Stock Insight

GCAP ปรับทิศธุรกิจ ส่งซิกปีนี้เทิร์นอะราวด์ครั้งใหญ่!

GCAP ปรับทิศธุรกิจ ส่งซิกปีนี้เทิร์นอะราวด์ครั้งใหญ่!

*** GCAP ทำอะไร
    บริษัท จี แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ GCAP เดิมทีเป็นผู้ดำเนินธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร อาทิ รถเกี่ยวนวดข้าว รถพรวนดิน รถแทรกเตอร์ เป็นต้น โดยช่วงแรกของการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เมื่อปี 56 ผลประกอบการสดใสเลยทีเดียว เพราะเป็นบริษัทที่มีอัตรากำไรสุทธิสูงมากกว่า 30% แม้จะมีรายได้ไม่เกิน 200 ล้านบาทต่อปี แต่การทำกำไรถือว่ามีประสิทธิภาพสูง
    โดยปี 56 มีรายได้ 163.40 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 42.81 ล้านบาท ปี 57 มีรายได้ 186.22 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 59.42 ล้านบาท และปี 58 มีรายได้ 177.35 มีกำไรสุทธิ 55.21 ล้านบาท ซึ่งในช่วงนั้นมีส่วนต่างอัตราอกเบี้ยรับและดอกเบี้ยจ่าย (NIM) อยู่ในระดับมากกว่า 13% 

*** “ภัยแล้ง” จุดเปลี่ยนทางธุรกิจ
    แต่ ! เนื่องจากฐานลูกค้าทั้งหมดเป็นกลุ่มเกษตรกร เมื่อเกิดปัญหาภัยแล้งและราคาพืชผลเกษตรกรรมตกต่ำ จะส่งผลกระทบต่อการปล่อยสินเชื่อและการเรียกเก็บหนี้สินเชื่อทันที
    ซึ่งปัญหาข้างต้นได้ส่งสัญญาณตั้งแต่ปลายปี 58 และสะท้อนได้ชัดเจนจากงบการเงินปี 59 และ ปี 60 ที่กำไรลดฮวบ NIM ลดลงเหลือต่ำกว่า 12% อัตรากำไรสุทธิเหลือเพียง 27.05% และ 13.61% ตามลำดับ ขณะที่หนี้เสียก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากระดับ 9-15 ล้านบาท พุ่งเป็น 38.03 ล้านบาท ณ สิ้นปี 60

ข้อมูลงบการเงินย้อนหลัง

ปี 57

ปี 58

ปี 59

ปี 60

สินทรัพย์รวม

1,057.71

978.94

886.82

1,561.21

หนี้สินรวม

752.70

649.20

553.80

1,229.54

ส่วนของผู้ถือหุ้น

305.01

329.74

333.02

331.67

รายได้รวม

186.22

177.36

152.63

198.60

กำไรสุทธิ

59.42

55.21

41.28

27.02

กำไรต่อหุ้น (บาท)

0.30

0.28

0.21

0.14

อัตรากำไรสุทธิ(%)

31.91

31.13

27.05

13.61

มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด

752.00

568.00

572.00

1,420.00

P/E (เท่า)

13.16

10.33

12.78

40.65

P/BV (เท่า)

2.58

1.80

1.77

4.32

D/E (เท่า)

2.47

1.97

1.66

3.71

ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (%)

13.54

13.02

12.08

11.44

หนี้สูญและหนี้สงสัยจะสูญ

15.04

9.21

9.78

38.03

อัตราการจ่ายเงินปันผลจากกำไรสุทธิ (%)

53.68

72.45

72.64

96.23

อัตราส่วนเงินปันผลตอบแทน(%)

1.96

5.63

6.99

2.11

*** GCAP ปรับตัวอย่างไร
    บริษัทปรับกลยุทธ์ด้วยการเพิ่มการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อเช่าซื้อกลุ่มอุตสากรรมท่องเที่ยว เพื่อกระจายความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรอย่างเดียว ประกอบด้วย 
    1."สินเชื่อสบายใจตลาด" ปล่อยกู้ให้กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการในตลาดชั้นนำของประเทศ เช่น ตลาดคลองเตย, ตลาดปัฐวิกรณ์ และ ตลาดบางพลี เป็นต้น ซึ่งมีฐานลูกค้ากว่า 2,000-3,000 รายต่อแห่ง 
    2."สินเชื่อสบายใจพนักงาน" ร่วมมือกับผู้บริหารและฝ่ายบุคคลของบริษัทต่างๆ ในการให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล (รูปแบบสินเชื่อสวัสดิการ) ให้กับพนักงานจากองค์กรที่เข้าร่วมโครงการ โดยการผ่อนชำระค่างวด จะใช้การหักออกจากบัญชีเงินเดือนโดยอัตโนมัติ  
    3."สินเชื่อสบายใจอันดามัน" บริการสินเชื่อเช่าซื้อสำหรับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โดยเน้นกลุ่มผู้ประกอบการที่ต้องการจัดซื้อเรือสปีดโบ๊ทเพื่อทำธุรกิจท่องเที่ยว หรือนำเรือสปีดโบ๊ทมารีไฟแนนซ์ เพื่อนำเงินทุนไปใช้ในการต่อยอดธุรกิจ หรือ ปรับปรุง ซ่อมแซมเรือที่มีอยู่
    โดย ณ สิ้นปี 60 สัดส่วนรายได้จากสินเชื่อกู้ยืมและสินเชื่อบุคคลเพิ่มขึ้นเป็น 18.14% จากปี 59 ที่ 6.65% และปี 58 ที่ 2.19%

*** GCAP เปลี่ยนไปอย่างไร
    “สเปญ จริงเข้าใจ” กรรมการผู้จัดการ GCAP เปิดเผยว่า ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ปี 60 เพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1,120 ล้านบาท จากเดิมที่อยู่ราว 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการที่บริษัทมีการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ
    โดย ณ สิ้นปี 60 บริษัทมีลูกหนี้คงค้างรวม 1,447.85 ล้านบาท ปรับเพิ่มขึ้นทุกกลุ่ม ดังนี้ 
    1.ลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อ (เกษตร+ท่องเที่ยว) 1,013.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56% โดยมีลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อที่ครบกำหนดภายใน 1 ปี 370.67 ล้านบาท
    2.ลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคล 328.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 197.88% โดยจะครบกำหนดภายใน 1 ปี 175.68 ล้านบาท
    3.ลูกหนี้สินเชื่อนิติบุคคล 81.87 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,844.96% ครบกำหนดภายใน 1 ปี 42.53 ล้านบาท
    4.ลูกหนี้อื่น ๆ รวม 24.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 967.97%
    และสินเชื่อใหม่ที่เข้ามาช่วงปี 60 จะรับรู้รายได้เต็มปีในปีนี้

*** อนาคตและโอกาสของ GCAP 
    "สเปญ จริงเข้าใจ" กล่าวต่อไปว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มอีก 1,800 ล้านบาท เติบโต 60% จากปีก่อน แบ่งเป็นสินเชื่อเช่าซื้อ 60% และ สินเชื่อส่วนบุคคล 40%
    ซึ่งสินเชื่อเช่าซื้อจะขยายตลาดอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้น ผ่านโครงการ "สินเชื่อสบายใจอันดามัน" ซึ่งยังมีฐานลูกค้ากลุ่มผู้ให้บริการเรืออีกจำนวนมาก ขณะเดียวกันเตรียมขยาย "สินเชื่อสบายใจตลาด" โดยจะเพิ่มตลาดไทอีก 1 แห่ง ซึ่งมีเป้าหมายฐานลูกค้าไม่ต่ำกว่า 4,000 ราย 

    โดยการปล่อยสินเชื่อกลุ่มใหม่บริษัทมีนโยบายปล่อยวงเงินไม่เกินรายละ 5 ล้านบาท เพื่อควบคุมความเสี่ยงหนี้เสีย 
    ซึ่งคาดว่าในปีนี้ NPL จะลดลงเหลือไม่เกิน 3% จากปีก่อนที่ 3.5%

*** เล็งเพิ่มทุนในปีนี้ ลดต้นทุนการเงิน
    ขณะที่บริษัทเตรียมเพิ่มทุนจดทะเบียนภายในปีนี้เพื่อนำเงินขยายธุรกิจและปรับโครงสร้างหนี้จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 3.71 เท่า ซึ่งต้องการลดลงให้เหลือไม่เกิน 2 เท่า เพื่อการบริหารต้นทุนทางการเงินให้ดียิ่งขึ้น
    โดย ณ สิ้นปี 60 บริษัทที่มีหนี้สินที่มีดอกเบี้ยรวมประมาณ 1,152.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนราว 130% ประกอบด้วย 
    1.เงินกู้ระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 180 ล้านบาท กำหนดชำระไม่เกิน 6 เดือน ดอกเบี้ย MLR-0.5% 
    2.หุ้นกู้มูลค่ารวม 972.21 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5.5% โดยจะมีหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระใน 1 ปี 199.92 ล้านบาท กำหนดชำระ 29 เม.ย.61 ส่วนปี 62 มีหุ้นกู้ครบกำหนดชำระ 674.50 ล้านบาท ที่เหลือชำระในปีถัดไป
    ทั้งนี้ปี 60 บริษัทมีดอกเบี้ยจ่าย 39.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 35.08% จากปีก่อนหน้า
    "เราต้องการควบคุมต้นทุนการเงินให้ต่ำลงเพื่อเพิ่มกำไรให้มากขึ้น ซึ่งหากยังพึ่งพิงการกู้เงินหรือออกหุ้นกู้อาจจะหลุดจากวงจรนี้ลำบาก ซึ่งต้องมีการเพิ่มทุนสักหนึ่งครั้ง เพื่อรองรับการขยายสินเชื่อไปอีกอย่างน้อย 3-5 ปี แต่รายละเอียดการเพิ่มทุนยังไม่สามารถเปิดเผยได้"
    นักวิเคราะห์ บล.เอเชีย พลัส ประเมินว่า  GCAP อาจจะต้องเพิ่มทุนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท เพื่อให้ D/E ปรับลดลงไปเหลือ 2 เท่า โดยคาดว่าจะเป็นการจัดสรรให้กับผู้ถือหุ้นเดิม

*** กูรูคาดปีนี้กำไรพุ่ง 160% ให้เป้าหมาย 10.80 บาท
    นักวิเคราะห์ บล.ไอร่า คาดว่า ปีนี้กำไรสุทธิของ GCAP จะเติบโตไม่ต่ำกว่า 160% เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อที่ปล่อยปี 60 ประมาณ 1,120 เต็มปี โดยกว่า 500 ล้านบาทมาจากสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ที่เข้ามาในไตรมาส 4/60 หลังผ่านพ้นช่วงฤดูแล้งไปแล้ว ซึ่งสินเชื่อประเภทนี้มี Yied สูง 
    ส่วนสินเชื่อตลาดก็จะช่วยผลักดันรายได้กำไรให้เติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ยอดปล่อยสินเชื่อใหม่ปีนี้จะเข้ามาช่วยสนับสนุนการรับรู้รายได้เพิ่มขึ้นอีก 
    คาดว่า NIM จะกลับไปอยู่ในระดับเหนือ 14-15% และทำให้กำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประเมินกำไรสุทธิปี 61 ระดับ 86.10 ล้านบาท แนะนำ "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 10.80 บาท มีอัพไซด์จากราคาปัจจุบันกว่า 130%
    อย่างไรก็ตามยังมีความเสี่ยงเรื่องไดลูชั่นเอฟเฟกจากการเพิ่มทุน ซึ่งต้องรอความชัดเจนจากบริษัท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh