Stock Insight

AH ปูพรมตลาดโลก! จับตาดันฐานรายได้สู่ 2 หมื่นลบ.

AH ปูพรมตลาดโลก! จับตาดันฐานรายได้สู่ 2 หมื่นลบ.

 

            หุ้น AH หรือ บมจ.อาปิโก ไฮเทค บริษัทใน กลุ่มยานยนต์ที่ได้รับอานิสงส์จากยอดขายรถยนต์เติบโตดี แต่ประเด็นที่น่าสนใจของ AH คือการร่วมทุนในธุรกิจยานยนต์ ปูทางเติบโตในระดับโลก

            “อาปิโก ไฮเทค” ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ขายให้กับค่ายผลิตรถยนต์ทั่วโลกมี Isuzu เป็นลูกค้าหลัก สัดส่วนรายได้จากธุรกิจชิ้นส่วนรถยนต์อยู่ที่ 63% ที่เหลืออีก 37% เป็นรายได้จากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ (แบรนด์ฟอร์ด มิตซูบิชิ และฮอนด้า)

            รายได้ “อาปิโก ไฮเทค”สัดส่วน 72%มาจากในไทย , 23% มาจากมาเลเซียและอีก 5% มาจากประเทศจีน    

*AH ทำสถิติรายได้สูงสุดเมื่อปี 56  

            AH ทำสถิติรายได้สูงสุดเมื่อปี 56 ที่ 1.72 หมื่นล้านบาท แต่ในตอนนั้นความสามารถในการทำกำไรยังไม่โดดเด่น “อัตรากำไรสุทธิ” ยังทำได้ไม่ดีนักเมื่อเทียบกับปี 60 ที่รายได้เริ่มฟื้นกลับสู่ระดับเท่าปี 56 แต่ทำกำไรสุทธิได้สูงกว่า และยังทุบสถิตินับตั้งแต่เข้า ตลาด หุ้น

*อัตราส่วนการทำกำไร AH เริ่มดีขึ้น  

            อัตราส่วนการทำกำไรของ AH เริ่มดีขึ้น ทั้ง ROE, ROA รวมทั้งอัตราส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนผู้ถือหุ้นก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง AH  มีเป้าหมายควบคุมไว้ไม่ให้เกิน 1 เท่า

 

*ทริส เพิ่มแนวโน้มอันดับแครดิต

            จากแนวโน้มธุรกิจและผลกำไรที่ดีขึ้นส่งผลให้ล่าสุด “ทริส เรทติ้ง” ได้  ปรับเพิ่มแนวโน้มอันดับเครดิตองค์กร AH เป็น“Positive”จากเดิม“Stable”มองว่าความสามารถในการทำกำไรน่าจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง บวกกับรายได้จากการลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มมากขึ้น โดยทริสคาดรายได้ AH จะอยู่ที่ราว 17,000-19,000 ล้านบาทในช่วง 3 ปีข้างหน้า

*ลงทุนครั้งใหญ่ในรอบ 5 ปี

            นอกจากความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น AH ยังได้เริ่มขยับขยายการลงทุนครั้งใหญ่ในช่วง 2 ปีมานี้ (60-61) หลังจากที่หลายปีก่อนหน้านั้นตลาดรถยนต์ในไทยซบเซา จึงต้องกระจายความเสี่ยงไปต่างประเทศด้วยซึ่งการลงทุน 2 ครั้งนี้ถือเป็นการลงทุนขนาดใหญ่ที่สุดในรอบ 5 ปี

            เริ่มจาก (1) การเข้าลงทุน 25.10% ใน SGAH ประเทศอินเดียเมื่อกลางปี 60 มูลค่าลงทุน 100 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,500 ล้านบาท เพื่อทำธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ (2) ร่วมทุนสัดส่วน 51% ในวินฟาสท์ ประเทศเวียดนามช่วงกลางปี 61 เพื่อจัดตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ มูลค่าการลงทุนรวม 60 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.8 พันล้านบาท

*ปูทางสู่ตลาดรถยนต์ระดับโลก

            การลงทุนครั้งใหญ่ดังกล่าว นับว่าเป็นการปูทางสู่ตลาดรถยนต์ระดับโลก และยังช่วยลดความเสี่ยงจากการพึ่งพิงรายได้จากในไทยเป็นหลัก เนื่องจาก SGAH ประกอบธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในอินเดีย โปรตุเกส อเมริกาและจีนและจัดส่งชิ้นส่วนยานยนต์ให้กับผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ เช่น General Motors, Continental AG, Maruti Suzuki India Limited และ Ford เป็นต้น ส่วน “วินฟาสท์” เป็นฐานการผลิตใหม่ในเวียดนาม  ซึ่งปีหน้าจะเปิดตัวรถยนต์ 2 รุ่นแรกที่ผลิตในประเทศเวียดนาม

            ทำให้ปัจจุบัน “อาปิโก” มีฐานการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์กระจายไปทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้บริษัทฯ มีฐานรายได้ที่ใหญ่ขึ้นจากระดับปัจจุบัน อาปิโก มีรายได้ต่อปีอยู่ที่ประมาณ 1.5-1.6 หมื่นล้านบาท

            “ทริส เริทติ้ง” ได้กล่าวถึงประเด็นการร่วมทุนกับ วินฟาสท์ ว่ารายได้จากการขายชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ที่ร่วมทุนกับวินฟาสท์ในกิจการร่วมค้าสัดส่วน 51% น่าจะเริ่มส่งผลต่อรายได้ของ AH อย่างชัดเจนหลังปี 62

            แต่ก่อนที่การดำเนินงานของกิจการร่วมค้าจะเริ่มขึ้น AH จะเป็นผู้ผลิตและจัดส่งอุปกรณ์จับยึดและแม่พิมพ์มูลค่าประมาณ 1,700 ล้านบาทให้แก่ วินฟาสท์ ทำให้รายได้ส่วนนี้เข้ามาทันทีในปี 62

*โบรกฯ วิเคราะห์ธุรกิจ ได้ราคาเฉลี่ย 46.30 บ.

            สำรวจฝั่งของนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ จากทั้งหมด 7 ค่าย ในการ วิเคราะห์ธุรกิจ ของ AH ได้ประเมินมูลค่าพื้นฐาน หุ้น AH ในสิ้นปี 61 สูงสุดอยู่ที่ 52.40 บาท และ ต่ำสุดที่ 40.00 บาท หรือเฉลี่ยหุ้นละ 46.30 บาท

            นักวิเคราะห์ประเมินราคาพื้นฐานโดยอิงคาดการณ์กำไรปีนี้โตประมาณ 11 - 12% ซึ่งปีนี้จะเป็นปีแรกที่ AH รับรู้รายได้จาก “ดอกเบี้ยรับ”และ “กำไรจากเงินลงทุน” ใน SGAH เต็มปี

*เทรดที่ P/E ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มยานยนต์

            ปี 62 กำไรจะเพิ่มขึ้นจากการร่วมลงทุน “วินฟาสท์” ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่รวมในประมาณการ พร้อมมองราคาหุ้นปัจจุบัน “ยังไม่แพง” เพราะซื้อขายกันที่ P/E ราว 7-8 เท่า ยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ P/E กลุ่มซึ่งอยู่ที่ 12 เท่า

            บทวิเคราะห์ บล.หยวนต้า คาดกำไรปีนี้ 1,364 ล้านบาท โต 37% YoY ดีกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมสาเหตุหลักมาจากการควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และปีนี้จะรับรู้ส่วนแบ่งกำไรและดอกเบี้ยรับจาก SGAH เต็มปีเป็นปีแรก

            ราคาปัจจุบันซื้อขายที่ P/E ปี 61 ต่ำเพียง 7.9 เท่า เทียบกับราคาเหมาะสมปีนี้ที่ 52.40 บาท บน +1SD ของ P/E เฉลี่ย 3 ปีที่ 12.40 เท่าจึงแนะนำซื้อ  

            เช่นเดียวกับ บล.ฟิลิป กล่าวว่า การเข้าลงทุนใหญ่ 2 รายการดังกล่าวน่าจะเป็นการต่อยอดการเติบโตและถือเป็นการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นผู้เล่นระดับโลกในวงการอุตสาหกรรมยานยนต์ที่มีปริมาณการผลิตทั่วโลกเกือบ 100 ล้านคันต่อปี ประเมินกำไรปกติปีนี้ 1,360 ล้านบาท โต 28.4% YoY แนะนำซื้อ มูลค่าพื้นฐาน 48.50 บาท อิง P/E 11.5 เท่า

            และบล.เออีซี คาดกำไรปีนี้ 1,112 ล้านบาท โต 10% YoY ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากแผนการรุกตลาดยานยนต์ทั่วโลกและดอกเบี้ยรับ SGAH ซึ่งจะรับรู้แบบเต็มปีเป็นปีแรกมูลค่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ/ปี แนะซื้อมูลค่าพื้นฐานปี 2561 ที่ 44.75 บาท

            *การเข้าลงทุนใหญในช่วง 2 ปีนี้ น่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมของ AH ในการเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในตลาดโลกระยะยาว ขณะที่ดอกผลจากการร่วมทุนใน SGAH  “อาปิโก” จะบุ๊คส่วนแบ่งกำไรและดอกเบี้ยรับเข้ามาเต็มปี 61 เป็นปีแรก ส่วนการร่วมลงทุน วินฟาสท์ เวียดนาม จะช่วยเพิ่มอัพไซด์กำไรในปี 62 ให้กับ AH และมีนัยสำคัญในปีถัดไป...ทั้งหมดนี้จะเป็นปัจจัยสนับสนุนฐานรายได้ อาปิโก ขยับสู่หลัก 2 หมื่นล้านในอนาคต.







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh