efin Review

2 แบงก์ยักษ์ เปิดศึกชิงฟู้ดเดลิเวอรี่

2 แบงก์ยักษ์ เปิดศึกชิงฟู้ดเดลิเวอรี่

    การเปิดตัวธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ของ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) -ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) 2 แบงก์ยักษ์อันดับต้นของไทย ถือเป็นอีกก้าวของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของทั้งสองธนาคาร ผ่านการลงทุนในสตาร์ทอัพและเชื่อมโยงบริการทางการเงินที่มีอยู่ มุ่งเป้าหมายสู่การช่วยเหลือลูกค้า  โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร ที่รับผลกระทบโดยตรงจากการแพร่ระบาดโควิด-19

    ทางสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย จึงได้นำข้อมูลของ แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี่ของทั้ง 2 ธนาคาร ว่ามีความเหมือนหรือแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน   

*** SCB ชิงเปิดตัว "“Robinhood”

     เปิดตัว " “Robinhood (โรบินฮู้ด) ” แอพพลิเคชั่นฟู้ดเดลิเวอรี่สัญชาติไทย ภายใต้การดำเนินงานของ  SCB และพัฒนาโดยบริษัทลูก "เพอร์เพิล เวนเจอร์ส"  สร้างความฮือฮาในตลาดไม่น้อย  ถือเป็นการฉีกแนวจากการดำเนินธุรกิจหลักในแวดวงตลาดเงิน 

    ผู้บริหาร SCB ได้ออกตัวชัดเจนว่า การก้าวสู่ธุรกิจฟู้ดเดลิเวอรี่ ไม่ได้มุ่งหวังหากำไร หรือก้าวเข้ามาแข่งขันหรือเป็นเจ้าตลาด  แต่ถือเป็นธุรกิจในลักษณะ CSR   มุ่งหวังเป็นทางเลือกของลูกค้าหวังเข้ามาช่วยเหลือลูกค้าในกลุ่มธุรกิจร้านอาหาร ซึ่งการแพร่ระบาดโควิด-19 ส่งผลให้ต้องหยุดกิจการชั่วคราว ต้องปิดหน้าร้าน  

*** ไม่มีค่าสมัคร-ค่าGP 

    แอปพลิเคชั่น "Robinhood" ได้แนวคิดมาจากบริษัทในต่างประเทศที่ชื่อ Robinhood เหมือนกัน แต่ดำเนินธุรกิจ Security Trading โดยไม่คิดธรรมเนียม  จึงเป็นที่มาของธุรกิจฟู้ด เดลิเวอรี่ของธนาคาร ซึ่งจุดขายคือไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียมใดๆ ทั้งไม่มีค่าสมัคร  ไม่คิดค่า GP (Gross Profit) ทำให้ร้านค้าไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม  ร้านอาหารได้เงินเต็มทุกบาททุกสตางค์ แตกต่างจากฟู้ดเดลิเวอรี่อื่นที่เก็บค่า GP 20-35%  และทำให้เจ้าของกิจการไม่ต้องผลักภาระค่าใช้จ่ายไปให้ลูกค้าได้อีก

      นอกจากนี้ ยังช่วยให้ร้านค้ามีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อของธนาคารได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นด้วย  จากฐานข้อมูลที่มีอยู่ 

*** เคลียร์เงินใน 1 ชั่วโมง

    อีกหนึ่งจุดขายของ "โรบินฮู้ด"  คือเคลียร์เงินภายใน 1 ชั่วโมง หลังจากปิดออเดอร์โดยเงินจะเข้าบัญชีทั้งร้านค้าและผู้ส่งสินค้า โดยระบบการรับจ่ายเงินจะเป็นระบบดิจิทัลทั้งหมด ไม่มีเงินสด  จากการที่ช่วงแรก การเปิดตัวแอพพลิเคชั่นนี้ จะใช้การชำระเงินจากร้านอาหารในเครือข่ายโครงการแม่มณี และกลุ่มพันธมิตรของ SCB 

*** เป้าหมายในอนาคต
 
    SCB ตั้งเป้าหมายร้านอาหาร  20,000 ร้านในช่วงเปิดตัว และเพิ่มเป็น 40,000-50,000 ร้านในสิ้นปีนี้  นำร่องเปิดให้บริการในเดือน ส.ค.นี้เริ่มในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ก่อนมีเป้าหมายขยายไปสู่พื้นที่อื่น และในอนาคตจะขยายการให้บริการสู่ธุรกิจอื่นที่ไม่ใช่ร้านอาหาร เพื่อขยายสู่การเป็น Super App  และระยะยาววางเป้าขยายการให้บริการสินเชื่อแก่ร้านอาหารเครือข่ายเหล่านี้ในอนาคต

*** KBANK ซุ่มทำ "Eatable"

    "Eatable" เป็นแพลตฟอร์ม สำหรับร้านอาหารและลูกค้า  ในการสั่งอาหารในทุกรูปแบบทั้ง การทานที่ร้าน การสั่งกลับบ้าน หรือให้จัดส่ง(Dine-in, Dine-Out & Delivery) โดยลูกค้าใช้บริการผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด หรือเปิดลิงก์ URL โดยไม่ต้องมีการโหลดแอปมาเพื่อใช้งาน

    ผู้บริหาร กสิกร บิซิเนส-เทคโนโลยี กรุ๊ป (KBTG) ในเครือ KBANK  ผู้พัฒนาแพลตฟอร์มนี้ ไม่ได้ระบุเม็ดเงินลงทุน แต่มองว่าถือเป็นจังหวะที่ดี เพราะหลังเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19  ผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพและการป้องกันตัวเองมากขึ้น ดังนั้น แพลตฟอร์ฒนี้จะช่วยลดความเสี่ยงการติดเชื้อโรคได้ เพราะ เป็นการสั่งอาหารผ่านการ สแกน QR Code ไม่ต้องรอเมนูหรือรอพนักงานรับออเดอร์ เป็นการปรับตัวทั้งร้านค้าและลูกค้ารับชีวิตวิถีใหม่ (New Normal) 

 ***  ไม่มีค่าสมัคร-ค่าGP

    จุดขายของ "Eatable" คือ จะไม่มีการเก็บค่าธรรมเนียม GP จากร้านอาหาร และยังเพิ่มความสะดวกกับเจ้าของร้านสามารถเลือกฟลีตสายส่งที่คุ้มค่ากับออร์เดอร์นั้นๆ ให้ได้มากที่สุดผ่านฟีเจอร์ Express Link (ร้านจัดส่งเอง, Grab, Lalamove หรือ SKOOTAR) โดยที่ร้านอาหารก็ไม่ต้องบวกราคาค่าอาหารเพิ่ม  ถือว่าวิน-วินทั้งร้านค้าและลูกค้า ที่ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

    นอกจากนี้ ร้านค้ายังสามารถปรับเปลี่ยนข้อมูลร้านค้า เมนู อาหาร หรือเปลี่ยนรูปได้ทันทีโดยไม่ต้องรออนุมัติ  มีระบบการแจ้งเตือนผ่านไลน์เมื่อมีออเดอร์เข้า และกำหนดเวลารับอาหาร และติดตามสถานะออเดอร์ได้สำหรับลูกค้า

    ทั้งนี้ไม่มีการตั้งเป้าจำนวนร้านค้าที่เข้าร่วม แต่หวังดึงดูดให้ร้านค้าเข้าร่วมมากที่สุด  เพื่อลดต้นทุนด้านเทคโนโลยีให้เจ้าของกิจการ และเพื่อให้ปรับตัวรับยุคดิจิทัลรับการเปลี่ยนพฤติกรรมของลูกค้า 

*** ต่อยอดรับออเดอร์ทัวร์จีน

    KBTG มีแผนต่อยอดแพลตฟอร์มนี้ ในอนาคตอันใกล้  ๆ โดยปลายปีนี้จะเปิดตัวมินิโปรแกรมไคไท่เตี่ยนไช่ (Kai Tai Dian Cai) บริการสั่งอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวจีนผ่านแอปวีแชท (WeChat) ในช่วงปลายปีนี้ เตรียมพร้อมการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศ 

    ความเหมือนที่แตกต่างของ Robinhood และ Eatable  ที่วางจุดยืนไม่ได้มุ่งกำไร แต่หวังทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ช่วยลูกค้าให้อยู่รอดท่ามกลางวิกฤติและความไม่แน่อนในอนาคต แต่อีกด้านถือเป็นการเปิดศึกชิงความได้เปรียบ  ขยายฐานลูกค้า ด้วยความไว้วางใจและสร้างสัมพันธภาพที่ดีนั่นหมายถึงการต่อยอด เชื่อมโยงไปสู่การใช้บริการทางการเงิน  ซึ่งยังเป็นธุรกิจหลักของธนาคาร 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh