efin Review

กลุ่ม PTT มาร์เก็ตแคป หายไปเท่าไหร่

กลุ่ม PTT มาร์เก็ตแคป หายไปเท่าไหร่

 มาร์เก็ตแคปกลุ่ม PTT ทั้งกลุ่มหายไปกว่า 4.63 แสนล้านบาท นับตั้งแต่ต้นปี 63 เนื่องจากราคาหุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง สอดคล้องกับทิศทางราคาน้ำมันในตลาดโลก โดยช่วงต้นปีหุ้นในกลุ่ม PTT มีมาร์เก็ตแคปอยู่ที่กว่า 2.46 ล้านล้านบาท ปัจจุบันลดลงมาอยู่ที่ 2 ล้านล้านบาท หายไป 4.63 แสนล้านบาท พบ TOP ปรับตัวลดลงเยอะที่สุดถึง 35.48%

 

ขณะที่ผลประกอบการงวด 9 เดือน ปี 63 ของกลุ่ม PTT ทั้ง 6 บริษัท มี 2 บริษัท กำไรสุทธิปรับลดลงจากงวดเดียวกันปีก่อน มีเพียง 1 บริษัท ที่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น ส่วนอีก 3 บริษัท มีผลขาดทุนสุทธิ ตามราคาน้ำมันที่ปรับลง ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ซึ่งสอดคล้องกับราคาหุ้นที่ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่องก่อนหน้านี้

เนื่องจากนับตั้งแต่ต้นปี 63 มีปัจจัยลบรุมเร้าตลาดหุ้นไทย ทั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด สงครามราคาน้ำมัน ส่งผลราคาน้ำมันดิบที่ดิ่งแรง และสถานการณ์การเมืองในประเทศ ทำให้เกิดความกังวลต่อนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ถึงขั้นเทขายหรือย้ายเงินทุนไปสินทรัพย์อื่น โดยหุ้นกลุ่มไฮไลท์อย่างพลังงาน ก็เป็นหนึ่งในหุ้นที่มีเงินไหลออกอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะกลุ่มปตท. ที่เป็นขวัญใจของกลุ่มนักลงทุน ได้เจอมรสุมใหญ่ที่เข้าสู่สงครามราคาน้ำมันเป็นปัจจัยกดดันหุ้นในกลุ่ม
     
"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย"  จึงได้รวบรวมมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) หุ้นในกลุ่มปตท.ตั้งแต่ต้นปี 63 ถึงปัจจุบัน (1 ม.ค.-10 พ.ย.63) เพื่อให้เห็นว่าปัจจุบันมาร์เก็ตแคปของกลุ่ม PTT ลดลงไปมากแค่ไหน เมื่อเทียบจากสิ้นปี 62


 

บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) หรือ TOP ปรับตัวลดลงเยอะที่สุดถึง 35.48% จากมาร์เก็ตแคป 142,292 ล้านบาท เหลือ 91,801 ล้านบาท ลดลง 50,491 ล้านบาท 

ตามด้วยบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ลดลง 33.15% จากมาร์เก็ตแคป 75,198 ล้านบาท เหลือ 50,268 ล้านบาท ลดลง 24,930 ล้านบาท 

ส่วนบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP ลดลง 27.10%  จากมาร์เก็ตแคป 494,263 ล้านบาท เหลือ 360,276  ล้านบาท ลดลง 133,987 ล้านบาท 

บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ลดลง 13.60% จากมาร์เก็ตแคป 257,004 ล้านบาท เหลือ 222,060 ล้านบาท ลดลง 34,944 ล้านบาท
    
ด้านบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT ลดลง 13.07% จากมาร์เก็ตแคป 1,256,771 ล้านบาท เหลือ 1,092,534 ล้านบาท ลดลง 164,237 ล้านบาท 
บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ลดลง 13.02% จากมาร์เก็ตแคป 214,792 ล้านบาท เหลือ 186,807 ล้านบาท ลดลง 27,985 ล้านบาท 

เมื่อรวมมาร์เก็ตแคปหุ้นกลุ่มปตท.ทั้ง 6 บริษัท มีมูลค่ากว่า 2,003,746 ล้านบาท หรือมูลค่ามาร์เก็ตแคปลดลง 463,575 ล้านบาท
    
มาร์เก็ตแคปหุ้นกลุ่มปตท.ทั้ง 6 บริษัท มีมูลค่ากว่า 2 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 13.5% ของมาร์เก็ตแคปรวมทั้งตลาด อยู่ที่ราว 14.76 ล้านล้านบาท (10 พ.ย.63) กลุ่มปตท.จึงเป็นกลุ่มที่มีมาร์เก็ตแคปมากสุด เมื่อหุ้นกลุ่ม PTT ซึ่งมาร์เก็ตแคปสูงปรับตัวลดลง เป็นต้นเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้มาร์เก็ตแคปของตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลง จากระดับ 18 ล้านล้านบาท ในช่วงต้นปี ปัจจุบันเหลือเพียง 14.76 ล้านล้านบาท 

 

อย่างไรก็ตาม โบรกฯยังมีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นกลุ่ม PTT โดยแนะนำ"ซื้อ" หุ้น PTT,PTTEP,PTTGC,GPSC และ IRPC ส่วนหุ้น TOP แนะนำ"ถือ" สรุปเนื้อหาสั้นๆ ดังนี้

PTT บล.โนมูระฯ แนะ "ซื้อ" ราคาพื้นฐาน 47.50 บาท
 
บล.โนมูระ พัฒนสิน แนะ "ซื้อ" ที่ 47.50 บาท เป็นโอกาสซื้อรับแนวโน้มการฟื้นตัวของกำไรในครึ่งหลังปีนี้ต่อเนื่องถึงปี 64 จากการฟื้นตัวของทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจก๊าซฯ ที่คาดอัตรากำไรฟื้นตัวต่อเนื่อง และมี story spin off ลูก (บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR) หนุนในครึ่งแรกปี 64    
มองกำไรปกติ Q4/63 จะทรงตัวได้จากไตรมาสก่อนหน้า แม้เข้าสู่ช่วงค่าใช้จ่ายที่เป็นไฮซีซั่นจากแรงหนุนของธุรกิจก๊าซฯ ธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่น และธุรกิจน้ำมันที่ดีขึ้น ทั้งด้านปริมาณขาย และอัตรากำไร มาชดเชย
    
PTTEP บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) แนะนำ "เทรดดิ้ง" ราคาเป้าหมาย 96 บาท
 
บล.หยวนต้า(ประเทศไทย) แนะ 'เทรดดิ้ง'  ราคาเป้าหมาย 96 บาท ตามราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากราคาน้ำมันปี 64 มีแนวโน้มทยอยปรับตัวขึ้นหนุนจากการพัฒนาวัคซีน เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว และมาตรการของโอเปก+ ที่เข้มงวด โดยแนะนำให้ติดตามการเจรจาระหว่างซาอุฯ และรัสเซียเพื่อชะลอการเพิ่มโควต้าการผลิตน้ำมันปี 64 (เดิมจะเพิ่มโควต้าเหลือลดการผลิต 5.8 ล้านบาร์เรล/วัน ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2564 จากปัจจุบัน 7.7 ล้านบาร์เรล/วัน) ให้สอดรับการอุปสงค์ที่ฟื้นตัวช้าในการประชุมโอเปกวันที่ 30 พ.ย.-1 ธ.ค.นี้ อย่างไรก็ตาม ทิศทางงบ PTTEP จะถูกกดดันจากราคาก๊าซที่จะอยู่ระดับต่ำตั้งแต่ Q4/63 ถึงครึ่งแรกปี 64 และราคาน้ำมันดิบระยะสั้นถูกกดดันจากการใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิดที่เข้มงวด

PTTGC บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 57 บาท

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 57 บาท มีปัจจัยบวกหนุน ประเด็นบวกเกี่ยวกับวัคซีนโควิดของ Pfizer กลายเป็นปัจจัยบวกหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานพุ่งขึ้น เชื่อว่า PTTGC จะได้รับอานิสงส์จากวัคซีน จากราคาน้ำมันดิบที่เพิ่มขึ้น (PTTGC มีข้อได้เปรียบด้านต้นทุน feedstock) sentiment บวกต่อการฟื้นตัวของน้ำมันดีเซล / เครื่องบิน (70% ของผลตอบแทน ) และกว่าวัคซีนจะใช้ได้ ความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ / พลาสติกเพื่อสุขอนามัยจะยังคงแข็งแกร่ง ช่วยหนุนราคาโอเลฟิน
 
TOP บล.ทิสโก้ แนะ"ถือ"มูลค่าเหมาะสม 44 บาท
    
บล.ทิสโก้ แนะ"ถือ"มูลค่าเหมาะสม 44 บาท คาดผลประกอบการและการดำเนินงานของ TOP จะกลับมาดีขึ้นใน Q4/63 เนื่องจากมีรายการพิเศษทางบัญชี 3.7 พันล้านบาท หลังภาษีจากการขายหุ้น และในด้านของการดำเนินงานราคาน้ำมันดิบ Murban กลับมามีส่วนลดอีกครั้ง ในขณะที่ค่าการกลั่นกลับมาฟื้นตัวขึ้น มีปัจจัยเชิงบวกคือ อัตรากำไรที่ดีกว่าคาด และความเสี่ยงเชิงลบคือ อัตราการผลิตที่ลดลง และพรีเมี่ยมที่เพิ่มขึ้น
 
GPSC บล.บัวหลวง แนะ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 80 บาท

บล.บัวหลวง แนะ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 80 บาท ประเด็นหลัก ในระยะสั้นโรงไฟฟ้า SPP ของ GPSC คาดได้รับประโยชน์จากราคาก๊าซที่มีทิศทางปรับตัวลง เนื่องจากค่า Ft มีแนวโน้มการปรับตัวลงช้ากว่าราคาก๊าซ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำ (HHPC และ XPCL) มีแนวโน้มที่จะผลิตไฟฟ้าได้น้อยลง QoQ ตามฤดูกาลใน Q4/63 นอกจากนี้ GPSC ยังคงศึกษาเพื่อขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งในต่างประเทศ และในประเทศไทยการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ในไต้หวันถือเป็นก้าวที่สำคัญมาก และคาดศึกษาโครงการอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต

คำแนะนำพื้นฐาน หาก GPSC มีการประกาศการลงทุนเพิ่มเติมก็อาจส่งผลให้ตลาดปรับประมาณการกำไรและราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นได้ จึงยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 80 บาท
 
IRPC บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 2.80 บาท

บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 2.80 บาท แนวโน้มผลประกอบการ Q4/63 น่าจะพลิกเป็นบวก ความเชื่อมั่นน่าจะยังคงเป็นบวกเนื่องจากค่าสเปรดโพลีโพรพิลีน (PP) ยังคงแข็งแกร่งจากความต้องการพลาสติกที่แข็งแกร่งสำหรับบรรจุภัณฑ์สุขอนามัยและยานยนต์ ขณะที่ค่าการกลั่นยังคงฟื้นตัว
 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh