Stock Insight

DTAC จะ-ไม่-หยุด-พัฒนา..โอกาสฟื้นปีหน้ามีแค่ไหน?

DTAC จะ-ไม่-หยุด-พัฒนา..โอกาสฟื้นปีหน้ามีแค่ไหน?

          Key Message จากซีอีโอป้ายแดงของ DTAC “อเล็กซานดรา ไรซ์” ที่เราเห็นล่าสุดจากโฆษณาที่ว่า “เรา-สัญ-ญา-ว่า-จะ-ไม่-หยุด” DTAC น่าจะต้องการสื่อสารการตลาดไปยังลูกค้าเพื่อสร้างการรับรู้ในแบรนด์ให้กลับมาดีขึ้น หลังจากตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา "ภาพจำ" ของลูกค้าเป็นไปในทางลบกับคุณภาพสัญญาณของ DTAC โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเมืองและต่างจังหวัด

          ข่าวดีคือ “ข้อเสียเปรียบ” เรื่องปริมาณคลื่นที่ขาดแคลนของ DTAC ได้หมดไปทันที หลังชนะประมูลคลื่น 900MHz  เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาแบบไม่มีคู่แข่ง ส่งผลให้ ณ ปัจจุบันบริษัทมีคลื่นในมือทั้งหมด 110 MHz เท่ากับทรู 110 MHz และใกล้เคียง เอไอเอสที่ 120 MHz

          นับว่าครบถ้วนทั้งคลื่นความถี่ต่ำและสูง เพียงพอที่จะรองรับการใช้งานของลูกค้าทั้งในเมืองและนอกเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่  

          คลื่น 900 MHz จำนวน 10 MHz (หรือ 2x5 MHz)

          คลื่น 1800 MHz จำนวน 10 MHz (หรือ 2x5 MHz)

          คลื่น 2100 MHz จำนวน 30 MHz (หรือ 2x15 MHz)

          คลื่น 2300 MHz จำนวน 60 MHz (คลื่นทีโอที 1x60 MHzที่ DTAC เป็นพันธมิตรให้บริการ)

          ด้านผลประกอบการ เป็นที่ทราบกันดีว่างบกำไร-ขาดทุนของกิจการ จะมีค่าใช้จ่ายแสดงอยู่ซึ่งค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายถูกจัดเป็นค่าใช้จ่ายประเภทหนึ่งและรายการนี้นับว่าเป็นตัวเลขที่ “กดดันกำไร” ของกิจการโทรศัพท์มือถืออย่างมีนัยสำคัญ เพราะค่าคลื่นความถี่นั้นสูงเป็นหลักหมื่นลบ. ซึ่งจะทยอยตัดจำหน่ายไปแต่ละปีจนครบอายุใบอนุญาต

          อย่างงวด Q3/61 ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายของ DTAC อยู่ที่ 7,856 ล้านบาท คิดเป็น 43% ของรายได้รวม และเมื่อ รวมงวด 9 เดือนแรกปีนี้ DTAC มีค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย 22,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นเกือบ 40% ของรายได้รวม

          ตลาดบางส่วนเริ่มมีมุมมองบวกต่อกำไร DTAC ในปี62 หลังหมดสัญญาสัมปทานกับ CAT ลงเมื่อ Q3 ปีนี้ทำให้ DTAC ไม่ต้องมีภาระค่าเสื่อมราว 4 พันลบ./ไตรมาสอีกต่อไป เริ่มตั้งแต่ Q4 ปีนี้ นั่นหมายความว่าในปีหน้าต่อให้รายได้ยังเท่าเดิมกำไรก็เพิ่ม ด้วยเหตุผลที่ว่าต้นทุนลด  

          แต่ทว่า..ประเด็นค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายนี้ แม้บางส่วนหมดลงแล้วแต่ส่วนที่ต้องจ่ายยังคงมีอยู่ เพราะหลังประมูลคลื่น 900 MHz รอบล่าสุดในเดือน ต.ค.และนับรวมก่อนหน้านั้นอีกเมื่อเดือน ส.ค.ที่ประมูลได้คลื่น 1800 MHz DTAC จะต้องทยอยบุ๊คค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายทุกปีเริ่มปีหน้า ดังนั้น คงต้องมาชั่งน้ำหนักดูว่าโอกาสที่ DTAC จะสามารถสร้างรายได้ให้โตชดเชย หรือให้โตได้มากกว่าค่าใช้จ่ายจะทำได้ดีเพียงใด!  

#ตลาดมองว่าปีหน้า DTAC จะมีผลงานดีขึ้น

          จากการสำรวจบทวิเคราะห์ พบว่า ตลาดส่วนใหญ่คาดการณ์กำไรปี62ไว้ในช่วง 5,000-6,000 ล้านบาท ซึ่งหากทำได้ตามนี้จะเป็นระดับที่ใกล้เคียงกับปี58 โดยคาดจะเริ่มเห็นการฟื้นตัวตั้งแต่ Q4/61 หลัง Q3/61 พลิกขาดทุน ตลาดประเมินกำไรโค้งสุดท้ายของปีนี้ราว 1,000-1,200 ล้านบาท จากปัจจัยสนับสนุน ดังนี้  

          - สิ้นสุดสัญญาสัมปทานกับ CAT ตั้งแต่ Q3/ุ61 ทำให้ไม่ต้องบันทึกค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ภายใต้สัญญาสัมปทานที่ไตรมาสละประมาณ 3.7-4 พันล้านบาท

          - ส่วนแบ่งรายได้ที่ให้ภาครัฐจะลดลงเหลือ 4% (จากปีนี้ 9%)เพราะไม่ต้องจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้ CAT ที่ 30% อีกต่อไป หนุนกำไรปี62 ให้เติบโต  

          - การตัดสินใจประมูลคลื่น 900 MHz สะท้อนความมั่นใจว่า DTAC พร้อมสู้ต่อ ยังไม่ถอนทัพออกจากประเทศไทย

          - ผลตอบรับจากการโรดโชว์ที่สิงคโปร์และฮ่องกง เมื่อปลายเดือน พ.ย.ที่ผ่านมาโดย บล.ทิสโก้ ระบุว่านักลงทุนมองว่า DTAC มีความน่าสนใจลงทุนในระยะยาวจากราคาที่ไม่แพง และมีความน่าสนใจมากกว่าคู่แข่ง

          - ราคา ณ ปัจจุบันซื้อขาย EV/EBITDA เพียง 5.3 เท่า ต่ำกว่าบริษัทในกลุ่มที่ 7.4 เท่า  

          ด้วยปัจจัยบวกเหล่านี้ หลายค่ายจึงให้คำแนะนำ “ซื้อ” โดยมีราคาเป้าหมาย 50 บาทขึ้นไป บล.ไอร่า ประเมินราคาปีหน้าที่ 52 บาท ส่วน บล.หยวนต้า ประเมินที่ 53 บาท พร้อมมองว่าผลประกอบการ DTAC ได้ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว

#ประเด็นความเสี่ยงของ DTAC ในปีหน้า

          แม้นักวิเคราะห์หลายค่ายมีมุมมองบวกและแนะนำซื้อ แต่ก็มีอีกหลายค่ายที่ปรับลดราคาเป้าหมายและคำแนะนำเหลือเพียง “ถือ” หลังมองว่าปีหน้ายังมีความท้าทายอยู่หลายประเด็น ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาประกอบการตัดสินใจ เช่น  

          - การเติบโตของรายได้ที่ไม่ทันค่าใช้จ่าย ยังเป็นความเสี่ยงในอนาคตของ DTAC 

          - ปีหน้าจะเริ่มบันทึกค่าตัดจำหน่ายคลื่น 900 MHz ราว 2.5 พันลบ./ปี (คำนวณจากราคาประมูล 3.8 หมื่นลบ.หารอายุใบอนุญาต 15 ปี)

          - มีความเสี่ยงจากการลดลงของฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด Q3/61 ฐานลูกค้าลดลงกว่า 313,000 เลขหมายเหลือ 21.3 ล้านเลขหมาย  -7.8% YoY ,-1.4% QoQ  ขณะที่อีก 2 ค่ายอย่าง TRUE เพิ่มขึ้น 677,800 เลขหมาย (รวม 28.72 ล้านเลขหมาย) และ AIS เพิ่มขึ้น 552,300 เลขหมาย (รวม 40.55 ล้านเลขหมาย) 

          - ยังเสียเปรียบคู่แข่งเรื่องความหลากหลายของสินค้าและบริการ แม้ข้อเสียเปรียบเรื่องจำนวนคลื่นหมดไป

          - DTAC แจ้งในบทวิเคราะห์ผลการดำเนินงาน Q3/61 คาดว่าจะเริ่มบันทึกค่าตัดจำหน่ายต้นทุนใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800MHz ใน Q4/61

          จากปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ ทำให้บางโบรกฯ ปรับลดราคาเป้าหมายปี62 ลงจากเหนือ 50 บาทลดเหลือไม่ถึง 50 บาท โดย บล.เคทีบี ให้ราคาปีหน้าที่ 41 บาท และ บล.เคจีไอ 46 บาท ซึ่งหากเทียบราคากระดานตอนนี้แทบจะไม่เหลืออัพไซด์

#ทีมบริหารเปลี่ยนแปลงบ่อย

          อีกประเด็นที่น่าคิดสำหรับองค์กร DTAC คือทีมบริหารเปลี่ยนแปลงบ่อย ไม่รู้มีอะไรในกอไผ่? วัฒนธรรมองค์กรที่ยังไม่ชัดเจน? ผังโครงสร้างองค์กรที่ไม่สอดคล้องกับสภาพธุรกิจ? หรืออื่นๆ ขณะที่ "ระบบการประเมินผลงาน"คนในองค์กร DTAC สร้างความฮือฮามาก เพราะเป็นรายแรกๆ ในไทย ที่กล้าประกาศยกเลิกการวัดผลโดยใช้ KPI มาเป็นการวัดผลแบบ OKRแทน ซึ่งเป็นการวัดผลโดยใช้จุดแข็งของพนักงาน หวังให้เกิดนวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์องค์กรในยุคดิจิทัล   

          DTAC ปรับเปลี่ยนซีอีโอบ่อยมากในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา นับว่าเป็นเก้าอี้ปราบเซียนจริงๆ ไล่มาตั้งแต่ยุคของ ซิคเว่ เบรคเก้ ,ทอเร่ จอห์นเซ่น,จอน เอ็ดดี้ อับดุลลาห์ และต่อมาก็วนมาที่ ซิคเว่ เบรคเก้ อีกครั้ง ระหว่างรอซีอีโอคนใหม่ ก่อนจะเป็น ลาร์ส นอร์ลิ่ง จนมาถึงซีอีโอคนปัจจุบัน นางอเล็กซานดรา ไรซ์ เพิ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมานี้เอง

          ขณะที่ผู้บริหารระดับสูงคนอื่นๆ ที่พอจะคุ้นชื่อกันดีก็โบกมือลากันไป เช่น นายธนา เธียรอัจฉริยะ,นายสิทธิโชค นพชินบุตร มือดีจากค่ายซัมซุงอยู่ได้ปีเศษ และล่าสุดนายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด ก็ขอลาออกจากตำแหน่งในยุคของ “อเล็กซานดรา ไรซ์”

          *สรุป DTAC ยังต้องพิสูจน์ผลงานปี62 ดังที่ตลาดคาดกำไรไว้ราว 5,000-6,000 ล้านบาท ซึ่งได้รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ จากการประมูลและการขยายธุรกิจไว้แล้ว ส่วนหนึ่งแม้มีโอกาสที่กำไรจะฟื้นจากต้นทุนค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายลด แต่นั่นไม่ใช่กำไรที่มีคุณภาพและตลาดมักไม่ให้ราคา เว้นเสียแต่ว่า DTAC จะเร่งเพิ่มรายได้ให้โดดเด่นขึ้นมาจริงๆ งานนี้ก็อยู่ที่กลยุทธ์ธุรกิจภายใต้ซีอีโอหญิงคนใหม่ จะพลิกเกมสำเร็จหรือไม่? ยังเป็นเรื่องท้าทาย ท่ามกลางสงครามราคาที่ไม่มีท่าทีว่าอุณหภูมิจะลดลง



 

 

 

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh