efin Review

เที่ยวนอกบัตรไหนใช้คุ้มสุด

เที่ยวนอกบัตรไหนใช้คุ้มสุด

หากใครหลายคนที่กำลังวางแผนท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงปลายปี และยังลังเลว่าจะพกเงินสดไปก็กลัวความปลอดภัย ไม่ว่าจะทำหล่นหาย หรือโดนขโมย หรือแม้แต่ตอนแลกคืนก็เสียค่าส่วนต่างค่อนข้างเยอะ ในวันนี้ ทีมงานมี 4 บัตรจาก 4 แบรนด์มานำเสนอโดยทั้ง 4 แบรนด์นี้ มีทั้งที่เป็นบัตรเติมเงิน และบัตรเดบิต ที่ออกมาสู้กันทั้งในด้านค่าธรรมเนียม เรทที่การันตีว่าถูกสุด รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆมาจูงใจด้วย

 

PLANET SCB 

 

เริ่มกันที่ บัตรท่องเที่ยว PLANET SCB จากธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ที่เป็นบัตรเติมเงิน ซึ่งหากเจอเรทอัตราแลกเปลี่ยนดี สามารถแลกเก็บไว้ได้ และเป็นอีกบัตรที่ไม่มีค่าความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราสกุลต่างประเทศที่ 2.5% ด้วย สำหรับบัตรมีอายุ 3 ปี นับจากวันสมัคร

 

โดยสกุลเงินที่แลกเก็บไว้ ปัจจุบัน รองรับที่ 13 สกุลเงิน คือ USD, EUR, JPY, SGD, CNY, HKD, GBP, KRW, AUD, TWD, NZD, CHF และ CAD โดยบัตรนี้แม้จะเป็นบัตรเติมเงิน แต่สามารถกดเงินผ่านตู้ ATM ที่มีเครื่องหมาย VISA ได้ทั่วโลก แต่ไม่สามารถกดเงินสดจากตู้ ATM ในไทยได้ส่วนวิธีการเติมเงินก็ง่ายๆ โดยเติมผ่านแอปพลิเคชั่น SCB EASY

 

ส่วนการรูดใช้จ่ายผ่านเครื่อง EDC ต่างประเทศ ซื้อสินค้าออนไลน์ นั้นไม่มีค่าชาร์จ ส่วนการเบิกจ่ายจากตู้ ATM ต่างประเทศ จะเสียค่าธรรมเนียม 100 บาทบวกค่าธรรมเนียมธนาคารต่างประเทศ แต่ธนาคารยังมีโปรโมชั่นยกเว้น 100 บาทจนถึง 31 ธันวาคมนี้ด้วย

 

สำหรับวิธีแลกเงิน คือ เติมเงินเข้าบัตรและแลกผ่าน SCB EASY 100-500,000 บาทต่อวัน สามารถแลกได้ 5 ครั้งต่อวัน

 

นอกจากนี้ บัตรดังกล่าวยังแถมความคุ้มครองประกันการเดินทางถึง 10 วัน วงเงินค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 1 ล้านบาท แต่ต้องมียอดใช้จ่าย 10,000 บาทขึ้นไป เพื่อรักษาสิทธิ์ที่จะได้ในครั้งถัดไปด้วย แถมยังมีสิทธิพิเศษอื่นๆ เช่น ฟรี Miracle Lounge 1 สิทธิ์ เมื่อลงทะเบียนและแลกเงินตามเงื่อนไข จอง ร.ร. ผ่าน Agoda ลดสูงสุด 8% เป็นต้น

 

โดยบัตร PLANET ฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 200 บาทจนถึง 31 ธันวาคม 2563 และไม่เสียค่าธรรมเนียมรายปีตลอดชีพ

 

Krungthai Travel Card 

 

มาต่อกันที่บัตร Krungthai Travel Card ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTB ที่ออกมาในรูปแบบบัตรเติมเงิน โดยสามารถเติมเงินและแลกเงินผ่านแอปพลิเคชั่น Krungthai NEXT ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งนั่นเท่ากับว่าเมื่อเราเจอเรทเงินดีดี ยังสามารถแลกเก็บไว้ได้ล่วงหน้าทันทีก่อนเดินทาง วงเงินในบัตรมีได้สูงสุดถึง 1 ล้านบาทรวมทุกสกุลเงิน

 

สำหรับปัจจุบัน สามารถแลกเงินได้ 14 สกุลเงิน คือ AUD,CAD,CHF,EUR,GBP,HKD,JPY,NZD,SGD,USD,RUB,NOK,SEK และ DKK โดยบัตรนี้ สามารถใช้เงินได้เท่าที่แลกไว้เท่านั้น สำหรับค่าธรรมเนียมแรกเข้าเพียง 200 บาทเท่านั้น และยังฟรีค่าธรรมเนียมแรกเข้าเมื่อสมัครตั้งแต่วันนี้-31 มกราคม 2563 ด้วย นอกจากนี้ บัตรดังกล่าวยังฟรีค่าธรรมเนียมรายปีด้วย

 

นอกจากนี้ ยังสามารถถอนเงินสดสกุลต่างประเทศที่สาขา/จุดให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศของธนาคาร โดยสาขาที่เปิดให้บริการ ได้แก่ สาขานานาเหนือ จุดบริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงค์ สถานีสุวรรณภูมิ สาขาสยามพารากอน สาขาห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิล์ด และสาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว โดยกำหนดถอนได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อรายการ จำกัดไม่เกิน 2 รายการต่อวัน

 

ลูกค้าสามารถศึกษา หรือสอบถามรายละเอียด ติดต่อ Krungthai Call Center 02-111-1117 หรือโทรฟรีจากต่างประเทศ +800-1111-1117

 

TMB ALL Free

 

ด้าน TMB ALL Free ที่หลายคนอาจจะคุ้นหูกับบัตรนี้อยู่แล้ว ที่เป็นบัตรเดบิต ที่รองรับแทบทุกสกุลเงินทั่วโลก โดยไม่ต้องแลกเงินเข้ากระเป๋าอิเล็กทรอนิกส์ หรือ บัตรเติมเงินอย่าง SCB หรือ KTB ทำให้ บัตร TMB ALL Free สามารถใช้งานได้ไม่ว่าจะกด โอน จ่าย พร้อมรูดได้แบบไม่มีชาร์จ แต่ยังมีข้อเสียคือ ไม่สามารถแลกเงินสกุลอื่นๆเก็บไว้ได้เมื่อเจอเรทเงินดีดี โดยเรทจะขึ้นกับอัตราของ VISA

 

สำหรับการถอนเงินในไทยสามารถกดได้ทุกตู้ทุกธนาคาร ไม่มีค่าชาร์จเมื่อรูดใช้จ่ายผ่าน EDC ในต่างประเทศ ซื้อสินค้าออนไลน์ แต่หากต้องการเบิกเงินจากตู้ ATM ต่างประเทศ จะมีค่าธรรมเนียม 75 บาทบวกด้วยค่าธรรมเนียมธนาคารต่างประเทศ โดยสามารถถอนเงินในต่างประเทศไทยสูงถึง 200,000 บาทต่อวัน และไม่จำกัดจำนวนเงินในบัตร

 

สำหรับ TMB ALL Free มีสิทธิพิเศษ คือ ความคุ้มครองประกันอุบัติเหตุสูงสุดถึง 3 ล้านบาท อายุบัตรยาวถึง 5 ปี ค่าธรรมเนียมแรกเข้า 500 บาท และค่าธรรมเนียมรายปี 350 บาท รวมถึงคุ้มครองช้อปออนไลน์ 5,000 บาทต่อครั้งด้วย

 

KBANK JOURNEY

 

ปิดท้ายที่ บัตร KBANK JOURNEY จากธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KBANK ที่เปิดตัวแรงโดยเสนอเรทค่าเงินที่การันตีว่าถูกกว่าเจ้าอื่นถึงสิ้นปีนี้ และสามารถรูดได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องแลกเงินก่อน รวมถึงยังสามารถเบิกถอนเงินสดในไทยได้ และแลกเงินสดสกุลอื่น ในอัตราเรทพิเศษได้จากช่องทางธนาคารกว่า 1,000 แห่ง

 

แต่ที่น่าเสียดาย คือ มีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูง โดยมีค่าธรรมเนียมแรกเข้าถึง 700 บาท และค่าธรรมเนียมรายปีถึง 550 บาทโดยฟรีในปีแรก

 

ที่น่าสนใจสำหรับบัตรนี้ คือ สิทธิประโยชน์อื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น SIM GO INTER (Asia – Australia – USA) 6 GB 10 วัน มูลค่า 399 บาท / Miracle Lounge 1 ครั้ง / ปี และเมื่อสมัครภายในปีนี้สามารถรับสิทธิได้ 3 ครั้งต่อปี ส่วนลดเรียก Grab ไปสนามบิน 100 บาท ส่วนลด Grab Food 100 บาท จอง ร.ร. ผ่าน Agoda ลด 5% จอง ร.ร. ผ่าน Expedia ลด 8% ซื้อตั๋ว Major / SF ใบละ 100 บาท 2 ใบต่อเดือน

 

สำหรับทั้ง 4 บัตร จะไม่มีเสียค่าชาร์จ 2.5% เมื่อใช้ในต่างประเทศ ซึ่ง ค่าชาร์จก็คือ เวลาใช้จ่ายหรือชำระสินค้าหรือบริการที่เป็นยอดเงินต่างประเทศผ่านบัตรเครดิต โดยปกติ แล้วจะมีการคิดค่าความเสี่ยงในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นจากที่จ่ายไป 2–2.5% ส่วนสิทธิพิเศษต่างๆ รวมถึงค่าธรรมเนียม และเงื่อนไขต่างๆ ลูกค้าสามารถติดต่อสอบถามกับธนาคารเจ้าของบัตรได้โดยตรง 

 







บทความอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh