Stock Insight

“เอเชียซอฟท์”..New games have started!!!

“เอเชียซอฟท์”..New games have started!!!

ย้อนไปสัก 15 ปีก่อนในวงการเกมออนไลน์คงไม่มีใครไม่รู้จัก “Ragnarok Online” ตำนานสุดประทับใจของเหล่าเกมเมอร์

เรากำลังพูดถึงอดีตเจ้าของลิขสิทธิ์เกม “Ragnarok” คือ บมจ.เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น (AS) หุ้นที่เคยขึ้นชื่อเรื่องกำไรดี ปันผลเด่นยีลด์ 8-9% สูสี บมจ. อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) ขนาดวีไอชื่อดังอย่าง "ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร" ยังเคยเข้ามาลงทุน

AS เป็นบริษัทของคนไทยที่ให้บริการเกมออนไลน์ใน 5 ประเทศ คือ ไทย สิงคโปร์ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย มีฐานผู้เล่นเกมออนไลน์ 31 ล้านไอดี รายได้หลักมาจากการขายไอเทมในเกม

หากไปถามเหล่าเกมเมอร์ในวันนี้ว่า “เมื่อนึกถึงเกมออนไลน์คุณนึกถึงใคร?” คำตอบคงไม่ใช่ AS เพราะตั้งแต่หมดยุค “Ragnarok” ก็ยังไม่มีเกมใด ที่กลับมา สร้างชื่อ สร้างกำไรให้ “เอเชียซอฟท์” ได้แบบสุดขีดอีก

*** จุดพลิกผันของเอเชียซอฟท์

เกิดจากการแข่งขันที่ดุเดือดเลือดพล่านในตลาดเกมออนไลน์ กระแสความนิยมของแต่ละเกมที่เปลี่ยนแปลงไว เกมที่จ่ายเงินซื้อลิขสิทธิ์มายังไม่ทันเปิดตัวให้บริการแต่กระแสคนเลิกฮิตไปแล้วก็ต้องเฉือนเนื้อตัดขาดทุนค่าลิขสิทธิิ์ แถมพฤติกรรมเกมเมอร์เปลี่ยนมานิยมเล่นเกมผ่านสมาร์ทโฟน แต่ "AS เชี่ยวชาญในสนามเกมบนเครื่องพีซี" นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังเพิ่มขึ้น จากการเร่งขยายธุรกิจเปิดหลายบริษัท บางบริษัทก็มีผลประกอบการขาดทุน

ส่งผลให้บรรทัดสุดท้ายงวดปี 2557 พลิกมาขาดทุน 390 ล้านบาท ปี2558 ขาดทุนเพิ่มเป็น 475 ล้านบาท และปี2559 ขาดทุนลดเหลือ  216 ล้านบาท

*** เร่งหาจุดกลับตัว หนีขาดทุน

AS เดินหน้าแก้ขาดทุนเริ่มตั้งแต่ทยอยปรับโครงสร้างบริษัทย่อย ทั้งควบรวม ขายออก หรือแม้กระทั่งปิดกิจการ เพื่อให้โครงสร้างองค์กร “กระชับ” ขึ้น และปรับโมเดลการทำธุรกิจกับผู้ผลิตเกมเป็นแบบ Co-Publishing เพื่อลดต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ พูดง่ายๆ คือจะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ก็ต่อเมื่อมีรายได้เกิดขึ้น จากเดิมที่จะต้องควักเงินออกไปก่อน

การปรับโมเดลในการทำธุรกิจส่งผลให้ต้นทุนค่าลิขสิทธิ์เกมเริ่มลดลง สังเกตได้จาก “ต้นทุนขายสินค้าและบริการ” ในปี 2560 ลดเหลือ 56% ของรายได้รวม เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่สูงถึง 73% ของรายได้รวม  นอกจากนี้ “ค่าใช้จ่ายในการบริหาร” ก็ลดลงทั้งในรูปของจำนวนเงินและสัดส่วนต่อรายได้รวมหลังปรับโครงสร้างบริษัท

AS เริ่มพลิกกลับมามีกำไรอีกครั้งในงวดปี 2560 จำนวน 12 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิพลิกเป็นบวกที่ 1.48% และในปี 2561 นี้ “ปราโมทย์ สุดจิตพร” ซีอีโอ AS มั่นใจว่าอัตรากำไรสุทธิน่าจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 10% ขณะที่ผลงานโค้งแรกปีนี้ขาดทุนเล็กน้อย 3.8 ลบ. สาเหตุหลักมาจากรายได้ที่ลดลงในสิงคโปร์และมาเลเซีย 



*** วางแผนทวงคืน"เจ้าพ่อเกม"-ลุ้นกำไรโต 700%

ธุรกิจเกมยังเป็นอาหารหลัก ปีนี้บริษัทฯ วางแผนทยอยเปิดตัวเกมใหม่ 24-26 เกมใน 5 ประเทศ น่าจะช่วง Q2/61 แบ่งเป็นเกมบนพีซี 17 เกมและเกมบนมือถือ 7-9 เกม โดยเกมบนพีซี 17 เกม แบ่งเป็นสิงคโปร์ 2, ฟิลิปปินส์ 5 ( เกมเก่ามารีรัน 2 และเกมใหม่ 3 ), มาเลเซีย 3, อินโดนีเซีย 4 และไทย 3 เกม  ส่วนเกมบนมือถือ 7-9 เกม จะเปิดในทุกประเทศ 4-6 เกม และเฉพาะในมาเลเซีย 3 เกม

แต่การเปิดเกมใหม่ ย่อมมีต้นทุนค่าลิขสิทธิ์ อาจทำต้นทุนการขายเพิ่มตาม

“ปราโมทย์” ชี้แจงว่า การเปิดเกมใหม่นั้นมีค่าลิขสิทธิ์ก็จริงแต่เนื่องจากรูปแบบในการทำธุรกิจกับคู่ค้าเปลี่ยนไปเป็นแบบ Co-Publishing คือจ่ายเงินให้ผู้ผลิตเกมเมื่อมีรายได้จากเกม ทำให้จ่ายค่าลิขสิทธิ์น้อยลงกว่าแบบเดิม ส่วนเกมเก่าที่นำมาพัฒนาใหม่ก็ไม่ได้มีภาระค่าลิขสิทธิ์แล้ว

ประเด็นสำคัญของ AS ในปีนี้คือ จะไม่มีรายการตั้งด้อยค่าลิขสิทธิ์เกมหรือขาดทุนในบริษัทร่วมมาฉุดผลประกอบการ เพราะได้จัดการไปเกือบหมดแล้ว ทำให้ “ปราโมทย์” มั่นใจว่าแนวโน้มกำไรปีนี้น่าจะดีขึ้นตาม "ยอดขาย" ที่คาดโต 15-20% จาก 851 ลบ.ปีก่อน และ "อัตรากำไรสุทธิ" จะเพิ่มขึ้นคาดอยู่ที่ 10% ในปีนี้จาก 1.48% ในปีก่อน  

ลองคำนวณคร่าวๆ หากทุกอย่างเข้าเป้าดังที่ผู้บริหารคาดการณ์ ปีนี้ AS จะมีรายได้ราว 1,000 ล้านบาท และกำไรไม่ต่ำกว่า 100 ล้านบาท หรือโตถึง 700% จากปีก่อนที่กำไรสุทธิเพียง 12 ล้านบาท!

“ปราโมทย์” เชื่อมั่นว่าภาพรวมปีนี้ไม่น่าจะมีอะไรที่แย่ไปมากกว่านี้แล้ว ทั้งผลประกอบการหรือแม้กระทั่งราคาหุ้น น่าจะอยู่ที่ Bottom แล้ว

"ผมเชื่อว่าหลายๆ คนมองเป็นโอกาสด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้ราคาหุ้นเองหรืออะไรก็ลงไม่น่าจะมากไปกว่านี้แล้ว แต่ถ้าเราสามารถพิสูจน์ให้เห็นได้ว่าเราสร้างการเติบโตได้เราสามารถสร้างผลกำไรได้ต่อเนื่อง ผมก็คิดว่าไม่ได้มีอะไรที่น่ากลัว "

*** New games have started : ปูพรมในธุรกิจฟินเทค!

แม้ธุรกิจเกมยังเป็น “อาหารหลัก” ในตอนนี้ แต่อย่าลืมในสนามนี้คู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่าง Garena มีทุนหนากว่า มีหลายเกมที่ถูกใจตลาดมากกว่า เอาใกล้ตัวที่คุ้นหูกัน อย่างเช่น RoV ย่อมดึงเหล่าเกมเมอร์ไปได้มากกว่า แม้คนที่ไม่ใช่สาวกเกมออนไลน์ยังต้องถามว่า RoV คืออะไร

“เอเชียซอฟท์ฯ” จึงเซฟตัวเองด้วยกลยุทธ์ “รักษาฐานที่มั่นเดิม” ด้วยการรื้อเกมเก่ามารีรันอาศัยว่ายังมีแฟนพันธ์แท้อยู่ และแม้จะเปิดเกมใหม่ไปด้วย แต่ก็ยังไม่เห็นว่าจะมีเกมไหนที่ฮิตถึงขั้นเป็น talk of the town  

AS จะไปต่ออย่างไรให้มีสีสัน ทั้งสเตตัสด้านการเงินและราคาหุ้น...

การแถลงข่าวเปิดตัวอาหารหลักจานใหม่อย่าง “ธุรกิจฟินเทค” จึงน่าจับตา เอเชียซอฟท์ ใช้เวลาเกือบ 2 ปีในการพัฒนาแอปพลิเคชั่นด้านการซื้อขายหุ้นและหลักทรัพย์ร่วมกับ สกายเน็ต ซิสเต็มส์ (Skynet) ซึ่งเป็นบริษัทย่อย และจับมือกับพันธมิตร “ซุปเปอร์เทรดเดอร์ โฮลดิ้ง” แถลงข่าวเปิดตัวแพลตฟอร์ม “Social Trading” ซึ่งอาจเข้ามาเป็น STARให้กับเอเชียซอฟท์ แทนธุรกิจเกมในอนาคต

แพลตฟอร์มที่ว่านี้ หัวใจของมันคือ “คน” ที่จะเข้ามาเป็นต้นแบบในการเทรด เดิมคนที่อยากเล่นหุ้นอาจจะ Follow อ่านบทความ ดูคลิปการสอน ของเหล่ากูรูที่ตนชื่นชอบแต่ก็ อาจจะยังเทรดไม่ได้กำไรสักที แต่ระบบนี้ก็เพียงเปลี่ยนมาเป็นการสะกดรอยหรือ copy การเทรดของกูรูซะเลย!!  (แต่กูรูเหล่านั้นต้องสมัครเข้ามาอยู่ในระบบนะ)

พันธมิตร AS อย่างซุปเปอร์เทรดเดอร์ เป็นกลุ่มของนักเทรดที่ใหญ่ที่สุดในไทย เหล่าเทรดเดอร์มืออาชีพจะเข้ามาเติมเต็มให้แพลตฟอร์มนี้สมบูรณ์ โดยการเข้ามาสมัครเป็น MASTER ในระบบ ให้นักลงทุนที่สมัครใช้ระบบนี้ได้เลือกติดตามกูรูที่ตนเองชื่นชอบ และระบบจะทำหน้าที่คัดลอกการเทรดตาม MASTER ให้เลย อารมณ์เหมือนเราเป็นแฟนคลับดาราคนไหนเราก็จะเลือกติดตามคนนั้น FC ของใครของ'มัน "การเทรดหุ้นก็เช่นกัน" และมากกว่าเรื่องหุ้นคือ ระบบนี้ยังรองรับการเทรด Cryptocurrencies ได้ด้วย 

ในต่างประเทศ Social Trading Platform ที่ฮ็อตๆ จะมีอยู่ 2 รายคือ บริษัท etoro ใช้ชื่อแพลตฟอร์ม “eToro” และ บริษัท ayondo ใช้ชื่อแพลตฟอร์ม “WeTrade” ซึ่ง ayondo เพิ่ง  จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสิงคโปร์เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมานี่เอง

ในประเทศไทยเอง Skynet ในเครือเอเชียซอฟท์ ผนึกกำลัง “ซุปเปอร์เทรดเดอร์” บุกเบิกและผลักดันให้ Social Trading Platform เกิดขึ้น เพื่อเปิดมิติใหม่ของการลงทุนให้กับคนไทย

ส่วนโมเดลนี้จะประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด “ต้องติดตาม” เพราะนั่นคือการชี้ชะตา S curve ตัวใหม่ของ AS เลยทีเดียว ซึ่งผู้บริหารคาดว่าน่าจะเปิดให้บริการได้ราวไตรมาส 3 ปีนี้.


 


 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh