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ LPN และบริษัท เยาววงศ์โฮลดิง จำกัด เพราะเบื้องต้นเห็นว่าบริษัท GRAND-U ยังมีโอกาสการเติบโตในธุรกิจคอนโดระดับกลาง ส่วนแผนที่จะเข้าไปซื้อหุ้น บริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ หรือ GOLD นั้นก็เห็นว่ามีทรัพย์สินและศักยภาพการเติบโตในอนาคตอยู่แล้ว และที่ผ่านมาทางกลุ่ม Rock Key International Limited ก็ได้เสนอขายหุ้นให้ในราคา 5.50 บาท/หุ้น ซึ่งบริษัทฯก็เห็นว่าราคาอยู่ในระดับที่มีความเหมาะสมจึงใช้ราคาดังกล่าวเป็นตัวตั้งในการทำคำเสนอซื้อหุ้น(เทนเดอร์ ออฟเฟอร์) อย่างไรก็ตาม บริษัทฯมีความต้องการที่จะซื้อหุ้นได้ 50% และหากไม่ได้ตามเป้าดีลดังกล่าวก็ต้องมีการยกเลิกไป โดยคาดว่าความชัดเจนของผู้เสนอขายหุ้น GOLD คาดว่าจะประมาณสิ้นปีนี้เพราะต้องรอการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัทฯในวันที่ 17 ต.ค.นี้ก่อนถึงจะมีความชัดเจนมากขึ้น
         นอกจากนี้ กรณีกลุ่ม Well Base Development Limited ที่ข้อมูลระบุว่าถือหุ้นในบริษัท GOLD อยู่ประมาณ 24.89% นั้น แหล่งข่าว กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการหารือหรือเจรจากับกลุ่มดังกล่าว มีเพียงแต่ได้เจรจาตกลงราคากับกลุ่ม Rock Key International Limited เท่านั้น
          "ข้อมูลของกลุ่ม Well Base Development Limitedนั้นไม่รู้เพราะไม่เคยคุยกันมาก่อน มีแต่ได้เจรจากับกลุ่มRock Key International Limitedเท่านั้นในเรื่องของราคาเทนเดอร์ ซึ่งก็เห็นว่าราคาเหมาะสมเพราะมองแล้วว่า GOLD มีทรัพย์สินและมีอนาคตที่จะเติบโต แต่หากเราไม่ได้ตามสัดส่วนที่ตั้งไว้ดีลนี้ก็จะต้องยกเลิก"แหล่งข่าว กล่าว

*** GOLD บวกรับข่าวเสี่ยเจริญเข้ามาฮุบตั้งแต่ปลายไตรมาส 2 ที่ผ่านมา
           ข่าวที่กลุ่มเสี่ยเจริญจะเข้ามาซื้อหุ้น GOLD และ GOLD-W1 นั้นเริ่มเป็นประเด็นมาตั้งแต่ครึแรกของปี 2555 ที่ผ่านมา โดยในขณะนั้นราคาหุ้น GOLD ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง จากที่เคลื่อนไหวในกรอบจำกัดโดยทำ LOW ในไตรมาส 2/2555 ที่บริเวณ 4.10 บาท ก่อนที่จะกลับทะยานขึ้นมาที่ระดับ 6.05 บาท ในวันที่ 6 มิถุนายน จากนั้นราคาจึงปรับตัวขึ้นมาอย่างต่อเนื่องแตะระดับ 8.55 บาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 5 ปีของบริษัท
        โดยในช่วงที่ราคาหุ้น GOLD ปรับตัวขึ้นในช่วงดังกล่าว ได้มีกระแสข่าวในตลาดหลักทรัพย์ออกมาว่า มีนักลงทุนรายใหญ่เข้ามาเก็บหุ้นเข้าพอร์ต เพื่อรอทำเทนเดอร์ออฟเฟอร์ หลังจากที่กลุ่มนอมินี นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจรจาซื้อหุ้นจากกลุ่ม Golden Source Global Limited ที่ถืออยู่ 263,910,128 หุ้น สัดส่วน 23.269% เพื่อต้องการถือหุ้นใหญ่ ในราคาหุ้นละ 9.50 บาท หลังจากนั้นใช้ GOLD ซื้อทรัพย์สินทีซีซีแลนด์ 8 พันล้านเข้าพอร์ต ก่อนตั้งพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ หากำไรปีละ 2-3 พันล้าน ล้างขาดทุนสะสมหมดภายในปีหน้า ขณะที่ก่อนหน้านี้ กลุ่มจุฬางกูร เข้ามาเก็บหุ้น GOLD เพิ่มอีก ทั้งนี้คาดว่าจะมีการทำเทนเดอร์หุ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 โดยมีการมองว่าราคาน่าจะอยู่ระหว่าง 8.50-8.66 บาท
          ขณะที่นายคริสโตเฟอร์ ไมเคิล ดีลานี ประธานกรรมการบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) (GOLD) รายงานว่า ตามที่มีข่าวปรากฎในหนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น ฉบับลงวันที่ 28 สิงหาคม 2555 ในหัวข้อข่าว เจริญ ฮุบ GOLD 9.50 บาท รวบทรัพย์สินทีซีซีแลนด์ ตั้งพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์โกยกำไรปีละ 2 พันล้านบาท นั้นบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ขอชี้แจงว่า ขณะนี้บริษัทยังไม่ได้รับแจ้งข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวจากผู้ถือหุ้นแต่อย่างใด จนกระทั่งอีกไม่กี่วันต่อมาจึงมีข่าวที่การซื้อขายหุ้น GOLD ดังกล่าวออกมา
            และจากการปรับตัวขึ้นมาอย่างร้อนแรงของราคาหุ้น GOLD ในช่วงนั้นส่งผลให้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ต้องประกาศให้ GOLD เป็นหุ้นที่ติดรายชื่อหลักทรัพย์ที่สมาชิกต้องดำเนินการให้ลูกค้าวางเงินสดไว้ล่วงหน้ากับสมาชิกเต็มจำนวนที่จะซื้อ (Cash Balance) ถึง 2 ครั้ง คือในรอบ วันที่ 16 ก.ค. 55 - 3 ส.ค.55 และล่าสุดคือวันที่

*** ใครเป็นใครใน GOLD
         ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้แจกแจงการเข้ามาถือหุ้น GOLD ของเสี่ยเจริญ โดยอ้างอิงจากแหล่งข่าวรายหนึ่งว่า เป้าหมายหลักของเสี่ยเจริญในการเข้ามาซื้อ GOLD เนื่องจากต้องการที่ดิน และสินทรัพย์ในรูปของสิ่งปลูกสร้างที่มีอยู่มหาศาล ภายใต้ บมจ.แผ่นดินทองฯ เพื่อที่จะนำไปต่อยอดกับธุรกิจที่ดำเนินอยู่ภายใต้การบริหารของกลุ่มทีซีซี แลนด์ โดยมูลค่าสินทรัพย์ทั้งหมดของบริษัทมีมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท โครงสร้างผู้ถือหุ้นใหญ่ใน GOLD ที่ชี้ให้เห็นว่าเป็นตัวแทน (นอมินี) หรือมีความเกี่ยวพันกับเสี่ยเจริญอย่างชัดเจน คือ นายสุเทพ โอภาสพาณิชย์ ถือหุ้น GOLD อยู่ 25,649,505 หุ้น หรือคิดเป็น 2.262% เป็นหนึ่งในกรรมการและผู้ถือหุ้นของ บริษัท รัตนคีรี จำกัด, บริษัท ทรงวาดริเวอร์ไซด์ จำกัด และบริษัท เอเชียเบฟ จำกัด
         โดยบริษัท รัตนคีรี จำกัด จดทะเบียนวันที่ 29 กรกฎาคม 2537 ทุน 43,812,500 บาท ประกอบธุรกิจลงทุน นายสุเทพ โอภาสพาณิชย์ ถือหุ้น 99.9% นายประมวล ศรีรัตนา นายสุเทพ โอภาสพาณิชย์ นายศราวุธ เทียนสุวรรณ เป็นกรรมการ
        บริษัท ทรงวาดริเวอร์ไซด์ จำกัด จดทะเบียนวันที่ 15 มิถุนายน 2533 ทุน 158,949,000 บาท ประกอบธุรกิจลงทุนในหลักทรัพย์ นายสุเทพ โอภาสพาณิชย์ ถือหุ้น 99.9% นายประมวล ศรีรัตนา นายสุเทพ โอภาสพาณิชย์ นายศราวุธ เทียนสุวรรณ เป็นกรรมการ
         บริษัท เอเชียเบฟ จำกัด จดทะเบียนวันที่ 12 ธันวาคม 2529 ทุน 53,094,400 บาท ประกอบธุรกิจลงทุนในตราสาร บริษัท วัฒนพัฒน์เทรดดิ้ง จำกัดถือหุ้น 99.9% นายประมวล ศรีรัตนา นายสุเทพ โอภาสพาณิชย์ นายศราวุธ เทียนสุวรรณ เป็นกรรมการ และเป็นที่น่าสังเกตุว่าทั้ง 3 บริษัทดังกล่าว แจ้งจดทะเบียนอยู่ในที่อยู่เดียวกันด้วย ในเลขที่ 288/21-22 ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร
           นอกจากนี้ยังมีชื่อของ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และสิทธิเรียกร้องเบสท์ ฟอร์จูน ถือหุ้นอยู่ 11,421,200 หุ้น หรือคิดเป็น 1.007% ซึ่งกองทุนรวมนี้ เป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ ในโครงการพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน ซึ่งมีความเกี่ยวโยงจากกลุ่ม ทีซีซี แลนด์ บริหารและดูแลอยู่ อีกทั้งยังมีชื่อของ นายวิชิต ชินวงศ์วรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิตี้ ฟู้ด จำกัด ถือหุ้น GOLD อยู่ 14,009,500 หุ้น หรือคิดเป็น 1.235% และชื่อของนายณัฐพล จุฬางกูร แห่งซัมมิทกรุ๊ป จำนวน 8 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 0.705%
         นอกจากนี้ยังปรากฏรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ กลุ่ม Well Base Development Limited ผ่านไทยเอ็นวีดีอาร์ จำนวน 282.36 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 24.89% ส่วน Rock Key International Limited ถือผ่าน UOB Kay Hian Private Limited vud 281.316 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 24.80%
          รายชื่อ ทรัพย์สินที่ใช้ในการประกอบธุรกิจ ที่เป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของGOLD มีดังนี้ พานอรามา กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ ตั้งอยู่ที่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา เนื้อที่ 2,096 ไร่ ที่ดินพร้อมอาคารโรงแรม อ.เชียงของ จ.เชียงราย 15 ไร่ ที่ดิน จ.เชียงราย ไม่ต่ำกว่า 120 ไร่ ที่ดิน จ.กระบี่ 118 ไร่ ที่ดิน จ.ประจวบฯ 212 ไร่ โครงการโกลเด้น เลเจ้นด์ ถ.กัลปพฤกษ์ 57 ไร่ และโครงการอื่นๆ อีกจำนวนมาก

*** รายละเอียด UV เตรียมเข้าซื้อ GOLD
         บริษัท ยูนิ เวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ UV เปิดเผยว่าคณะกรรมการบริษัทฯ รองรับการทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัท แผ่นดินทองพร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GOLD ในราคาหุ้นละ 5.50 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
         เห็นชอบให้บริษัทฯ เข้าทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ( GOLD ) โดยสมัครใจ ( Voluntary Tender Offer หรือ VTO ) โดยบริษัทฯ จะทำคำเสนอซื้อหุ้นสามัญของ GOLD ที่ราคา 5.50 บาท ต่อหุ้นและใบสำคัญแสดงสิทธิทั้งหมดที่ออกเพื่อให้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของ GOLD ( Warrant ) ที่ราคา 2.50 บาท ต่อหน่วย และให้บริษัทฯ เข้าทำสัญญาจะซื้อขายกับ Rock Key International Limited ( RKIL )ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นและ Warrants ของ GOLD โดย RKIL ตกลงที่จะขายหุ้นจำนวน 281,316,464 หุ้น (หรือร้อยละ 24.8 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GOLD) และ Warrants จำนวน 108,479,551 หน่วยให้แก่บริษัทฯ ในกระบวนการ VTO ในราคาเดียวกับราคาเสนอซื้อที่บริษัทฯ กำหนดไว้
        ทั้งนี้ การซื้อขายหุ้นและ Warrants ของบริษัท ฯ ในการทำ VTO นี้ (ซึ่งรวมจำนวนที่ RKIL จะเสนอขายใน VTO ด้วย) จะเกิดเป็นผลสำเร็จขึ้นได้ก็ต่อเมื่อบริษัทฯ จะต้องได้หุ้นสามัญมากกว่าร้อยละ 50 ของหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของ GOLD ซึ่งธุรกรรมนี้เข้าข่ายเป็นการเข้าทำรายการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้รายการดังกล่าวยังถือเป็นรายการได้มาซึ่งทรัพย์สินที่มีขนาดของรายการเท่ากับร้อยละ 340.22 (คำนวณจากงบการเงินรวม ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2555) (ซึ่งเป็นขนาดรายการสูงสุดตามเกณฑ์สินทรัพย์ที่มีตัวตนสุทธิ) รายการดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นรายการประเภทที่ 1 ตามที่กำหนดในประกาศคณะกรรมการกำกับตลาดทุนที่ ทจ.20/2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ในการทำรายการที่มีนัยสำคัญที่เข้าข่ายเป็นการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งทรัพย์สินและประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ( ตลาดหลักทรัพย์ฯ ) เรื่องการเปิดเผยข้อมูลและการปฏิบัติการของบริษัทจดทะเบียนในการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ พ.ศ. 2547 ( ประกาศรายการได้มาหรือจำหน่ายไป )
            นอกจากนี้ยังเห็นชอบการเพิ่มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ อีกจำนวน 3,016,000,000บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจำนวน 764,770,615 บาท เป็นจำนวน 3,780,770,615 บาท โดยการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 3,016,000,000 หุ้นมูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท และให้นำเสนอเรื่องนี้ต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาอนุมัติต่อไป