Special Interview

                          
             
  

                         สัมภาษณ์พิเศษ

สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุนำฝูงบินครอบครัวข่าว3 ฝ่ากระแสโลก


        
    ต้องยอมรับว่าในปี 2552 ทุกธุรกิจเร่งปรับกลยุทธ์แบบนาทีต่อนาที เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ที่เปลี่ยนผันกับภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลงอย่างรุนแรง แต่ถือว่าประเทศไทยยังโชคดี เพราะมีหลายธุรกิจได้รับอานิสงส์ในช่วงเศรษฐกิจตกสะเก็ด และหนึ่งในนั้นคือธุรกิจสื่อบันเทิง วันนี้ eFinanceThai.com มีโอกาสไปสัมภาษณ์แบบเจาะลึกกับผู้บริหารฝีมือฉกาจแห่งค่ายวิก 3 พระราม 4 'คุณสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์' ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) หรือ BEC ที่สะท้อนถึงจุดแข็งของช่อง 3 และกลเม็ดเด็ดในการดำเนินธุรกิจ รวมถึงวิธีบริหารจัดการเม็ดเงินโฆษณาในสื่อทีวีช่วงภาวะเศรษฐกิจซบ ไปติดตามบทสัมภาษณ์เต็มๆ ได้เลยค่ะ.......


****BEC กับเป้าหมายการเติบโตในปี 2552 เป็นอย่างไร

          ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า หลายๆ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมเริ่มเผชิญกับปัญหามาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2551 ที่วิกฤตเศรษฐกิจการเงินของโลกเริ่มทรุด ผนวกกับปัญหาการเมืองภายในประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายชะลอการลงโฆษณางบค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น และบางรายถึงกับต้องตัดงบโฆษณาออกไป แต่ในส่วนของช่อง 3 นั้น พบว่าในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาสวนกระแสอุตสาหกรรมโฆษณา ทั้งรายได้และกำไรเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักมาตลอด ซึ่งในปี 2552 หลายคนคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบ และหากอุตสาหกรรมติดลบ เราเองจะพยายามที่จะประคองตัว ไม่น่าจะลดไปจากปี 2551
          ต้องเรียนว่าในปี 2551 เป็นปีทองของช่อง 3 ผลประกอบการดีมาก โดยปี 2551 กำไรสุทธิ 2,875 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อน และถ้าทุกอย่างคล้ายๆ กับในปีก่อน และหาก 3-4 เดือนข้างหน้าวิกฤตการเมืองดีขึ้น ก็มองเห็นโอกาสการเติบโต โดยในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2552 ก็น่าจะดีขึ้น ขณะที่รายได้ทั้งปีน่าจะเติบโตอยู่ที่ประมาณ 4-5% แต่ทั้งนี้ตัวแปรสำคัญ คือ สภาพเศรษฐกิจ

****คำถามสุดฮิตในขณะนี้.....ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวช่อง 3 รับมืออย่างไรบ้าง

          กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจปี 2552 เราจะเน้นที่บันเทิง ละครหลังข่าว ที่มีส่วนแบ่งผู้ชมเพิ่มขึ้น เพราะมีละครที่ตอบโจทย์สินค้าของลูกค้าที่สนใจจะเข้ามาลงโฆษณาของทางช่อง และช่อง 3 เองก็มีรายการข่าวที่มากที่สุด ครอบครัวข่าวคิดเป็น50%ของรายได้และในปี 2551 ที่ผ่านมาครอบครัวข่าวรายได้เพิ่มกว่า 21% เมื่อเดือน ส.ค.51 มีรายการข่าว 3 มิติ เพิ่มเข้ามา ก็ถือว่าการตอบรับดี ส่วนในปี 2552 เราเองยังมีรายการข่าวหลักที่สร้างรายได้ให้กับช่องและได้รับความนิยมจากผู้ชม คือ เรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ และข่าว 3 มิติ

****ปัจจุบันแบ่งสัดส่วนเนื้อหารายการของช่อง 3 อย่างไร

          เนื้อหารายการแบ่งออกเป็นรายการข่าว 50% และรายการบันเทิง 50% โดยช่อง 3 จะพยายามที่จะเพิ่มรายการเด็กมากขึ้น โดยในปีก่อนเรามีรายการถ้าคุณแน่อย่าแพ้ ป.4 ตอนนี้เปลี่ยนชื่อรายการเป็น ถ้าคุณแน่อย่าแพ้เด็กประถม ซึ่งรายการแบบนี้ก็ถือว่าสนุก เพิ่มแง่มุมความคิด เป็นแนววาไรตี้ ส่วนรายการข่าวนั้น ก็มีรายการข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องเด่นเย็นนี้ และเรื่องเล่าเสาร์อาทิตย์ โดยอาจจะมีการปรับปรุงแบบการนำเสนอข่าวมากขึ้น
          โดยแม้รายการของเราจะมีมาก แต่เราก็เน้นที่จะทำให้มีคุณภาพ โดยเฉพาะรายการด้านข่าว ที่เน้นทั้งคุณภาพและปริมาณ ยังจะเน้นเนื้อหาในเรื่องการรณรงค์เกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เพิ่มมากขึ้น พร้อมกันนั้นทางสถานี ยังจะเพิ่มศักยภาพในการนำเสนอข่าวสารให้รวดเร็วและทันต่อสถานการณ์มากยิ่งขึ้น

****จะมีนวัตกรรมใหม่ๆ อย่างไรเข้ามาช่วยเสริมการรายงานข่าว

          เราเริ่มใช้ฝูงบินข่าวช่วงมีนาคมที่ผ่านมา โดยนำฝูงบินครอบครัวข่าว มาใช้ในการรายงานข่าวโทรทัศน์ ชูความล้ำยุคในด้านความรวดเร็ว รูปแบบการนำเสนอและเนื้อหาที่แตกต่าง ประกอบด้วยเครื่องบินเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำและเครื่องบินใบพัดรวม 3 ลำ คือ Cessna 172, Cirrus SR 20 และ Piper PA31-350 โดยเช่าจากบริษัท โรยัลแอร์พอร์ทเซอร์วิสเซส จะออกปฏิบัติการแยกตามภารกิจของรายการข่าวต่างๆ คือ ภารกิจฉุกเฉิน สำหรับเหตุการณ์หรือภัยพิบัติต่างๆ ภารกิจประจำ สำหรับรายงานสภาพและเหตุการณ์ประจำวัน รายงานการจราจร ภารกิจเฉพาะกิจ สำหรับรายงานสภาพหรือสถานการณ์ที่ถูกกำหนดขึ้นเป็นภารกิจเฉพาะกิจ และภารกิจทั่วไป สำหรับการขนส่งเพื่อสนับสนุนรายการข่าวหรือกิจกรรมสถานี
อาทิ รายงานข่าวจราจรทางรายการเรื่องเล่าเช้านี้ การรายงานข่าวทางรายการข่าว 3 มิติ

****กังวลหรือไม่ที่ผู้ชมบางกระแสเห็นว่าช่อง 3 มีรายการข่าวมากเกินไปอาจทำให้เกิดความเบื่อในการรับชม

          ไม่กังวล เพราะปัญหาของคนดูทีวี คือ ช่วงเวลา ซึ่งคนส่วนใหญ่จะมีเวลาที่ไม่ตรงกัน กลุ่มของคนที่ดูข่าวในแต่ละช่วงเวลาก็แตกต่างกันไป ซึ่งช่วงคนดูตอนรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ก็จะเป็นผู้ชมที่เป็นแม่บ้าน หรือพ่อบ้าน ส่วนช่วงเที่ยงหรือบ่ายก็จะเป็นผู้ชมอีกกลุ่มหนึ่ง เป็นคนทำงาน ซึ่งแม้ว่าตอนเช้าจะได้รายงานข่าวไปแล้ว แต่ในการนำเสนอข่าวในช่วงเวลาต่างกันแม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน วิธีในการนำเสนอก็จะแตกต่างกันด้วย เพราะว่ามุมมองของรายการและผู้ดำเนินรายการแตกต่างกันไป การที่มีรายการข่าวหลายเวลา น่าจะช่วยให้ตอบโจทย์คนดูได้ทุกกลุ่มเป้าหมาย ก็ต้องยอมรับว่าเด็กที่จะกลับเข้ามาบ้านก็ช่วงหลัง 16.00 น. และช่วง 21.00-22.00น.ก็เข้านอน ซึ่งหลังจากนั้นก็เป็นช่วงเวลาของคนกลุ่มทำงาน ซึ่งเราก็จะมี
รายการที่ตอบสนองให้กับผู้ชมในช่วงดึกด้วย

****จุดแข็งของรายการข่าวของช่อง 3 ที่ยังอยู่ในใจของผู้ชมเพราะอะไร

          1.เรื่องของการรักษาความนิยม โดยมีทั้งรายการบันเทิงและรายการข่าวที่ควบคู่กันไป
          2.สร้างความนิยม ของรายการใหม่ๆ ให้มากขึ้น อาทิ ละครหลังข่าว
          3.รายการข่าวเมื่อเปรียบเทียบกับรายการอื่น ก็สร้างรายได้ให้กับช่องเป็นอย่างดี เพราะสร้างรายได้ให้กับสถานีได้มากกกว่ารูปแบบการนำเสนอรายการอื่น

****จะมีการปรับราคาโฆษณาหรือไม่

          ภาพรวมแล้วในปี 52 เศรษฐกิจไม่ดี เราเองก็ไม่ได้ต้องการที่จะไปตอกย้ำลูกค้า โดยเราจะขึ้นแต่รายการที่สำคัญๆ เท่านั้น โดยจะปรับ 2 รายได้แก่ รายการ ตี10 และรายการสตอร์เบอร์รี่ชีสเค้ก ซึ่งรายการตี 10 เป็นรายการวาไรตี้โชว์ เรทติ้งการชมรายการสูง แต่ราคาโฆษณาถือว่าค่อนข้างต่ำกว่าคู่แข่ง และต่ำกว่ารายการของช่อง 3 ในช่วงเวลาเดียวกันอีก น่าจะเป็นการปรับเพื่อสะท้อนราคาเวลาออกอากาศช่วง 22.30 น.โดยปรับราคาค่าโฆษณา 12% จาก 285,000 บาทต่อนาที เป็น 320,000 บาทต่อนาที ส่วนรายการสตอร์เบอร์รี่ชีสเค้ก ปรับขึ้น 22% จาก 180,000บาทต่อนาที เป็น 220,000 บาทต่อนาที
          โดยเมื่อช่วงเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ได้ปรับค่าโฆษณาขึ้น อาทิ รายการซิทคอม เฮง เฮง เฮง และ ผู้กองเจ้าเสน่ห์ ปรับขึ้น 10% จาก 300,000 บาทต่อนาที เป็น 330,000 บาทต่อนาที และรายการเกมโชว์ ศึก 12 ราศี ปรับขึ้น 4% จาก270,000 บาทต่อนาที เป็น 280,000 บาทต่อนาที

****ต้องมีการปรับผังรายการอีกหรือไม่

          การปรับผังรายการเป็นไปตามความเหมาะสมของทีวี เป็นระบบของการทำธุรกิจ ไม่เหมือนกับธุรกิจอื่นๆ ไม่เหมือนอุตสาหกรรม ส่งออก หรืออื่นๆ เพราะเป็นเรื่องของผู้ชม และความมีรสนิยมของคนดู ซึ่งในธุรกิจการขายโฆษณาแตกต่างกับธุรกิจอื่นๆ อย่างที่ได้เคยบอกไว้ หากมีการแข่งขันในธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้น ก็เท่ากับว่าธุรกิจ ทีวี ก็จะได้รับโฆษณาที่เพิ่มขึ้น เพราะช่องทางในการลงโฆษณาทีวีถือว่าครอบคลุมสัดส่วนของผู้ชมมากทีเดียว ทั้งหลายทั้งปวงนี้ หากจะต้องปรับผังหรือปรับค่าโฆษณา ก็ต้องขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัย นี้ คือ 1. ดูสภาพการแข่งขัน 2.ความสารถของการทำรายการให้ได้รับความนิยม

****รายการช่วงไหนของช่อง 3 เป็นช่วงที่ดีที่สุด

          ปัจจุบันรายการข่าว 3 มิติ มีเรตติ้งอยู่ที่ 4 จุดทั่วประเทศ และ 6 จุด ในเขตกรุงเทพฯ ซึ่งถือเป็นระดับที่ดีสำหรับรายการข่าว รวมถึงมีละครหลังข่าวควบคู่ไปเป็นตัวขับเคลื่อนรายได้หลัก

****ส่วนแบ่งการตลาดของช่อง 3 เป็นอย่างไร

          ช่อง 3 เรามีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ประมาณ 28.1% คิดเป็นอันดับ 2 ของทุกๆ สถานี ส่วนอันดับ 1 คือ ช่อง 7 มีมาร์เก็ตแชร์อยู่ที่ 31% ซึ่งช่อง 3 มีส่วนแบ่งคนดูปี
51 เฉลี่ย 27-28%

****ในช่วงไตรมาส 1/52 ผลงานเป็นอย่างไรบ้าง

          เงินโฆษณาทีวี ม.ค. ช่อง 3 โต 27% เทียบกับ ม.ค.ปีก่อน ขณะที่อุตสาหกรรมโต 11% โดยน่าจะเป็นผลจากช่วง ม.ค.ปีก่อนมีฐานที่ต่ำ เพราะมีรายการร่วมไว้อาลัยค่อนข้างมาก ขณะที่ช่อง 3 ได้เปรียบ เพราะว่าเรามีรายการของบริษัทฝน ในเครือ อาทิ บีอีซี เทโร ซึ่งก็ยังคงมีสัดส่วนในการลงโฆษณาผ่านช่อง 3 ด้วยเช่นกัน ซึ่งรายการที่มีค่าโฆษณาต่อนาทีสูงที่สุดอยู่ที่ 450,000 บาทต่อนาที รวมถึงเรายังเน้นที่รักษาการเติบโตให้ต่อเนื่อง และพยายามประคับประคองผลการดำเนินงานรวมถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น

****BEC มีแผนแตกไลน์ไปรุกธุรกิจอื่นๆ บ้างหรือๆไม่

          BEC มีความสนใจในธุรกิจทีวีดาวเทียม หรือ Satellite Television หมายถึง การกระจายเสียงสัญญาณโทรทัศน์ผ่านทางดาวเทียมไปยังผู้รับที่มีอุปกรณ์ในการรับสัญญาณจากดาวเทียม หรือ การทำธุรกิจทางโทรทัศน์อย่างหนึ่งคล้ายการทำธุรกิจเคเบิลทีวี คือ ผู้ใช้ต้องการรับสัญญาณโทรทัศน์ที่นอกเหนือขอบเขตการรับของพื้นที่ที่ตนอยู่ โดยสัญญาณโทรทัศน์จะส่งมาทางดาวเทียม ผู้รับที่จะรับสัญญาณได้ต้องซื้ออุปกรณ์รับสัญญาณ เช่น จานรับ และบริษัทฯ ได้สนใจเรื่องเคเบิลทีวี โดยขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ แต่ตอนนี้เราเองก็มีศักยภาพเพียงพออยู่แล้ว ทั้งทีมงานฝ่ายผลิตละคร และรายการข่าว ปัจจุบันรอเพียงความชัดเจนกฎหมายและการกำหนดการทำแผนแม่บทธุรกิจสื่อสารของภาครัฐ แต่ก็ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเข้ารุกธุรกิจนี้ เพราะช่องรายการฟรีทีวียังเป็นทางเลือกที่ดีของผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆ ที่ต้องการลงโฆษณา เนื่องจากเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้ชมได้มากที่สุด และได้รับผลตอบรับได้รวดเร็วถ้าเราดู ดู กันก็จะพบว่าการแข่งขันก็ยังมีอยู่สูง และความชัดเจนก็ไม่มีมากนัก ภาพยังไม่ชัด หากเราลงไปทำตอนนี้คงยังไม่ดี

****สุดท้ายอยากฝากอะไรถึงนักลงทุน

          หุ้นของ BEC ค่อนข้างแข็งแกร่ง เราเป็นบริษัทฯ ผู้ผลิตรายการทีวี ฐานะต่างๆ ค่อนข้างมั่นคง และในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา การเติบโตของรายได้ และผลกำไรก็เติบโตต่อเนื่องทุกๆ ปีในอัตราที่สูง และอัตราในการจ่ายเงินปันผลต่อผู้ถือหุ้นก็ต่อเนื่อง เพราะว่าเราเองไม่มีการลงทุนใหญ่ๆ ที่ต้องใช้วงเงินมาก และยังมีกระแสเงินสดในมือ ซึ่งปกติ BEC จ่ายปันผลไม่ต่ำกว่าร้อยละ 90 ของกำไรสุทธิของงบการเงินรวม ซึ่งในปี 2550 จ่ายปันผลครึ่งปีแรก 0.60 บาทต่อหุ้น โดยปลายปี 2551 คาดว่าจะจ่ายอีก 0.60 บาทต่อหุ้น หรือ 0.80 บาทต่อหุ้น คงจะต้องรอการพิจารณาของบอร์ดในช่วงเดือน มี.ค.นี้
          อย่างไรก็ตาม แม้ในปี 2552 ภาวะเศรษฐกิจจะย่ำแย่ แต่ BEC จะพยายามรักษาระดับนโยบาย นั้นก็หมายความว่า....กำไรยังดี นโยบายชัดเจนที่จะเพิ่มรายได้
ควบคุมค่าใช้จ่าย ต้นทุนก็น่าจะดีขึ้น ..


นันท์นภัส เปี่ยมสมบูรณ์
eFinanceThai.com