efin Review

เทียบฟอร์ม "เคอรี่-ไปรษณีย์ไทย" ใครเจ๋งกว่า

เทียบฟอร์ม

 "บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) " กลายเป็นบริษัทที่กำลังถูกจับตามองจากมหาชน หลังประกาศยื่นไฟลิ่งเตรียมขายหุ้นไอพีโอ  300 ล้านหุ้น เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ระดมเงินขยายธุรกิจรับส่งพัสดุที่กำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด

จากธุรกิจจัดส่งพัสดุเอกชนรายใหญ่ในไทยที่ประสบความสำเร็จในการแย่งส่วนแบ่งตลาดแบบหายใจรดต้นคอกับผู้เล่นหน้าเก่าอย่าง "ไปรษณีย์ไทย" ผู้จัดส่งพัสดุรายแรกของไทย ทีมข่าวสำนักข่าว"อีไฟแนนซ์ไทย" จึงได้รวบรวมข้อมูลความน่าสนใจของ "เคอรี่ เอ็กซเพรส" กับ "ไปรษณีย์ไทย" เทียบชั้นกันแล้วมีความแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน

 

*** เคอรี่ เอ็กซเพรสมาจากไหน

เคอรี่ เอ็กซเพรส เริ่มจัดตั้งบริษัทมื่อปี  2549 เป็นธุรกิจขนส่งเอกชนสัญชาติฮ่องกง เนื่องจากผ่านการถือหุ้นโดย Kerry Logistics Network Limited (KLN) ซึ่งจดทะเบียนในตลาดหุ้นฮ่องกง 

ขณะที่เจ้าของที่แท้จริง คือ The Kuok Group สัญชาติมาเลเซีย  ซึ่งมีธุรกิจในเครือมากมาย ทั้ง โรงแรมแชงกรีล่า หนังสือพิมพ์ SCMP บริษัทวิลมาร์ บริษัทเคอรี่ โลจิสติกส์  บริษัทเคอรี่ สยามซีพอร์ต บริษัทคาร์ท

 

*** จัดส่งอะไรบ้าง

บริษัทมีการให้บริการใน 3 รูปแบบ 

1. บริการจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ - ธุรกิจ (B2B) โดยมีลูกค้ากว่า 1,000 ราย ในการจัดส่งพัสดุไปยังสำนักงานและสถานประกอบการต่างๆ

2. บริการจัดส่งพัสดุแบบธุรกิจ-ส่งถึง-บุคคล (B2C)   สำหรับการทำธุรกิจผ่านสื่อต่างๆ (E-commerce) และการขายสินค้าผ่านสื่อโทรทัศน์ (Home-Shopping Channels) ในประเทศไทย เพื่อส่งต่อไปยังผู้รับรายบุคคลตามสถานที่ต่างๆ 
    
3. บริการจัดส่งพัสดุแบบบุคคล-บุคคล  (C2C)  จัดส่งพัสดุของลูกค้าด้วยสะดวก รวดเร็ว สะดวกสบาย เชื่อถือได้  ราคาที่ไม่แพงเริ่มต้นที่ 30 บาท คิดราคาตามน้ำหนักและระยะทาง

บริษัทยังมีช่องทางการรับส่งพัสดุผ่านตู้ล็อกเกอร์ได้ 24 ชั่วโมงตลอดทั้งสัปดาห์  มีช่องทางการบริการชำระเงินหลายช่องทาง ทั้งเงินสด, บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต  หรือเก็บเงินปลายทาง

 

**** การเติบโตก้าวกระโดด

ความน่าสนใจของ "เคอรี่ เอ็กซเพรส" คือการขยายตัวเติบโตอย่างรวดเร็ว ตามการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และร้านค้าออนไลน์ สะท้อนได้จากการเพิ่มจำนวนพนักงาน รถขนส่งสินค้า และการเตรียมเปิดจุดกระจายสินค้าย่อยอีกว่า 300 แห่ง รองรับการจัดส่งพัสดุนับแสนชิ้นต่อวันและมีจำนวนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

การสร้างความประทับใจให้กลุ่มพ่อค้า แม่ค้าออนไลน์ ด้วยการจัดส่งสินค้าได้อย่างรวดเร็ว การโทรแจ้งนัดหมายผู้รับ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือทั้งผู้ส่ง และผู้รับ  ด้วยราคาที่ยอมรับได้ จึงเป็นอีกด้านที่ชื่อ "เคอรี่" ได้สร้างความคุ้นเคยสำหรับการจัดส่งพัสดุในตลาดประเทศไทย ส่งผลให้รายได้-กำไรเติบโตตามมาด้วย

 

*** ผลการดำเนินงาน

จากข้อมูลการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นไอพีโอ ระบุว่า ในปี 2560 มีรายได้จากการขายและบริการ 6,626 ล้านบาท และ มีกำไร 730 ล้านบาท 

และในปี 2561 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริหารโตก้าวกระโดดแตะ 13,565 ล้านบาท  และมีกำไรสุทธิ 1,185 ล้านบาท , ปี 2562 มีรายได้จากการขายและบริการ 19,782  ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 1,328 ล้านบาท

ล่าสุด 6 เดือนแรกปีนี้ มีรายได้จากการขายและบริการ 10,200 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 737 ล้านบาท 

และมีแผนขายไอพีโอ 300 ล้านหุ้น คิดเป็น 17.2% ของหุ้นที่ชำระแล้ว เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

 

 

*** ไปรษณีย์ไทย มาจากไหน

ระบบไปรษณีย์ได้เริ่มนำมาใช้ในประเทศไทยตั้งแต่รัชสมัยรัชกาลที่4 โดยสถานกงสุลอังกฤษ ใช้ติดต่อระหว่างกรุงเทพฯ กับสิงคโปร์ แต่กิจการไปรษณีย์ไทยเกิดขึ้นใน รัชสมัยรัชกาลที่ 5 ที่ทรงเล็งเห็นความสำคัญของกิจการไปรษณีย์ที่เป็นประโยชน์ด้านการติดต่อสื่อสารและการค้าขาย จึงเป็นที่มาของการกำเนิด "กรมไปรษณีย์" เมื่อวันที่ 4 ส.ค. 2426  

จากนั้นได้มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย และนำมาสู่การเปลี่ยนสถานะจากราชการเป็นรัฐวิสาหกิจ เมื่อปี 2520 โดยใช้ชื่อว่าการสื่อสารแห่งประเทศไทย  และในปี 2546 มีนโยบายปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจ จึงมีการแยกธุรกิจ และจัดตั้ง "บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด" โดยยังคงสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ ปัจจุบันเป็นหน่วยงานภายใต้กำกับดูแลของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 

 

*** จัดส่งอะไรบ้าง

ไปรษณีย์ไทย มีบริการหลักๆ ใน 5 รูปแบบ คือ

1. บริการจัดส่งไปรษณีย์ในประเทศ และระหว่างประเทศ  ทั้งแบบธรรมดา แบบลงทะเบียน แบบมีหลักฐาน  ซึ่งค่าบริการคิดตามน้ำหนัก เช่นโปสการ์ด สิ่งตีพิมพ์ น้ำหนักไม่เกิน 5 กรัม คิดค่าบริการเริ่มต้น 2 บาท ส่วนจดหมายน้ำหนักไม่เกิน 20 กรัม ค่าบริการ 3 บาท  บริการขนส่งสินค้า พัสดุ มีทั้งแบบด่วนพิเศษ ส่งของขนาดใหญ่

2. บริการทางการเงิน เช่น ธนาณัติออนไลน์ บริการชำระเงินผ่านบริการไปรษณีย์  โอนเงินระหว่างประเทศ

3. บริการค้าปลีก ฝากขาย ร้านค้าออนไลน์  เช่น จัดส่งอาหารอร่อยทั่วไทย ฝากขาย ณ ที่ทำการไปรณีย์ หรือ Thailand Post Mart

4. มีสินค้าไปรษณีย์  ได้แก่ กล่อง ซองจดหมาย ตู้ไปรษณีย์ ของที่ระลึก

5. ตราไปรษณียากรและสิ่งสะสม (แสตมป์) โดยไปรษณีย์ไทยได้จัดทำสแตมป์เนื่องในโอกาสสำคัญต่างๆ ของไทยอย่างต่อเนื่อง จนนำมาสู่การจัดตั้งพิพิธภัณฑ์แสตมป์  และการเกิดของเหล่านักสะสมแสตมป์ไทย

 

*** ไปรษณีย์ไทยยุค 4.0

แม้ไปรษณีย์ไทยจะอยู่คู่คนไทยมายาวนานมากกว่า 100 ปี ถือเป็นความได้เปรียบคู่แข่งหลายขุม แต่การเป็นรัฐวิสาหกิจ การทำงานยังเป็นระบบกึ่งราชการ และจำนวนบุคลากรจำนวนมาก ทำให้การขยับตัวในยุคก่อนหน้ายังเชื่องช้าไปมาก

แต่ท่ามกลางการแข่งขันในธุรกิจโลจิสติกส์และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ทำให้ไปรษณีย์ไทยต้องปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ท่ามกลางผู้เล่นในตลาดที่เพิ่มมากขึ้น จึงเป็นที่มาของ ไปรษณีย์ไทยยุค 4.0 ยกเครื่องระบบการทำงานทั้งหมดทั้งหน้าบ้าน หลังบ้าน วางระบไอทีเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ปรับระบบการทำงานพนักงานทั้งหมด จึงเห็นได้ว่าปัจจุบันเราสามารถจัดส่งพัสดุที่ไปรษณีย์ไทยได้ทุกวันโดยไม่มีวันหยุด และด้วยจุดแข็งของสาขาและเครือข่าย รวมถึงจุดคัดแยกสินค้าที่มีมากกว่าคู่แข่ง ทำให้ไปรษณีย์ไทยต้องรักษาความเป็นแชมป์ของเจ้าตลาดในประเทศไว้ให้ได้

 

*** ผลดำเนินงาน

จากข้อมูลรายงานประจำปี พบว่า ในปี 2560 ไปรษณีย์ไทย สามารถสร้างรายได้ 28,293.82 ล้านบาท เติบโต 8.93% โดยมีกำไรสุทธิ 4,212.42 ล้านบาท เติบโต 20.07%

ปี 2561 มีรายได้  29,728.25 ล้านบาท  ลดลง 5.07%  กำไรสุทธิ 3,827.54 ล้านบาท  ลดลง 9.14% และ    ปี 2562 มีรายได้  27,163ล้านบาท กำไรสุทธิ 2,039 ล้านบาท  
 

 

 การปรับตัวถือเป็นส่วนสำคัญในโลกธุรกิจ  ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นยักษ์เล็ก หรือยักษ์ใหญ่ การยืนอยู่รอดได้จำเป็นต้องก้าวให้ทันสถานการณ์  พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลา  เพราะอนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนเสมอ


 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh