efin Review

โควิดดันผลตอบแทนกองทุน Health Care พุ่ง

โควิดดันผลตอบแทนกองทุน Health Care พุ่ง

สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบในหลายอุตสาหกรรม แต่ต้องยอมรับว่ายังมีบางอุตสาหกรรมเช่นกันที่มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง และได้รับความสนใจด้านการลงทุนเพิ่มมากขึ้นนั้นคือกลุ่มดูแลสุขภาพ (Health Care) สังเกตได้จากกลุ่มกองทุนรวมตราสารทุนประเภทดังกล่าว มีอัตราผลตอบแทนในช่วงการแพร่ระบาด 3 เดือน เฉลี่ยแตะประมาณ 20% จากการเปรียบเทียบข้อมูลย้อนหลังเฉลี่ย 1 ปี ให้อัตราผลตอบแทนเพียง 10% (ข้อมูลจาก SETSMART สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2563)

"สำนักข่าวอีไฟแนนซ์" จึงได้รวบรวม 10 กองทุน Health Care จำนวน 10 ลำดับแรกที่ให้ผลตอบแทนในช่วง 3 เดือนมากสุด เปรียบเทียบกับข้อมูลการลงทุนในช่วง 1 ปี ให้เห็นว่าผลตอบแทนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างไรให้ทราบกันดังนี้

 

1. กองทุนเปิด ทิสโก้ โกลบอล ดิจิตอล เฮลธ์ อิควิตี้ (TGHDIGI) 

 เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน CS (Lux) Global Digital Health Equity ชนิดหน่วยลงทุน IB USD (กองทุนหลัก) ซึ่งมีนโยบายการลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนในตราสารทุน หลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุน และใบแสดงสิทธิต่างๆ ที่ออกโดยบริษัทที่ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีในการนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการทางการแพทย์ (DigitalHealth) ทั่วโลก (รวมถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่)

โดยในช่วง 3 เดือนให้อัตราผลตอบแทน 29.89% ส่วนอัตราผลตอบแทน 1 ปี อยู่ที่ 27.27% โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (AUM) จำนวน 930.35 ล้านบาท

 

2. กองทุนเปิด ทิสโก้ ไบโอเทคโนโลยีเฮลธ์แคร์ (TBIOTECH) 

เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Polar Capital Funds plc - Biotechnology ชนิดหน่วยลงทุน I US Dollar (กองทุนหลัก) ซึ่งมีนโยบายลงทุนอย่างน้อย 51% ของมูลค่าทรัพย์สินในตราสารทุน ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology) ,การวินิจฉัยโรค (Diagnostics) และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต (Life SciencesTools) ทั่วโลก

โดยในช่วง 3 เดือนให้อัตราผลตอบแทน 29.21% ส่วนอัตราผลตอบแทนช่วง 1 ปียังไม่มีข้อมูล เนื่องจากกองทุนดังกล่าวเริ่มดำเนินการช่วงเดือนมีนาคม 2563 โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (AUM) จำนวน 631.19 ล้านบาท

 

3. กองทุนเปิดธนชาตโกลบอลอิควิตี้เพื่อกำรเลี้ยงชีพ (T-GlobalEQRMF) 

จะลงทุนในกองทุนตราสารทุนต่างประเทศและหรือ กองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน โดยสามารถลงทุนได้ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก หรือในบางช่วงเวลาอาจเน้นลงทุนเฉพาะประเทศ กลุ่มประเทศ ภูมิภาค และหรือกลุ่มธุรกิจ (Sectors)

โดยในช่วง 3 เดือนให้อัตราผลตอบแทน 17.44% ส่วนอัตราผลตอบแทน 1 ปี อยู่ที่ 4.25% โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (AUM) จำนวน 92 ล้านบาท

 

4. กองทุนเปิดธนชาตโกลบอลเฮลธ์แคร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (T-HealthcareRMF) 

เน้นลงทุนในกองทุน Janus Global Life Sciences Fund ซึ่งจดทะเบียนในประเทศไอร์แลนด์ มีนโยบายลงทุนตราสารทุนของบริษัทต่าง ๆ ทั่วโลก ที่เป็นวิทยาศาสตร์เกี่ยวข้องกับการดำเนินชีวิต( Life Sciences orientation) ทั้งการรักษาหรือการพัฒนาคุณภาพชีวิต รวมบริษัทที่วิจัย พัฒนา ผลิต จัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสุขภาพ หรือการดูแลตนเอง (Personal Care) ,ยา การเติบโตจากเทคโนโลยี การจดสิทธิบัตร รวมถึงกลุ่มที่ได้ประโยชน์จาก Healthcare, การเกษตร, เครื่องสำอาง และเทคโนโลยีชีวภาพ (Biotechnology)

โดยในช่วง 3 เดือนให้อัตราผลตอบแทน 17.26% ส่วนอัตราผลตอบแทน 1 ปี อยู่ที่ 8.92% โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (AUM) จำนวน 127.57 ล้านบาท

 

5. กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล เฮลท์แคร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ (UHCRMF) 

จะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ United Global Healthcare Fund ที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ เฉลี่ยในรอบบัญชีไม่น้อยกว่า 80% มีวัตุประสงค์ในการลงทุนเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ Healthcare ในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก

โดยในช่วง 3 เดือนให้อัตราผลตอบแทน 17.20% ส่วนอัตราผลตอบแทน 1 ปี อยู่ที่ 14.61% โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (AUM) จำนวน 400.68 ล้านบาท

 

6. กองทุนเปิดธนชาตโกลบอลเฮลธ์แคร์ (T-Healthcare) 

เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายลงทุนใน Janus Global Life Sciences Fund (กองทุนหลัก) โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน (Feeder Fund) กองทุนมีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเพื่อการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว (long-term growth of capital)

โดยในช่วง 3 เดือนให้อัตราผลตอบแทน 17.18% ส่วนอัตราผลตอบแทน 1 ปี อยู่ที่ 8.67% โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (AUM) จำนวน 503.62 ล้านบาท


 

7. กองทุนเปิดเคแทม เวิลด์เฮลธ์แคร์เพื่อการเลี้ยงชีพ (KT-HEALTHC RMF) 

 ลงทุนในกองทุน Janus Global Life Sciences Fund เพื่อการเติบโตของเงินลงทุนในระยะยาว โดยเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทต่างๆทั่วโลก ที่เกี่ยวข้องกับวิทยาศาสตร์การดำเนินชีวิต (Life Sciences) ทั้งการรักษา,พัฒนาคุณภาพชีวิต รวมถึงบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย พัฒนา ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์-บริการด้านสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลตนเอง (Personal Care) การแพทย์หรือเภสัชกรรม และบริษัทที่เติบโตจาก ผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี การจดสิทธิบัตร

โดยในช่วง 3 เดือนให้อัตราผลตอบแทน 16.66% ส่วนอัตราผลตอบแทน 1 ปี อยู่ที่ 10.24% โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (AUM) จำนวน 220.2 ล้านบาท

 

8. กองทุนเปิด ยูไนเต็ด โกลบอล เฮลท์แคร์ ฟันด์ (UGH) 

 ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ United Global Healthcare Fund โดยกองทุนดังกล่าวได้รับการอนุมัติให้จัดตั้งกองทุนและจดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนเน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจ Healthcare ในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก

โดยในช่วง 3 เดือนให้อัตราผลตอบแทน 16.63% ส่วนอัตราผลตอบแทน 1 ปี อยู่ที่ 13.90% โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (AUM) จำนวน 545.4 ล้านบาท

 

9. กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท โกลบอล เฮลท์แคร์ ฟันด์ (UOBSHC) 

 ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ ชื่อ United Global Healthcare Fund เป็น Authorised scheme ที่จดทะเบียนในประเทศสิงคโปร์ เน้นลงทุนในตราสารทุนของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจกลุ่ม Healthcare ในตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก

โดยในช่วง 3 เดือนให้อัตราผลตอบแทน 16.23% ส่วนอัตราผลตอบแทน 1 ปี อยู่ที่ 14.69% โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (AUM) จำนวน 2,167.98 ล้านบาท

 

10. กองทุนเปิด ทิสโก้โกลบอล เฮลธ์แคร์ สตาร์ พลัส (TGHSTARP) 

 กองทุนจะลงทุนในกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ รวมถึงกองทุนรวมอีทีเอฟตราสารทุนต่างประเทศ ที่มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุน ของบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม Healthcare หรือบริษัทที่มีรายได้หลักจากการประกอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม Healthcare ในภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80%

โดยในช่วง 3 เดือนให้อัตราผลตอบแทน 16.07% ส่วนอัตราผลตอบแทน 1 ปี อยู่ที่ 12.72% โดยมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวม (AUM) จำนวน 427.83 ล้านบาท

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh