สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

Stock Insight

| 16 กรกฎาคม 2561

KKP สุดยอดหุ้นปันผล-ปีนี้กำไรโต 2 หลัก

KKP สุดยอดหุ้นปันผล-ปีนี้กำไรโต 2 หลัก

“หุ้นปันผลดี” น่าจะเป็นคำตอบในยามที่ตลาดหุ้นผันผวนหนัก เพราะถือว่าเป็นการวางเงินไว้ในโซนที่ปลอดภัย “กลุ่มธนาคารพาณิชย์” เป็นอีกหนึ่งกลุ่มที่น่าสนใจ และหากถามว่าตัวไหนเด่นสุด วินาทีนี้ต้องยกนิ้วโป้งให้ ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP)

KKP เรียกตัวเองว่า กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ซึ่งมี 2 กลุ่มธุรกิจหลักคือ 1.ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ภายใต้ธนาคารเกียรตินาคิน และ 2.ธุรกิจตลาดทุน โดยบริษัท ทุนภัทร เป็นโฮลดิ้งคอมพานีที่ถือหุ้นใน บล.ภัทร และ บลจ.ภัทร  รายได้ส่วนใหญ่มาจากสายธนาคาร

แม้ “เกียรตินาคิน” จะเป็นแบงก์ขนาดเล็กอันดับ 10 จาก 11 ธนาคารในตลาดหุ้น แต่หากเทียบอัตราเงินปันผลตอบแทน (Yield) แล้ว KKP สูงสุดเป็นอันดับ 1  โดยปี 60 ที่ผ่านมา KKP ให้ Yield ที่ 7.30% รองลงมาคือ TISCO 5.97% และ TCAP 4.61%

ลุ้นกำไรปีนี้โตเลข 2 หลัก

กำไรสุทธิปีที่แล้ว 5,736 ล้านบาท โต 3.42% YoY ส่วนปีนี้นักวิเคราะห์คาดกำไรเติบโตต่อเนื่อง มีตั้งแต่ 3-5% ไปจนถึงสูงสุด 13%  อัตราผลตอบแทนเงินปันผลยังคาดในระดับสูงในช่วง 6-9%

ส่วนรายได้ค่าธรรมเนียมกลุ่มแบงก์ที่แนวโน้มปรับลดลงจากการแข่งขันฟรีค่าธรรมเนียมโอนเงินผ่านอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง KKP น่าจะได้รับผลกระทบน้อยสุด เพราะรายได้ค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่มาจากบริการในสายตลาดทุน ไม่ใช่มาจากการรับจ่ายบิล โอนเงิน เหมือนกับแบงก์ใหญ่

พอร์ตสินเชื่อ KKP เป็นสินเชื่อรายย่อย 60%  และในสินเชื่อรายย่อยนี้เป็นสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ราว 50% แม้สัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จะสูง แต่ KKP ได้กระจายพอร์ตไปยังสินเชื่อบรรษัท สินเชื่อ Lombard (เป็นสินเชื่อหมุนเวียนอเนกประสงค์ สำหรับลูกค้าบุคคลรายใหญ่) สินเชื่อจากการบริหารหนี้ และสินเชื่ออื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยง

สำหรับสินเชื่อรวมงวด Q1/61 ฟื้นตัวชัดเจนตามยอดขายรถยนต์ ส่วนสินเชื่อประเภทอื่นๆ แม้สัดส่วนยังไม่สูงแต่อัตราการเติบโตโดดเด่น ทำให้สินเชื่อรวมโต 5.7% ขณะที่ช่วงเดียวกันปีก่อนโตเพียง 1.3% ด้านคุณภาพสินเชื่อดีขึ้นสะท้อนจาก NPL ที่ลดลงต่อเนื่องเหลือ 4.7% และปริมาณ NPL ของสินเชื่อรถยนต์ก็มีแนวโน้มลดลงเช่นกัน  

ที่มา : คำอธิบายและการวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ KKP

 

สินเชื่อ 5 เดือนแรกโต 9.6% YTD สูงสุดในกลุ่มธนาคาร

ณ เดือน พ.ค.สินเชื่อ KKP โตเด่นสุดและโตเป็นเลข 2 หลักที่ 16.38% YoY ส่วนแบงก์อื่นโตเลขหลักเดียว และหากเทียบ MoM สินเชื่อโต 2.19% สวนทางแบงก์อื่นที่โตไม่ถึง 1% ยกเว้น BAY ที่โต 1.80%  และรวม 5 เดือนแรกสินเชื่อโต 9.6% YTD สูงสุดในกลุ่มธนาคาร

ครึ่งปีหลังธุรกิจสายตลาดทุนเป็นพระเอก

ไตรมาสแรกที่ผ่านมา KKP มีรายได้ค่าธรรมเนียมและบริการสุทธิ 1,143 ล้านบาท มากกว่าครึ่งเป็นรายได้ที่มาจากค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์และค่านายหน้าประกัน

ส่วนรายได้จากที่ปรึกษาทางการเงินและรายได้จากการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ยังไม่มากนักอยู่ที่ 66 ล้านบาท แต่รวมทั้งปีโบรกฯ คาดว่ารายได้ค่าธรรมเนียมจากที่ปรึกษาทางการเงินและการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์น่าจะเป็น “หลักพันล้านบาท”

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส กล่าวว่า รายได้ค่าธรรมเนียมปี 2561-2562 จะสูงจากดีลใหญ่ในส่วนธุรกิจตลาดทุนที่ดำเนินงานโดย บล.ภัทร ทั้งไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์, IPO ของโอสถสภา, IPO ของ PTTOR ฯลฯ ประเมินรายได้ค่าธรรมเนียมในการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินและนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดเป็นหลักพันล้านบาท คาด Dividend Yield ปีนี้ 7.4% อิงคาดการณ์เงินปันผล 5 บาท/หุ้น แนะซื้อ ราคาพื้นฐาน 88 บาท

บล.แลนด์ แอนด์ เฮาส์ คาดว่าครึ่งหลังปีนี้ KKP จะได้รับผลดีจากดีล IB ดันรายได้และกำไรปีนี้ โดยยังมีดีล IPO ที่ PHATRA เป็นที่ปรึกษาการเงิน เช่น บมจ.โอสถสภา (OSP)  บมจ.รพ.พระรามเก้า (PR9) บมจ.ดูโฮม (DO) และที่กำลังจะยื่นไฟลิ่งได้แก่ บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก (PTTOR) และ Thailand future fund (TFF) ซึ่งหากเข้าตลาดฯ ได้ทั้งหมดมีโอกาสที่ผลประกอบการปีนี้จะเติบโตได้ดีกว่าที่คาดที่ 6.1 พันลบ. หรือโต 6% YoY

นอกจากนี้ คาดว่า EPS Growth ปีนี้โต 5.7% (7.16 บาท/หุ้น) ต่อเนื่องจากปี 60 ที๋โต 3.4% (6.78 บาท/หุ้น) และจะยิ่งโดดเด่นในปี 62 คาดโต 9.9% (7.87 บาท/หุ้น) ถือเป็นหุ้นปันผลดี ROE สูง แนะ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 86 บาท

 

ไตรมาส 2 คาดกำไรโตเด่นสุด-ธุรกิจตลาดทุนหนุน

บล.แลนด์ แอนด์ เฮาส์ คาด Q2/61 KKP จะมีกำไร 1.4 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% YoY เป็นผลมาหลักๆ มาจากรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยโต 13% YoY เป็นผลจากธุรกิจหลักทรัพย์ที่มีวอลุ่มการซื้อขายของ PHATRA ที่เพิ่มขึ้น 18% YoY ธุรกิจจัดการกองทุนรวม รวมถึง Private wealth management และ credit cost ที่คาดว่าลดลง

บล.บัวหลวง  คาดกำไรปี 2561 เติบโต 13% YoY มาอยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท หนุนโดยสินเชื่อเติบโต 8% และรายได้ค่าธรรมเนียมขยายตัว 11% (สูงขึ้นทั้งค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับสินเชื่อและรายได้ธุรกิจตลาดทุน) คาดเงินปันผลต่อหุ้นสูงถึง 5.25 บาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน 7.6% กำไรเติบโตดีและผลตอบแทนเงินปันผลระดับสูง น่าจะหนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้นได้ในปีนี้

บล.ฟินันเซีย ไซรัส  มองว่า KKP ถือเป็น 1 ใน 15 หุ้นพื้นดีที่น่าซื้อลงทุน เพราะราคาหุ้นลงตามภาวะตลาดมากเกินไป จนทำให้ PE ปี 2561  แตะจุดต่ำสุดในรอบ 1 ปี ที่ 9.6 เท่า และผลตอบแทนจากปันผลทั้งปีสูงถึง 9% แนะนำซื้อ ราคาเป้าหมาย 85 บาท

หากนับตั้งแต่ต้นปีถึงถึงปัจจุบันราคา KKP ปรับลงตามหุ้นในกลุ่ม แต่ก็อาจจะเป็น “โอกาส” ในการเข้าลงทุน เพราะราคา KKP ปรับลงมาราว 10% และราคาปัจจุบันที่ 70 บาทยังมีอัพไซด์ 18.57% จากราคาเป้าหมายเฉลี่ย 83.00 บาท จึงอาจเป็นอีก 1 ตัวเลือกที่น่าสนใจลงทุนยาว ในยามที่การเทรดหุ้นเพื่อเอากำไรช่วงสั้นทำได้ยากมากยิ่งขึ้น !

 

 

 
 

 

 


 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

 

 



 

 

 

 

 


 

 



 

 

 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh