สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

Special Interview

| 21 มิถุนายน 2561

XO มั่นใจปีนี้มาแน่ ยอดขายซอสส่งออกโต ปัจจัยบวกหนุนเพียบ

XO มั่นใจปีนี้มาแน่ ยอดขายซอสส่งออกโต ปัจจัยบวกหนุนเพียบ

          หุ้น XO หรือ บมจ.เอ็กโซติค ฟู้ด บริษัทในตลาด mai ที่ทำผลงานไตรมาส 2/61 ออกมาดีเกินคาด ทำให้นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการกำไร และยัง วิเคราะห์ธุรกิจ XO ว่าจะดีต่อเนื่องถึงปี 62      

          สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย มีโอกาสสัมภาษณ์ “จิตติพร จันทรัช” กรรมการผู้จัดการ ผู้ปลุกปั้น XO โดยมีสินค้าหลัก เป็นซอสปรุงรสแบรนด์ “EXOTIC” แม้ผลิตในไทยแต่ส่งออกไกล 60 ประเทศทั่วโลก เขาจะมาเล่าถึงโอกาสของธุรกิจซอสที่จะโตตามความนิยม “อาหารไทย” ใน The next mega trends  

#XO ปรับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้เป็น 10-15%

          “เอ็กโซติค ฟู้ด” แจ้งผลประกอบการครึ่งปีแรกออกมาดีเกินคาด มีกำไรสุทธิ 89 ล้านบาทเติบโต 196.84% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และยังมากกว่าปีก่อนทั้งปีที่มีกำไร 59 ล้านบาท

          บริษัทฯ จึงคิดว่าเป้ารายได้เดิมที่ 5-10% อาจไม่ท้าทายแล้ว จึงตัดสินใจขยับตัวเลขขึ้นเป็น 10-15% และหากทำได้ตามนี้เท่ากับว่ารายได้และกำไรของ XO ในปี 2561 จะสูงที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้ง   

          “ตอนต้นปีบริษัทฯ ตั้งเป้าโต 5-10% ผ่านไปครึ่งปีโตอยู่ 10% เราก็เลยจะปรับเป้ารายได้เป็นโต 10-15% โดยอัตรากำไรขั้นต้นครึ่งปีแรกทำได้ถึง 36% จาก 20.9% ในช่วงเดียวกันปีก่อนและทิศทางดูดีขึ้น เช่นเดียวกับอัตรากำไรสุทธิครึ่งปีแรกอยู่ที่ประมาณ 16% และเชื่อว่าจะดีขึ้นไปอีก”

#ครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งปีแรก-ราคาวัตถุดิบลด

          ผลประกอบการครึ่งปีแรกที่ออกมาดีมาก ทำให้มีคำถามว่า ครึ่งปีหลังจะยังดีต่อเนื่องหรือไม่? แล้วครึ่งปีที่ผ่านมาหากดีเพราะต้นทุนวัตุดิบลด แล้วครึ่งปีหลังจะยังได้อานิสงส์นี้อยู่ไหม?  กรรมการผู้จัดการ XO ขจัดข้อสงสัยในประเด็นนี้ว่า

          “ครึ่งปีหลังนี่ผมว่าดีกว่าครึ่งปีแรกครับ เหตุผล คือ เราได้เริ่มปรับขึ้นราคาสินค้าเฉลี่ยประมาณ 2% ครึ่ง ส่วนราคาวัตถุดิบก็ได้ซื้อล่วงหน้าไว้แล้วตั้งแต้ต้นปีคือน้ำตาล ตอนนี้ราคาก็ถูก และบริษัทฯ ก็ยังเซ็นเพิ่มอีก เพราะมองว่าใน Q4 น้ำตาลจะไม่พอ พอไปเซ็นเพิ่มก็ได้ต้นทุนถูกลงอีกประมาณ 15% เพราะฉะนั้นใน Q4 เราจะมีน้ำตาลที่ถูกลงไปกว่า ณ ตอนนี้เข้ามาใช้ที่โรงงานใหม่อีก 15%”

#โรงงานใหม่ XO จะผลิตเต็มที่ใน 1-2 ปี

          XO มีโรงงานผลิตซอส 2 แห่ง โดยแห่งแรกที่แหลมฉบัง (กำลังการผลิต 7,399 ตัน/ปี) มีมาตั้งแต่ก่อตั้ง ส่วนแห่งที่ 2 (กำลังการผลิต 14,750 ตัน/ปี) ตั้งอยู่ที่ นิคมอมตะซิตี้ จ.ระยอง เพิ่งสร้างเสร็จและเดินเครื่องผลิตเมื่อไตรมาส 3/60  ปัจจุบันใช้กำลังการผลิต 50% และบริษัทฯ มีเป้าหมายใช้กำลังการผลิตให้ถึง 70% ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า

          บริษัทฯ กำลังสร้าง Production Line ใหม่อีก 1 Line ซึ่งจะเริ่มเดินเครื่องการผลิตได้ในต้นปีหน้า (2562) ด้วยงบประมาณลงทุน 50 ล้านบาท และเป็นตัวเลขที่อยู่ในงบประมาณที่ตั้งไว้อยู่แล้ว  

          “ภายในปีหน้าหรือปีต่อไป เราว่ากำลังการผลิตจะถึง 70% แน่นอนแล้วพอถึง 70% กำไรน่าจะดีขึ้น เพราะ 70% จะเท่ากับตอนอยู่ที่โรงงานเดิมแบบ Full capacity”  

#XO โตตาม Mega trends อาหารไทย

          “อาหารไทย” เป็นที่นิยมในตลาดโลก และกำลังเป็นแนวโน้มที่จะได้เห็นจากนี้ไป  เขาเล่าว่ามองย้อนอดีตเริ่มแรกจะเป็นเทรนด์อาหารอิตาลี ต่อมาอาหารจีน และล่าสุดคืออาหารญี่ปุ่น แต่ The next mega trends คือ อาหารไทย

          “พออาหารไทยมา แน่นอนมันเป็น Trends ใหญ่ เราก็ต้องขายให้เพิ่มขึ้น อย่างซอสจากญี่ปุ่น Kikkoman ทุกคนรู้จัก ยอดขายปีที่แล้วของเขา 1 แสนล้านบาท แล้วถ้าเทรนด์อาหารไทยมา และมียี่ห้อหนึ่งที่ขายได้เทียบเท่า  Kikkoman หรือน้อยกว่าหน่อย แต่ขายได้ดีๆ นะยอดขายจะเยอะมาก”

          จากแนวโน้มดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นในอีก 2-3 ปีข้างหน้า บริษัทฯ จึงตั้งเป้าหมายการเติบโตประมาณ 10-15% ต่อปี

#ปิดความเสี่ยงครบสูตรทั้งค่าเงิน-วัตถุดิบ

          “เอ็กโซติค ฟู้ด” ส่งออกเกือบ 100% ปัจจัยเสี่ยงที่หนีไม่พ้นคือ ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถตกลงราคาขายเป็นสกุลเงินบาท เพื่อช่วยลดผลกระทบจากความผันผวน ปัจจุบันมีรายรับเป็นสกุลเงินบาทถึง 60% ที่เหลือเป็นสกุลดอลลาร์ และ ยูโร

          “ตอนนี้เราขายเป็นเงินบาทเกือบ 60% เพราะฉะนั้นเรารับเงินบาทอย่างเดียว ไม่ว่าอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นอย่างไรเราก็รับได้ 60% คือ ราคาที่เราอยากขาย ส่วนเงินดอลลาร์ 30% เราก็ได้มีปรับราคาขายไปแล้ว”

          ส่วนปัจจัยเสี่ยงด้านวัตถุดิบ ได้แก่ น้ำตาลทราย พริก กระเทียม หากราคาผันผวนก็จะส่งผลกระทบที่มีนัยสำคัญต่อรายได้-กำไร แต่บริษัทฯ ได้ปิดความเสี่ยงด้วยการทำสัญญาซื้อขายไว้ล่วงหน้า และนี่ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ผลประกอบการของ บริษัทฯ ดีขึ้นมากในงวดครึ่งแรกปีนี้

          “ทุกปีเราซื้อพริกราคาก็เพิ่มขึ้นลงไม่มาก ส่วนน้ำตาลเราก็ได้ fixed ราคาไว้ไปจนถึงปลายปี 62 แล้วที่ราคาดีมาก และบริษัทฯ ค่อนข้างพอใจ”

#วางสถานะ XO เป็น Growth Stock

         ถามถึงสถานะของหุ้น XO ในมุมมองผู้บริหารและผู้ก่อตั้งธุรกิจ เขาระบุว่าสถานะของ XO คือ Growth Stock

          “เราน่าจะเป็น Growth Stock เพราะเหตุผล คือ อาหารไทยอยู่ใน Mega trends ก็แปลว่า เทรนด์เป็นเทรนด์ใหญ่ ตราบใดที่ยังอยู่ในเทรนด์นี้ เราขายอาหารไทยไปเรื่อยๆ เราก็น่าจะขายได้เติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ”

#ภาพของการ Turnaround จะยั่งยืนแค่ไหน

          ไตรมาส 2 ที่ผ่านมา XO จัดว่าเป็นบริษัทที่มีกำไรพุ่งแรงเป็นอันดับต้นๆ ของหุ้นในตลาด mai  เมื่อเทียบกับอดีต 3 ปีก่อนนั้น กำไรลดลงทุกปี ดังนั้น การพลิกฟื้นของกำไรในงวดครึ่งปีแรก ทำให้เห็นภาพการเข้าสู่ช่วงเวลาของการ Turnaround แต่ก็น่าสนใจว่า XO จะรักษาภาพนี้ได้นานแค่ไหน หรือเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น

          “จิตติพร” ฉายภาพอย่างมั่นใจถึงการรักษาการเติบโตของธุรกิจ ที่ยังคงไปได้อย่างต่อเนื่อง และที่เขาพูดมีความน่าสนใจตรงที่ XO ไม่ได้โตจากการลดต้นทุนเป็นหลักแต่เป็นการโตในทุกมิติทั้งด้านมูลค่าเพราะว่าขึ้นราคาขาย และด้านปริมาณจากยอดขายที่เติบโต ขณะที่ต้นทุนหลักๆ บริษัทฯ ได้ล็อคไว้หมดแล้วดังนั้น คำนวณไม่ยากเลยว่าแม้ XO มียอดขายเท่าเดิม ยังไงก็เห็นกำไรทั้งปีโตอยู่แล้ว แต่ทว่า..ยอดขายปีนี้ XO เพิ่งประกาศปรับขึ้นเป็น 10-15%    

          “ยอดขายเรา เรามั่นใจว่าปีนี้เราโต 10-15% นีคือ Top Line ส่วน Bottom Line เรา ดูจากน้ำตาลได้ Fixed ไปจนถึง Q3 พอหมดแล้วเราก็ได้น้ำตาลล็อตใหม่ซึ่งถูกลงมาอีก 15% กระเทียมตอนต้นปี 2017 อยู่ที่ 200 บาท ต้นปี 2018 อยู่ 100 บาท ณ ตอนนี้อยู่ 50 บาท เรา Fixed ไปแล้วจนถึงเกินกลางปี62 ส่งออกเงินบาทมีสัดส่วน 60% เงินดอลลาร์กับเงินยูโร คือ 40% แต่อันนั้นเราปรับราคาลูกค้าไปเรียบร้อยแล้ว ยกเว้นยูโร เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าถ้า Top Line มันไม่มีปัญหา ต้นทุนส่วนใหญ่ Fixed หมดแล้ว ถ้าเราขายเพิ่มขึ้นได้  Outlook ก็ดูค่อนข้างดีนะครับ”

            

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 



 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh