efin Review

Covid-19 ดัน NPL แบงก์พุ่งแค่ไหน?

Covid-19 ดัน NPL แบงก์พุ่งแค่ไหน?

หลังกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ประกาศผลงานไตรมาส 2/63 เห็นได้ชัดว่ากำไรลดลงอย่างน่าตกใจ ตามมาด้วยระดับหนี้เสียและการตั้งสำรอง ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดไวรัสโควิด – 19

 “ธนาคาร” ถือว่า เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญ และ สนับสนุนนโยบายของรัฐด้วยการออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจ ทั้งการสนับสนุนวงเงินสินเชื่อเพิ่มเติม การพักชำระหนี้ และ ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้ารายย่อย เพื่อประคับประคองลูกค้า ผู้ประกอบการ และ ประชาชนให้ผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปให้ได้

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ได้รวบรวมข้อมูลระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ พบว่า มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นส่วนใหญ่ ดังนี้

 

*** BBL เพิ่มมากสุด
 
ธนาคารที่ NPL เพิ่มขึ้นมากสุด คือ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL เนื่องจากมีการตั้งสำรองเผื่ออนาคต ตลอดจนการช่วยเหลือลูกค้าของธปท. และ การรวม Permata เข้ามาในงบการเงิน ซึ่งนอกจากจะทำให้สินเชื่อเพิ่มขึ้นแล้ว NPL ก็เพิ่มขึ้นมากเช่นกัน

 

*** TMB เพิ่มต่ำสุด

ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) หรือ TMB พบว่า NPL เพิ่มขึ้นน้อยสุด หลังธนาคารดำเนินการ Write-off และ ขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ และ ปรับโครงสร้างหนี้เชิงป้องกันตามประกาศมาตรการช่วยเหลือของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) อย่างไรก็ตาม ธนาคารได้มีการตั้งสำรองที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้ เนื่องจากการตั้ง ECL เพิ่มเติม 1,600 ล้านบาท สำหรับเงินลงทุนในตราสารหนี้ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน)  หรือ THAI ซึ่งอยู่ระหว่างการฟื้นฟูกิจการ

 

*** SCB-KKP ลดลง
 
ธนาคารที่ NPL ลดลง ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) หรือ SCB โดย NPL ลดลงส่วนใหญ่มาจากมาตรการจัดการสินเชื่อด้อยคุณภาพที่มีประสิทธิภาพของธนาคารผ่านการขายสินเชื่อด้อยคุณภาพ และ การตัดหนี้สูญ รวมทั้งการเข้าช่วยเหลือลูกหนี้ในลักษณะ Pre-emptive ตามประกาศธปท.

ส่วนธนาคารเกียรตินาคิน จำกัด(มหาชน) หรือ KKP มี NPL ที่ลดลงเช่นกัน โดยมาจากลูกค้ารายย่อย และ เกณฑ์ผ่อนคลายธปท. ทำให้สินเชื่อบางประเภทยังไม่ถูกจัดชั้นเป็น NPL ตลอดจนธนาคารเร่งขาย และ Write-off ออกไปบางส่วน ส่งผลให้ NPL ลดลง

 

สถานการณ์ NPL ยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งหลายฝ่ายประเมินว่า จะลากยาวไปถึงปีหน้า และ กว่าที่กำไรธนาคารจะกลับมาเติบโตเหมือนเดิม ต้องใช้เวลามากกว่า 3 ปี เพราะฉะนั้น เราจะเห็นธนาคารตั้งสำรองระดับสูง  และยังเป็นอีกปัจจัยที่ยังกดดันต่อผลกำไรในระยะต่อไป

 


 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh