efin Review

10 หุ้นราคาท็อปฟอร์มในรอบ 5 ปี

10 หุ้นราคาท็อปฟอร์มในรอบ 5 ปี

ทีมข่าวสำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย ได้รวบรวมข้อมูลหุ้นที่ทำราคาเฉลี่ยเติบโตสูงสุดในรอบ 5 ปี ผ่านโปรแกรม Efin Stock Pickup โดยเลือก  Fundamental    เลือก Fundamental Status  และ Price return 5 Years   สามารถคัดเลือก 10 หุ้น ทำราคาท็อปฟอร์มได้ดังนี้

 

KTC


    บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC ทำราคาหุ้นเติบโตเฉลี่ยในรอบ 5 ปี ถึง 501.45%    จากราคาปิดตลาด เมื่อ 31 ต.ค. 57 ที่ 6.90 บาท มาอยู่ที่ 41.50 บาท เมื่อปิดตลาด 31 ต.ค.62 อย่างไรก็ตาม หุ้น KTC เคยทำราคาสูงสุด  All time Hige  ถึง 48.25 บาท หรือ เพิ่มขึ้น 599% เมื่อวันที่ 7 ส.ค.62


    KTC เป็นหนึ่งในบริษัทที่ทำกำไรนิวไฮต่อเนื่อง  แม้ล่าสุด ไตรมาส 3/62 ประกาศกำไร 1.29 พันล้านบาท ลดลง 7% ถือเป็นครั้งแรกในรอบ 4 ปี ที่กำไรไม่โต  แต่ให้จับตาการเพิ่มช่องทางการขยายสินเชื่อ ทั้งสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์, สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ และสินเชื่อที่มีรถเป็นหลักประกัน  รวมถึงการตั้งสำรองจะมีผลต่อผลงานในอนาคตมากน้อยแค่ไหน

 

BFIT


    บริษัทเงินทุน ศรีสวัสดิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ BFIT  ราคาหุ้นเติบโตเฉลี่ยสูงถึง 435.92% ในรอบ 5 ปี จากราคา 6.53 บาท ไต่ขึ้นมาถึง 35 บาท โดยเมื่อ 6 มี.ค.61 เคยทำราคาได้สูงสุดถึง 43.33 บาท หรือเพิ่มขึ้น 563%


    BFIT ถือหุ้นใหญ่โดย SAWADเป็นธุรกิจเงินทุน ที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.สถาบันการเงิน ทำให้สามารถคิดดอกเบี้ยลูกค้าได้ถึง 36% ดังนั้นการทำผลงานจึงยังทำกำไรโตต่อเนื่อง แม้ 6 เดือนแรกปีนี้ ทำกำไรได้ 70 ล้านบาท หรือลดลงเกือบ 65% จากช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ล่าสุดไตรมาส 3/62 ประกาศกำไรโตถึง 191% หรือ 321 ล้านบาท  ขณะที่ไตรมาส 4/62 ยังมั่นใจทำผลงานนิวไฮได้อีก

 

SAWAD 


    บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) หรือ SAWAD  ในรอบ 5 ปี ราคาเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 289.62 %  จากราคา 16.55 บาท  มาสู่ระดับ 64.50 บาท  และเคยทำราคานิวไฮที่ 67 บาท เมื่อไม่นานนี้  หรือเพิ่มขึ้น 304%


    SAWAD ยังมีความสามารถในการทำกำไรและสินเชื่อเติบโตเฉลี่ย 20-30% ล่าสุด ทริสเรทติ้ง ยังปรับเพิ่มอันดับเครดิตองค์กร เป็น "BBB+"  จากเดิมที่ระดับ "BBB"  สะท้อนถึงฐานทุนที่แข็งแกร่ง อัตราการก่อหนี้ในระดับต่ำ พอร์ตสินเชื่อมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมมองข้างหน้า 2-3 ปี การเติบโตของสินเชื่อจะเป็นมากกว่าเลข 2 หลัก

 

TASCO


    บริษัท ทิปโก้แอสฟัลท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TASCO   ราคาเติบโตเฉลี่ย 253.53% ในรอบ 5 ปี จากราคา 6.03 บาท มาอยู่ที่ 21.30 บาท  และเคยทำราคาสูงสุดถึง 43.50 บาท เมื่อ 29 ต.ค.58 


    ต้องยอมรับว่าในช่วง ปี 58-61 TASCO ทำกำไรลดลงต่อเนื่อง จาก 5 พันล้านบาท  เหลือ 564 ล้านบาท จากราคาน้ำมันดิบและปริมาณขายที่ลดลง และยังเกิดปัญหาขาดแคลนวัตถุดิบจากเวเนซูเอล่า และซ้ำเติมจากคลังเก็บวัตถุดิบในมาเลเซียเกิดไฟไหม้ทำให้โรงกลั่นต้องหยุดเดินเครื่อง อย่างไรก็ตามในปีนี้ ผลงานเริ่มฟื้นตัว  โดย 6 เดือนแรกปีนี้ TASCO ทำกำไรได้แล้ว 1.77 พันล้านบาท และไตรมาส 3/62  บล.โนมูระ พัฒนสิน คาดทำกำไร 706 ล้านบาท  มีรายได้รวม 1.06 หมื่นล้านบาท จากสเปรดราคายางมะตอยที่เพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณขายที่สูงขึ้น ให้เป้าราคาที่ 26 บาท

 

AOT


    บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT  ราคาไต่เพิ่มขึ้นมาต่อเนื่องในรอบ 5 ปี จาก 24.20 บาท มาอยู่ที่ 78.25 บาท เฉลี่ยเพิ่มขึ้น 223.35% โดยทำราคานิวไฮ ที่ 79.50 บาท 


    ในรอบ 5 ปี AOT ทำกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  ล่าสุดไตรมาส 3/62 (เม.ย.-มิ.ย.62) ทำกำไร 5.8 พันลานบาท ลดลง 8.5% ส่วน 9 เดือน กำไร 1.99 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นผลจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากการจ่ายค่าตอบแทนการใช้ที่ราชพัสดุ และภาษีที่เพิ่มขึ้นจากการด้อยค่าสินทรัพย์  และทั้งปีคาดมีกำไร 2.5 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน


    อย่างไรก็ตามผู้บริหาร AOT มั่นใจว่า หลังสัญญาใหม่ดิวตี้ฟรี  มีผลตั้งแต่ ต.ค.63 จะหนุนทำกำไรได้เพิ่มขึ้นอีก 1.5 หมื่นล้านบาท พร้อม มีแผนเพิ่มรายได้จากธุรกิจการบินและไม่ใช่ธุรกิจการบินในสัดส่วนเท่ากันที่ 50-50%

 

THANI


     บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ THANI  ทำราคาเพิ่มขึ้น 220.87% ในรอบ 5 ปี จากราคา 1.98 บาท ขึ้นมาที่ 6.35 บาท และเคยทำราคาสูงสุดที่ 7.80 บาท เมื่อ 8 ส.ค.62 


    THANI ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ  ยังสามารถทำกำไรเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง  ล่าสุดไตรมาส 3/62 มีกำไร 475 ล้านบาท  เติบโต 10%   โดยบล.เคทีบี (ประเทศไทย) คาดทั้งปี มีกำไร 1.97 พันล้านบาท และปี 63 กำไร 2.1 พันล้านบาท จากการเร่งขยายสินเชื่อแต่  loan spread จะยังลดลงต่อเนื่อง พร้อมให้ราคาเป้าหมาย 7.40 บาท 

 

PTG


     บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG   ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นมา 213.04% ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา จากราคา 5.75 บาท ขึ้นมาอยู่ที่ 18 บาท  แต่น่าสนใจว่า ในช่วงปลายปี 59 หุ้น PTG เคยโดดขึ้นไปทำราคาสูงสุดถึง 33.75 บาท  หรือเพิ่มขึ้น 487% 


    PTG เป็นหุ้นในธุรกิจพลังงาน   ขณะที่โครงสร้างธุรกิจคล้ายหุ้นกลุ่ม PTT ซึ่งมีทั้งธุรกิจค้าน้ำมัน-ขนส่งน้ำมัน และยังมีธุรกิจ Non-Oil ทั้งร้านกาแฟพันธุ์ไทย และร้านคอฟฟี่ เวิลด์ และร้านสะดวกซื้อ Max Mart  โดยบริษัทตั้งเป้าจะขยายปั๊มน้ำมันมากสุด 4 พันแห่งภายในปี 65 ขึ้นแท่นเบอร์ 1 และมียอดเติมน้ำมันรั้งที่ 2 ในตลาด  ขณะที่ตัวหุ้น ได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายใหญ่ เข้าเก็บหุ้นเพิ่มขึ้น   อย่างไรก็ดี กลุ่มรัชกิจประการ ยังคงเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 1

 

AMANAH


    บริษัท อะมานะฮ์ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ AMANAH  เป็นหุ้นที่ไม่ค่อยมีข่าวสารข้อมูลมากนัก แต่ราคาหุ้นมันจะขึ้นๆ ลงๆ มาเป็นระยะ  แต่รอบ 5 ปีที่ผ่านมา ก็สามารถดันราคาเพิ่มขึ้น 169.03% จากราคา 1.11 บาท มาอยู่ที่ 2.98 บาท และเคยทำราคาได้สูงถึง 3.84 บาท 


    AMANAH ถือหุ้นใหญ่ โดยธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หนึ่งในสถาบันการเงินของรัฐ ถึง 48.75% ทำให้หุ้นไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหวมากนัก แต่นับตั้งแต่ปี 59 บริษัทสามารถพลิกธุรกิจให้ผลดำเนินงานกลับมาเป็นกำไรได้ และมีกำไรเติบโตดีต่อเนื่อง  โดยล่าสุดไตรมาส 3/62 บริษัททำกำไรอีก 68.79 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 76% สูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์  มียอดอนุมัติสินเชื่อใหม่  477 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% จากไตรมาสก่อนหน้า ทำสถิติสูงสุดรายไตรมาสในการปล่อยสินเชื่อ ส่งผลงวด 9 เดือน มีกำไรรวม 177.5 ล้านบาท 

 

SYNEX


    บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือ SYNEX   สามารถทำราคาเพิ่มขึ้น 165.83% ในช่วง 5 ปี จากราคา 2.73 บาท ไต่ระดับมาที่ 7.25 บาท  โดยเมื่อปี 60 ยังสามารถทำราคาได้สูงสุดถึง 15.64 บาท หรือ 472%


    SYNEX เป็นผู้จัดจำหน่ายคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ ซอฟแวร์ และสินเค้าเกี่ยวเนื้่อง แต่กลับมีรายได้หลักจากการขายโทรศัพท์มือถือ  สะท้อนได้จากปี 59 มีรายได้จากสินค้ากลุ่มนี้ 6.1 พันล้านบาท และเพิ่มขึ้นเป็น 1.6 หมื่นล้านบาท ในปี 61  แม้บริษัทเป็นหนึ่งในหลายบริษัทที่อาจถูกกระแสจากสงครามการค้า แต่รอบ 6 เดือนปีนี้ ทำกำไร 302 ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน และคาดการณ์ว่าไตรมาส 3/62 กำไรยังจะชะลอตัวอีก  แต่จะฟื้นตัวในไตรมาส 4/62 รับอานิงส์ของ Apple เปิดขายไอโฟน 11  โดย บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 10 บาท 

 

ASIAN


     บริษัท ห้องเย็นเอเชี่ยน ซีฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN   ในรอบ 5 ปี ทำราคาเพิ่มขึ้น 150.66% จากราคา 1.99 บาท มาสู่ระดับราคา 4.98 บาท  โดยเมื่อ 28 ก.ย.60 เคยทำราคาได้ All time High ที่ 16.90 บาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 749%


    ASIAN ดำเนินธุรกิจแปรรูปสัตว์แช่แข็ง  ธุรกิจอาหารสัตว์ ธุรกิจทูน่า ธุรกิจสัตว์น้ำ  ซึ่งรายได้หลักมาจากการส่งออก  แม้รอบปี 57 บริษัทจะมีผลขาดทุน แต่กลับมาฟื้นมีกำไรตั้งแต่ปี 58   และในช่วง 6 เดือนปีนี้ บริษัทมีกำไร 81 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากยอดขายในธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งและกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง และรับผลกระทบจากเงินบาทแข็งค่า 


    ASIAN เตรียมเปลี่ยนชื่อเป็น บริาท  เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) โดยใช้ชื่อย่อหลักทรัพย์เดิม  โดยบริษัทอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างธุรกิจ มุ่งสู่ธุรกิจอาหารสัตว์ที่มีมาร์จิ้นสูง และรุกขยายในตลาดต่างประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม บล.เคทีบี (ประเทศไทย)  มองว่า ผลประกอบการช่วงนี้อาจยังชะลอตัว แต่กำไรจะกลับมาเติบโตในปีหน้าา  แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 6.50 บาท







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh