efin Review

ต้นตระกูลเจ้าสัวไทย... มาจากไหน

ต้นตระกูลเจ้าสัวไทย... มาจากไหน

     ความสัมพันธ์ไทย - จีน อยู่คู่กันมาหลายร้อยปีโดยเฉพาะเรื่องการค้าการขาย จนทั้ง 2 ประเทศขึ้นชื่อได้ว่าเป็นบ้านพี่เมืองน้องของกันและกัน เห็นได้จากนักธุรกิจชั้นนำของไทย ที่ติดอันดับมหาเศรษฐีของประเทศ ล้วนต่างมีเชื้อสายจีนทั้งนั้น 

    ในโอกาสเข้าสู่เทศกาลตรุษจีน ทางสำนักข่าว "อีไฟแนนซ์ไทย" จึงได้รวบรวม ตระกูลเจ้าสัวในประเทศไทย ที่โลดแล่นอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ รู้จักกันดีทั้ง 6 ตระกูล มาให้ทราบกันว่า แต่ละตระกูลมาจากไหน และเป็นชาวจีนเชื้อสายใด รวมถึงอาชีพดั่งเดิมก่อนที่แต่ละตระกูลจะผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำธุรกิจเป็นเบอร์ต้นๆ ของประเทศ  

 


"เจียรวนนท์" 
    
    เริ่มกันที่ตระกูล มหาเศรษฐีอันดับ 1 ของไทยอย่าง "เจียรวนนท์" อาณาจักรอาหารระดับโลกอย่าง เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือที่เรียกติดปากกันว่า เครือซีพี 

    ในหนังสือ "เรื่องเล่าของอาม่า" ที่บอกผ่านชีวิตต้นตระกูล "เจียรวนนท์" เปิดเผยว่า  ตะกูล "เจียรวนนท์" เป็นชาวจีนแต้จิ๋วอพยพจากซัวเถา มาอยู่ที่ถนนทรงวาด ก่อนจะมีลูกหลานออกมา ทำการค้าการขายโดยเฉพาะเมล็ดพันธ์ผัก จนมาถึงยุคของชายที่ชื่อว่า  "ธนินท์ เจียรวนนท์" ชายผู้เริ่มต้นทำงาน ในตำแหน่งแคชเชียร์ร้านเจริญโภคภัณฑ์  ก่อนจะไปสหพันธ์สหกรณ์ค้าไข่แห่งประเทศไทย และบริษัท สหสามัคคีค้าสัตว์ จำกัด จนต่อยอดออกมาเป็นธุรกิจขายอาหารแบบครบวงจรนามว่า "เครือเจริญโภคภัณฑ์" 

    ปัจจุบันบลูมเบิร์กจัดอันดับ 'มหาเศรษฐีโลก' ประจำปี 2020 โดยให้ตระกูลเจียรวนนท์ หรือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ CP อยู่ในอันดับ 21  ทรัพย์สินมูลค่ารวม 30.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 982,400 ล้านบาท  โดย เครือซีพี ได้มีธุรกิจที่หลากหลาย นอกจากน เกษตร อาหาร ยังมีธุรกิจ ค้าปลีกอย่างเครือ CPALL เจ้าของ 7-11 เทสโกโลตัส และแม็คโคร  หรือ ธุรกิจสื่อสารอย่าง TRUE ที่มีลูกชายของเจ้าสัวธนินท์ อย่าง ศุภชัย เจียรวนนท์  เป็นผู้ดูแล 

  


"สิริวัฒนภักดี "  

    หนึ่งตระกูลที่มีความมั่งคั่งสูสีกับ "เจียรวนนท์" ย่อมหนี้ไม่พ้นตระกูล "สิริวัฒนภักดี" เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่ม  - อาหาร - ค้าปลีก และอสังหาริมทรัพย์อันดับต้นของประเทศ ผ่านแบนด์ชั้นนำที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดี อย่าง ช้าง โออิชิ  BIGC เป็นต้น 

    ความสำเร็จของตระกูล "สิริวัฒนภักดี" มาจากชายที่ชื่อ "เจริญ สิริวัฒนภักดี" ซึ่งประวัติของเจ้าสัวเจริญ นั้นเกิดและเติบโตในย่านธุรกิจถนนทรงวาด เยาวราช ในครอบครัวชาวจีนเชื้อสายแต้จิ๋ว จากเมืองซัวเถา โดยบ้านของเจ้าสัวเจริญขายหอยทอด และค้าขายก่อนจะมาจับลู่ทางธุรกิจเครื่องดื่ม หลังจากที่ได้ขายสินค้าให้โรงงานสุรา ก่อนจะพัฒนามาสู่การเป็นเจ้าของโรงงานสุรา จนได้รับสัมปทานโรงงานสุราทั้งหมดเมื่อเข้าสู่ยุคการค้าสุราเสรี  

    ปัจจุบันธุรกิจของเจ้าสัวเจริญ ถูกดูแลในกลุ่มไทยเจริญคอร์ปอเรชั่น และส่งต่อออกไปโดยให้ครอบครัวดูแล  เช่น เบียร์ แอลกอฮอลล์ น้ำตาล บรรจุภัณฑ์ และอื่นๆ ตลอดจนได้เข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เช่น การลงทุนในกลุ่มโรงแรมอิมพีเรียล กลุ่มนอร์ธปาร์ค กลุ่มพันธ์ทิพย์ กลุ่มเกษตร รวมทั้งได้เข้าลงทุนในกิจการของกลุ่มธุรกิจที่สำคัญ เช่น กลุ่มเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ และกลุ่มอาคเนย์ประกันภัย ประกันชีวิต ผ่านหลายบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์มากมาย 

    โดยล่าสุด นิตยสาร Forbes ได้จัดอันดับให้ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เป็นมหาเศรษฐีของไทยอันดับที่ 3 ด้วยทรัพย์สิน 1.05 หมื่นล้านเหรียญ (3.42 แสนล้านบาท) อย่างไรก็ตามในอนาคตทรัพย์สินของ เจ้าสัวเจริญมีโอกาสขยับขึ้นได้อีกหลังจากมีโปรเจ็กต์ยักษ์ด้วยการนำธุรกิจเบียร์ เข้าตลาดหุ้นในสิงคโปร์ ซึ่งคาดว่าจะมีมูลค่าระดมทุนถึง 60,000 ล้านบาท เป็น IPO ที่ใหญ่สุดในตลาดหุ้นสิงคโปร์ในรอบ 10 ปี   

 


"จิราธิวัฒน์"

    มาถึงตระกูล "จิราธิวัฒน์" เจ้าของแบรนด์ "เซ็นทรัล" ผู้นำด้านอสังหาริมทรัพย์ - โรงแรม และห้างสรรพสินค้า ชั้นนำของไทย 

    ที่มาของตระกูล "จิราธิวัฒน์" เป็นชาวจีนเชื้อสายไหหลำ อพยพมาจากมณฑลไหลหลำ เข้ามาเมืองไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 โดยเริ่มสร้างเนื้อสร้างตัวจากร้านขายกาแฟเล็กๆ ก่อนต่อยอดเป็นร้านหนังสือ ค้าขาย และขยายธุรกิจจนกลายเป็นห้างสรรพสินค้า 

    ปัจจุบันมูลค่าสินทรัพย์ของตระกูล "จิราธิวัฒน์" จากการจัดอันดับของ Forbes อยู่ที่ประมาณ 3.1 แสนล้านบาท (ข้อมูลเมื่อ เม.ย.63)ผ่านธุรกิจต่างๆ มากมายที่อยู่ในตลาดหุ้นไทย ในเครือเซ็นทรัลกร๊ป ทั้งห้างสรรพสินค้า ธุรกิจค้าปลีก ธุรกินอาหาร  ธุรกิจโรงแรม  เป็นต้น  โดยมีหัวเรือใหญ่อย่าง ทศ จิราธิวัฒน์ ทายาทรุ่นที่ 3 เป็นผู้ดูแล    
 

 

"โชควัฒนา"

    หากเอ่ยถึงเครือ "สหพัฒนพิบูล"  หลายคนจะรู้จักว่านี่คือผู้นำด้านสินค้าอุปโภคบริโภค อันดับต้นๆ ของประเทศ  ซึ่งความสำเร็จที่มีมาอย่างยาวนานของเครือสหพัฒน์ฯ นี้อยู่ในการดูแลของอีกหนึ่งตระกูลเจ้าสัวใหญ่ของไทยนั่นคือ "โชควัฒนา"

    ความสำเร็จของตระกูล "โชควัฒนา"  มาจากการวางรากฐานของชายที่ชื่อว่า "เทียม โชควัฒนา" ที่เป็นลูกของชาวจีนอพยพมาจาก แต้จิ๋ว มณฑลกวางตุ้ง ก่อนที่จะเริ่มงานในร้านของครอบครัวที่ค้าขายสินค้า เบ็ดเตล็ด อย่าง นม น้ำตาล แป้ง และน้ำมัน ก่อนต่อยอดด้วยการเริ่มติดต่อนำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาขายจนประสบความสำเร็จ และก่อกำเนิด บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ในปี 2495  

    ตลอดเกือบ 80 ปีที่ผ่านมา เครือสหพัฒน์ ได้ขยายอาณาจักรสินค้าอุปโภคบริโภคออกมามากมาย จนหลายสำนักงานเศรษฐกิจ ได้นำดยอดขายสินค้าของสหพัฒน์อย่าง "มาม่า" มาเป็นดัชนีชี้วัดทางเศรษฐกิจ โดยปัจจุบันเครือสพัฒน์ได้รับการบริหารงานโดย 3 ทหารเสืออย่าง บุณยสิทธิ์  บุญชัย และ บุญเกียรติ  โชควัฒนา บุตรของนายเทียมโชควัฒนา และเริ่มส่งต่องานให้กับทายาทรุ่นที่ 3 ผ่านบริษัทต่างๆ ในเครือที่มีกว่า 10 บริษัท 

 

     
" โสภณพนิช " 

    หากพูดถึงตระกูลที่มีความสำคัญต่อวงการธุรกิจการเงิน การธนาคาร และประกัน หลายคนจะต้องนึกถึงตระกูล "โสภณพนิช" เป็นอันดับต้น ๆ  เพราะตระกูลนี้เป็นผู้ก่อตั้งธนาคารกรุงเทพ โดยชายที่ชื่อว่า "ชิน โสภณพนิช"

    ต้นตระกูลของ "โสภณพนิช" คือบิดาของนาย ชิน ที่เป็นชาวจีนแต้จิ๋วอพยพมาอยู่เมืองไทย โดยนายชินได้เริ่มทำงานเป็น ลูกจ้างในเรือโยงบรรทุกสินค้าทางการเกษตร ก่อนมาเป็นเสมียนโรงไม้ และทำธุรกิจหลายอย่างทั้งเดินเรือ ค้าวัสดุก่อสร้าง เป็นต้น จนได้ร่วมกับเพื่อก่อตั้งธนาคารกรุงเทพขึ้นในปี 2487 

    ในปัจจุบันกลุ่มธนาคารกรุงเทพได้ต่อยอดธุรกิจการออกไปมากมาย และกลายเป็นบริษัทชั้นนำในตลาดหลักทรัพย์ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประกัน ในชื่อกรุงเทพประกันภัย และกรุงเทพประกันชีวิต หรือธุรกิจโรงพยาบาลอย่างโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ หรือธุรกิจขนส่ง - คลังสินค้าอย่าง บมจ.กรุงเทพโสภณ 

 

"ล่ำซำ"

     หนึ่งตระกูลดังที่มีชื่อเสียงในแวดวงการเงิน การธนาคารของไทย นั่นคือตระกูล "ล่ำซำ" ที่ปัจจุบันมีชายชื่อ "บัญฑูร ล่ำซำ" ทายาทรุ่นที่ 5  เป็นผู้กุมบังเหียนความยิ่งใหญ่ของตระกูลนี้ 

    หากย้อนประวัติในอดีตตระกูลล่ำซำถือเป็นตระกูลเก่าแก่  โดยหนังสือ "เรือชีวิต เจ้าสัวเลือดมังกร ตระกูลล่ำซำ" เขียนว่า บรรพบุรุษของตระกูลล่ำซำ คือ "อึ้งเมี่ยวเหงี่ยน"ชาวจีนแคะ หรือ ฮากกา มีภูมิลำเนาอยู่ที่มลฑลกวางตุ้ง เข้ามาเมืองไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 มาทำงานในร้านขายเหล้า ก่อนขยับยายมาเป็นธุรกิจขายไม้ ก่อนที่ทายาทรุ่นที่ 2 จะแต่งงานกับตระกูลหวั่งหลี่ จนมาถึงยุคของนายโชติ ล่ำซำ ทายาทรุ่นที่ 3 (ปู่ของนายบัณฑูร) จะเป็นผู้ก่อตั้งธนาคารกสิกรไทย ในปี 2488 
    
    ปัจจุบันทายาทตระกูลล่ำซำ ได้ต่อยอดธุรกิจการเงินออกมามากมาย นอกจากธนาคารกสิกรไทย ยังมีธุรกิจประกันระดับแถวหน้าของประเทศอย่างเมืองไทยประกันชีวิต ที่บริหารงานโดยนายสาระ ล่ำซำ หรือเมืองไทยประกันภัย ที่มีนวลพรรณ ล่ำซำ เป็นผู้คุมบังเหียน  







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh