Hot News

 

 

 

    


     
       ธุรกิจเหล็กกระอัก รอเมกะโปรเจ็กหนุนQ4
          * ฟากPERM แรงรับสตอรี่แย่งเก้าอี้บอร์ด


ธุรกิจเหล็กเจ็บหนัก หลังความต้องการตลาดโลกหด ล่าสุดยักษ์ใหญ่จีนพยากรณ์ส่งออกเหล็กทั้งปีหดตัวถึง 80% แถมผู้ประกอบการเหล็กรายใหญ่ในเกาหลีใต้ลดราคาขาย กูรูประสานเสียงผู้ประกอบการต้องปรับตัวรับมือเศรษฐกิจถดถอย ชี้ภาพรวมก่อสร้างยังซบเซาทั้งยวง หวังเพียงเมกะโปเจ็กกระตุ้นใน Q4/52 ผู้ประกอบการยอมรับปีนี้ออกแรงเหนื่อย หลังยอดขาย 3 เดือนแรกวูบทันตา เน้นกลยุทธ์ควบคุมต้นทุน ฟากราคาหุ้น PERM จุดพลุหุ้นเหล็กบนกระดานคึกก่อน Record Date ประชุมผู้ถือหุ้น 23 มี.ค.นี้ จับตาสตอรี่ศึกชิงเก้าอี้ผู้บริหารของกลุ่มผู้ถือหุ้นใหม่


          วงการเหล็กทั่วโลกสั่นสะเทือน หลังความต้องการผู้บริโภคลดลงต่อเนื่อง ล่าสุดเจ้าตลาดอย่างประเทศจีนออกมายอมรับว่ายอดส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กจากจีนปีนี้อาจลดลงอย่างหนัก โดยสมาคมผู้ผลิตเหล็กและแร่เหล็กจีนคาดการณ์ว่า จีนอาจส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กลดลงถึง 80% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าการส่งออกเหล็กจะลดลงเพียง 50% หลังจากปริมาณการส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กของจีน 2 เดือนแรกลดลง 52% เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะถดถอย โดยสถานการณ์ของภาคการส่งออกเหล็กมีความน่าเป็นห่วง ซึ่งในระยะสั้นจะไม่มีผู้ค้าเหล็กรายใดเพิ่มปริมาณสินค้าคงคลังและผู้ผลิตจำเป็นต้องลดปริมาณการผลิตลง
          ขณะที่ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับ 2 ของประเทศเกาหลีใต้ เตรียมลดราคาเหล็กรีดร้อนลง 14% ซึ่งเป็นการลดราคาลงครั้งแรกในปีนี้ หลังความต้องการในตลาดโลกยังคงตกต่ำ โดยฮุนไดสตีล ซึ่งเป็นเป็นผู้ผลิตเหล็กจำหน่ายให้กับผู้ผลิตท่อส่งน้ำมัน ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมก่อสร้าง และผู้ผลิตยานยนต์ รวมถึงฮุนไดมอเตอร์กรุ๊ป ได้ลดราคาเหล็กรีดร้อนลงจาก 1.02 ล้านวอน มาอยู่ที่ 880,000 วอนต่อตัน หรือ 618 ดอลลาร์ต่อตันในเดือนนี้
          นอกจากนี้ในส่วนของโกลด์แมนแซคส์เจบีแวร์ ออกมาคาดการณ์ราคาแร่เหล็กในตลาดโลกปีนี้จะลดลงอย่างหนักกว่า 40% หลังความต้องการในอุตสาหกรรมเหล็กตกต่ำต่อเนื่อง โดยราคาแร่เหล็กที่จะเริ่มส่งมอบเดือนเมษายนจะลดลงมาอยู่ที่ 55 ดอลลาร์ต่อตันจาก 91 ดอลลาร์ต่อตัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในสัญญาส่งมอบช่วง 12 เดือนก่อน ขณะที่ก่อนหน้านี้โกลด์แมนแซคส์เจยีแวร์คาดว่า ราคาแร่เหล็กในตลาดโลกจะลดลง 30% เท่านั้น จากที่ประเมินว่าสถานการณ์ในอุตสาหกรรมเหล็กยังคงไม่ดีขึ้น
          ฟากสถานการณ์เหล็กในประเทศไทยถือว่ายังอยู่ในภาวะซบเซาตามทิศทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจเหล็กต่างเร่งปรับตัวรับมือสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เพื่อความอยู่รอดในห้วงเศรษฐกิจซบ โดยผู้ประกอบการหลายรายถึงขั้นยอมขาดทุน เพื่อรักษาสภาพคล่องของธุรกิจไว้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์มีผลบังคับให้ลดราคาเหล็กทุกชนิดลง 2 พันบาทต่อตัน เนื่องจากราคาวัตถุดิบในตลาดโลกลดลงมาก หลังจากความต้องการใช้เหล็ก ทั้งในและต่างประเทศลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ โดยราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน ราคาหน้าโรงงาน ลดลงเหลือ 2.4 -2.45 หมื่นบาทต่อตัน, ราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดแผ่น ลดลงเหลือ 2.5 -2.6 หมื่นบาทต่อตัน, ราคาเหล็กเส้นกลมน้ำหนักเส้นละ 2.22 กิโลกรัม ราคา 2.54 หมื่นบาทต่อตัน, ราคาเหล็กเส้นข้ออ้อยเอสดี 30 น้ำหนักเส้นละ 8.88 กิโลกรัม ราคา 2.43 หมื่นบาทต่อตัน, ราคาเหล็กเส้นข้ออ้อยเอสดี 40 น้ำหนักเส้นละ 8.88 กิโลกรัม ราคา 2.45 หมื่นบาทต่อตัน
          ด้านกระทรวงพาณิชย์ ประกาศตัวเลขส่งออกเดือนกุมภาพันธ์ 2552 ติดลบ 11.3 % ลดลงจากเดือนมกราคม 2552 ที่ติดลบ 26.5% โดยนายศิริพล ยอดเมืองเจริญ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 มีมูลค่า 11,736 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนติดลบ 11.3% ลดลงเมื่อเทียบเดือนมกราคม 2552 ที่ 26.5% เนื่องมาจากสินค้าในประเภทการส่งออกยังคงขยายตัว เช่น ข้าว ยางพารา กุ้ง อัญมณีและเครื่องประดับ ขณะที่การส่งออกเฉลี่ย 2 เดือนแรกปีนี้ ติดลบ 19.2%
          ส่วนการนำเข้าของไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2552 มีมูลค่า 8,158.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนติดลบ 40.3% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนมกราคม 2552 ที่ติดลบ 37.6% เนื่องจากการนำเข้าสินค้าลดลงทุกหมวด ได้แก่ สินค้าเชื้อเพลิงลดลง 56% สินค้าทุนลดลง 16.1% สินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป 48.8% สินค้าอุปโภคบริโภคลดลง 21.0% สินค้ายานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่งลดลง 45.4%
          ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มเหล็กในการซื้อขายวานนี้ (18 มีนาคม 2552) พบว่า ราคาหุ้นส่วนใหญ่ยืนในแดนบวกได้ โดยราคาหุ้น บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ จำกัด(มหาชน) หรือ PERM ปรับเพิ่มขึ้นโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม โดยราคาปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดของวันที่ 1.66 บาท ก่อนมาปิดที่ 1.58 บาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 0.20 บาท หรือ 14.49% มูลค่าการซื้อขาย 81.95 ล้านบาท ขณะที่ราคาหุ้น บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TSTH ปิดที่ 0.85 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท หรือ 1.19% มูลค่าการซื้อขาย 11.31 ล้านบาท, ราคาหุ้นบริษัท สามชัย สตีล อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ SAM ปิดที่ 0.59 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท หรือ 3.51% มูลค่าการซื้อขาย 1.46 ล้านบาท และราคาหุ้นบริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน) หรือ AMC ปิดที่ 1.03 บาท เพิ่มขึ้น 0.01 บาท หรือ 0.98% มูลค่าการซื้อขาย 0.26 ล้านบาท


****บล.ซิกโก้ ระบุยักษ์ใหญ่จีนส่งออกเหล็กปีนี้หด เป็นสัญญาณร้ายชี้ความต้องการเหล็กทั่วโลกถดถอย

          นายศราวุธ เตโชชวลิต รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซิกโก้ ประเมินว่าผู้ประกอบการธุรกิจเหล็กในประเทศไทยไม่น่าจะได้รับประโยชน์มากนักจากกรณีที่สมาคมผู้ผลิตเหล็กและแร่เหล็กจีนคาดการณ์ว่า จีนอาจส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กลดลง 80% ในปีนี้ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย เพราะหากประเทศผู้ค้ายักษ์ใหญ่อย่างจีนปรับลดการส่งออกก็หมายความว่าดีมานด์การใช้เหล็กลดลง ซึ่งเป็นไปตามกระแสความตกต่ำของเศรษฐกิจทั่วโลก และแน่นอนว่าจะกระทบกับการส่งออกเหล็กไทยด้วยเช่นกัน
          ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลโดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจ็กที่เตรียมก่อสร้างสาธารณูปโภคและระบบขนส่งมวลชนอาจเป็นผลดีในแง่จิตวิทยา แต่ในเชิงปฏิบัติโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในประเทศต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนกว่าจะได้ริเริ่มก่อสร้างน่าจะเป็นช่วงปีหน้า จึงไม่มีผลดีต่อผลประกอบการในปี 2552 นี้ โดยภาพรวมที่ยังมีความเสี่ยงที่ภาวะถดถอยของอุตสาหกรรมการก่อสร้างในปัจจุบัฉุดให้ความต้องการเหล็กลดลง ราคาเหล็กในระยะกลางจึงยังมีแนวโน้มปรับลงต่อแนะนำหลีกเลี่ยง

****บล.เกียรตินาคิน ชี้จีนส่งออกเหล็กหดไม่กระเทือนไทย หลังผู้ประกอบการส่วนใหญ่ขายในประเทศมากกว่า 50% ยกนิ้ว SSI-GSTEEL เด่นสุด

          นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เกียรตินาคิน กล่าวว่า การคาดการณ์ส่งออกเหล็กที่ประเทศจีนปีนี้ลดลง 80% เป็นไปตามกำลังการผลิตที่ปรับตัวลดลง หลังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ โดยภาพรวมยังเป็นการรักษาระดับของราคาเหล็กไม่ให้ปรับตัวลดลง หรือมีปริมาณมากเกินความต้องการของผู้บริโภค ทั้งนี้ประเมินว่าประเด็นดังกล่าวไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อกลุ่มธุรกิจเหล็กในประเทศไทย เนื่องจากผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะมีรายได้มาจากในประเทศเป็นส่วนใหญ่ โดยมีสัดส่วนขายในประเทศมากกว่า 50%
สำหรับในระยะสั้นยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเหล็ก หลังภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยสะท้อนได้จากความต้องการใช้เหล็กในกลุ่มยานยนต์ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามในส่วนของภาครัฐที่มีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ อาทิ โครงการรถไฟฟ้า รวมทั้งการก่อสร้างต่างๆ เชื่อว่าจะส่งผลในช่วงไตรมาส 4/2552 ซึ่งปัจจุบันโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง บางใหญ่-บางซื่อ สัญญาที่ 1 ก็ยังไม่สามารถสรุปการต่อรองราคาการก่อสร้างได้ ทั้งนี้จะเห็นความต้องการใช้เหล็กอย่างชัดเจนในช่วงปี 2553 หากขั้นตอนของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน หรือโครงการที่ออกมาเป็นไปตามแผนงาน
          อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าในปีนี้กลุ่มธุรกิจเหล็กน่าจะขาดทุนจากสต็อกสินค้าลดลงจากปีก่อน ซึ่งปีนี้คงเน้นในเรื่องการบริหารจัดการด้านต้นทุนให้สอดคล้องกัน โดยคาดว่าราคาเหล็กในปีนี้ไม่น่าจะผันผวนเมื่อเปรียบเทียบจากปีก่อน แต่ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตและการควบคุมเรื่องต้นทุนด้วย
          ทั้งนี้ หุ้นที่โดดเด่นที่สุดในกลุ่มเหล็ก ได้แก่ SSI และ GSTEEL ซึ่งประเมินว่าผลประกอบการที่ผ่านมาได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ซึ่งน่าจะเริ่มฟื้นตัวขึ้น โดยแนะนำทยอยซื้อ SSI ซึ่งให้ราคาเหมาะสมไว้ที่ 0.48 บาท

***** บล.ซีมิโก้ เชื่อราคาเหล็กในประเทศผ่านจุดต่ำสุดแล้ว แต่ภาพรวมยังซบหลังตลาดก่อสร้างชะลอตัว

          บทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ซีมิโก้ ระบุว่า มีมุมมองเป็นบวกในธุรกิจเหล็ก แต่เป็นแบบระมัดระวัง เนื่องจากเชื่อว่าราคาเหล็กในประเทศได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แต่ด้วยแนวโน้มความต้องการที่ไม่สดใส ตามภาวะซบเซาของตลาดการก่อสร้างในประเทศ และปัจจุบันยังไม่เห็นปัจจัยบวกที่จะเข้ากระตุ้นความต้องการในประเทศ
          โดยผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่ในประเทศ บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TSTH คาดว่าความต้องการในประเทศจะลด 17% YoY และคงเริ่มเห็นความต้องการใช้เหล็กทรงยาวจากโครงการรถไฟฟ้าเร็วสุดปลายปี 52 โดยแนวโน้มอุตสาหกรรมเหล็กที่ไม่สดใสคาดว่าปริมาณขายของ TSTH ในปี 52 จะลดลงไปอยู่ระดับเดียวกับปี 49 ที่ประมาณ 1 ล้านตัน กำไรจึงไม่สดใสมากเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในครึ่งปีแรก ประมาณการกำไรปี 2552 ตามเดิมที่ 948 ล้านบาท แต่ยังมั่นใจต่อปัจจัยพื้นฐานของ TSTH ทั้งด้านฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ความสามารถในการแข่งขันจากการเป็นผู้นำตลาด และเป็นผู้ผลิตที่ต้นทุนต่ำสุด และคงคำแนะนำถือ ด้วยมูลค่าพื้นฐาน 1.28 บาท

****AMC รับปีนี้ ศก.ตกต่ำ เน้นบริหารต้นทุนเพื่ออยู่รอด ระบุยอดขายอาจหด 20% จากปีก่อนที่ 5.2-5.3 พันล้านบาท

          นายชูศักดิ์ ยงวงศ์ไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเซีย เมทัล จำกัด (มหาชน) หรือ AMC เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่า บริษัทฯ ไม่ได้รับประโยชน์ แม้สมาคมผู้ผลิตเหล็กและแร่เหล็กจีนคาดการณ์ส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กลดลง 80% ซึ่งรายได้ของบริษัทฯ ส่วนใหญ่จะมาจากในประเทศ ส่วนการส่งออกค่อนข้างน้อยไม่ถึง 10%
'ส่งออกของจีนที่ลดลงก็ไม่มีนัยสำคัญ เพราะเป็นการลดลงตามสภาพของเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และกำลังการผลิตที่ลดลงเช่นกัน แต่เราก็ไม่ได้รับประโยชน์
จากประเด็นนี้ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีรายได้จากในประเทศ โดยมีส่งออกไม่ถึง 10% แต่ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้เราก็ได้มีการบริหารจัดการด้านต้นทุนให้ดีขึ้น'นายชูศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ คาดการณ์ว่ายอดขายในปี 2552 อาจจะปรับตัวลดลง 20% จากปีก่อนที่มียอดขายอยู่ที่ประมาณ 5.2-5.3 พันล้านบาท เนื่องจากได้รับผล
กระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ทำให้ความต้องการใช้เหล็กปรับตัวลดลง แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้มีการบริหารสต็อกได้ดีขึ้น เพื่อป้องกันความผันผวนของราคาเหล็ก โดยปัจจุบันลดระยะเวลาของสต็อกสินค้าเหลือเพียง 1-2 เดือน จากเดิมที่ 3 เดือน
          สำหรับแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 1/2552 บริษัทฯ ประเมินว่าน่าจะเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเริ่มเห็นสัญญาณว่ามีจำนวนคำสั่งซื้อลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่อย่างไรก็ตามยังไม่สามารถระบุตัวเลขที่ชัดเจนได้
          'ยอดขายในปีนี้ก็เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง 20% โดยเราจะพยายามไม่ให้ต่ำกว่าภาวะเศรษฐกิจ ทั้งนี้เรามีการกระจายสินค้าไปยังทุกกลุ่มทำให้มีความเสี่ยงน้อยจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง ส่วนผลงานไตรมาส 1 ก็คงเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจเช่นกัน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวเลขได้'นายชูศักดิ์ กล่าว

****MILL หวังจีนส่งออกเหล็กหด ได้อานิสงส์การแข่งขันตลาดโลกลด

          นายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิลล์คอนสตีลอินดัสทรีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MILL เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่าจากกรณีที่สมาคมผู้ผลิตเหล็กและแร่เหล็กจีนคาดว่า จีนอาจส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กลดลง 80% ในปีนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกเผชิญภาวะถดถอย ประกอบกับฮุนไดสตีล ผู้ผลิตเหล็กรายใหญ่อันดับ 2 ของเกาหลีใต้ เตรียมลดราคาเหล็กรีดร้อนลง 14% คงส่งผลให้ซัพพลายในตลาด ตลอดจนการแข่งขันลดลง และทำให้มีเสถียรภาพมากขึ้น ซึ่งบริษัทฯ น่าจะได้รับประโยชน์ด้วย
ส่วนการเคลื่อนไหวของราคาเหล็กในช่วงนี้ค่อนข้างผันผวน โดยปัจจุบันราคาเหล็กเฉลี่ยอยู่ที่ 20 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ
          ' ราคาเหล็กที่บอกว่าน่าจะลดลงไม่น่าจะกระทบ เพราะราคาเหล็กก็ผันผวนตอนนี้อยู่ที่ประมาณ 20 บาทต่อกิโลกรัม เป็นเรื่องปกติ ส่วนการส่งออกจากจีนอาจลดลง น่าจะทำให้ซัพพลายลดลง น่าจะทำให้การทำงานง่ายขึ้น มีเสถียรภาพขึ้น ' นายสิทธิชัย กล่าว

****TYM ทำใจ ศก.ถดถอยทั่วโลกกดดันผู้ผลิตเหล็กส่งออห ยอมรับยอดขาย 3 เดือนแรกวูบ

          นายบุญชัย จิระพงษ์ตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยง้วนเมทัล จำกัด (มหาชน) TYM เปิดเผยกับ eFinanceThai.com ว่า บริษัทฯ คาดว่ายอดขายในปีนี้ไม่เป็นไปตามเป้าที่วางที่ 5,600 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายเหล็กจากต้นปีที่ผ่านมาเริ่มชะลอตัวลง ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักในประเทศ อาทิ กลุ่มผู้ประกอบการรับเหมาก่อสร้าง กลุ่มผู้ประการร้านค้า และผู้ซื้อรายย่อย ได้มีคำสั่งซื้อที่ลดลงในทิศทางเดียวกับเศรษฐกิจภายประเทศ
          อย่างไรก็ดี บริษัทฯ ได้มีแผนรับมือในปีนี้โดยเน้นควบคุมค่าใช้จ่ายและเน้นการดูแลกระแสเงินสดให้มีประสิทธิภาพ อีกทั้งจะไม่มีการลงทุนขนาดใหญ่ที่ไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังมีการพูดคุยกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ยังไม่มีนโยบายปรับลดพนักงานลง เนื่องจากบริษัทฯ ยังมีแผนที่เดินเครื่องผลิตเต็มกำลังในปีนี้
          สำหรับกรณีที่สมาคมผู้ผลิตเหล็กและแร่เหล็กของจีนได้ออกมาคาดการณ์ว่า ประเทศจีนอาจส่งออกผลิตภัณฑ์เหล็กลดลง 80% ในปีนี้ จากเดิมที่คาดว่าจะลดลงเพียง 50% มองว่าผู้ประกอบการเหล็กที่ส่งออกเหล็กรายอื่นอาจจะได้รับประโยชน์ เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศจีนใช้กลยุทธ์การหั่นราคาในการแข่งขันประเทศคู่แข่งจากต้นทุนการผลิตที่ต่ำกว่า อย่างไรตามแม้จะมีปัจจัยบวกดังกล่าวเข้า แต่ประเด็นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยที่เกิดขึ้นทั่วโลกขณะนี้ยังเป็นตัวแปรกดดันผู้ประกอบการผลิตเหล็กที่ส่งออกที่ได้รับอาจมีผลกระทบให้ปริมาณส่งออกลดลง

****PERM วิ่งแรงก่อน Record Date 23 มี.ค.นี้ประชุม ผถห. จับตาแย่งเก้าอี้บอร์ดผู้ถือหุ้นใหม่

          แหล่งข่าวจากวงการหลักทรัพย์รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ต้องจับตาดูการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น PERM เนื่องจากมีประเด็นการขอร่วมบริหารของผู้ถือหุ้นใหญ่รายใหม่ของนายยุทธพงษ์ เสรีดีเลิศ ที่ล่าสุดส่งตัวแทนจำนวน 2 คน เข้าไปนั่งบริหารงานใน PERM หลังถือหุ้นในสัดส่วน 19% โดยต้องติดตามว่าบทสรุปดังกล่าวจะเป็นเช่นใด
ทั้งนี้ ราคาหุ้นอาจหวือหวาก่อนมีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2552 ก่อนถึงวัน Record Date ในวันที่ 23 มีนาคมนี้ เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหุ้นในการเข้าร่วมประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2552 ในวันที่ 9 เมษายนนี้
























 

F