Special Interview

WHAUP ผ่านไซเคิลโตแรง ปีนี้ลุ้น M&A ดันกำไรทางลัด

WHAUP ผ่านไซเคิลโตแรง ปีนี้ลุ้น M&A ดันกำไรทางลัด

          บมจ.ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) เรือธงในธุรกิจ "บริการสาธารณูปโภคแบบครบวงจรในนิคมอุตสาหกรรม" ของกลุ่ม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ซึ่งมีรายได้หลักมาจากการขายน้ำเพื่ออุตสาหกรรมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในธุรกิจโรงไฟฟ้า

          WHAUP ยังเป็นบริษัทที่มี “อัตรากำไรสุทธิล่าสุด 4 ไตรมาส” หรือของงวดปี 2018 สูงสุดเป็นอันดับ 1 ที่ 57.47% จากทั้งหมด 51 บริษัทในกลุ่มพลังงาน และกำไรสุทธิยังทำนิวไฮทุกปีจากหลักร้อยล้านบาทสู่หลักพันล้านบาท

          น่าสนใจว่าทิศทางการเติบโตของบริษัทฯ ในช่วง 3 ปีจากนี้จะยังคงรักษาอัตราการเติบโตได้ดีขนาดไหน และบริษัทมีแผนงานอย่างไรบ้างที่จะสนับสนุนเป้าหมายนั้น “คุณวิเศษ จูงวัฒนา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร WHAUP จะมาพูดคุยกับเรา   

*** 2019 ปีแห่งการลงทุน-กำไรไฮเร็คคอร์ดไม่หมู

          นับตั้งแต่ WHAUP เข้าตลาดหุ้นเมื่อเดือน เม.ย.ปี 2017 จะเห็นได้ว่ากำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่ทุกปีจาก 369 ล้านบาท 1,980 ล้านบาท และ 2,251 ล้านบาทในปี 2016-2018 ตามลำดับ คำถามคือในปี 2019 นี้มีโอกาสที่บริษัทจะทำกำไรได้ทุบสถิติครั้งใหม่หรือไม่  

          “คุณวิเศษ” กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ต้องใช้ความพยายามพอสมควร เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมากำไรเติบโตได้ดีขนาดนั้นเพราะเป็นรอบของการเก็บเกี่ยวดอกผลในธุรกิจ หลังจากที่ได้ลงทุนไปในช่วงหลายปีก่อนเข้าตลาดหุ้น ดังนั้น ปีนี้จึงวนกลับมาเป็นรอบของการลงทุน เพื่อที่จะเก็บเกี่ยวกำไรในปีถัดๆ ไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในระหว่างปี หากจะมีปัจจัยส่วนเพิ่มที่จะสนับสนุนให้กำไรเติบโตได้ดีมากนั้น ก็คือดีลการควบรวมหรือดีลการเข้าซื้อกิจการ   

          “ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาเรามีไฮเร็คคอร์ด ก็ต้องบอกว่ามันเป็นสิ่งที่มีการเริ่มสร้างไปแล้วตั้งแต่อดีต เพราะธรรมชาติธุรกิจสาธารณูปโภคต้องใช้เวลา 2-3 ปีกว่าจะเริ่มเก็บดอกออกผล..ปีนี้จึงน่าจะเป็นปีของการลงทุน”  

          อย่างไรก็ตาม แม้ปีนี้จะเป็นปีของการลงทุนแต่ทว่า..ด้วยนโยบายของกลุ่ม WHA ต้องการที่จะสร้างการเติบโตให้ได้ในทุกๆ ปี เพราะฉะนั้น WHAUP จึงต้องมีกลยุทธ์ในการเติบโต ด้วยการทำ M&A เพื่อที่จะทำกำไรส่วนเพิ่มเข้ามาได้ทันทีนอกเหนือจากการทำธุรกิจไปตามปกติ ซึ่งมีการเติบโตอยู่แล้วอย่างสม่ำเสมอแต่ไม่ถึงขั้นก้าวกระโดด  

          “โดยธรรมชาติของผู้ใช้น้ำ ใช้ไฟ ใช้ก๊าซธรรมชาติ ปกติจะใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าอัตราการเพิ่มก็จะไม่ได้ก้าวกระโดด...ถ้าในแต่ละปีจะมี Add on เข้าไปก็คือเรื่องของ M&A เพราะเมื่อเราซื้อบริษัทเข้ามาเรารับรู้รายได้ทันที ณ วันที่เราเป็นเจ้าของ อันนั้นก็จะเป็น Plus ในปีนั้น”

***ใกล้ปิดดีลธุรกิจน้ำเวียดนามครึ่งปีแรก

          เมื่อบริษัทฯ ต้องการเติบโตก้าวกระโดด การทำ M&A จึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญ ปีนี้จึงได้เตรียมงบประมาณไว้ 500-1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการทำดีล ทั้งในธุรกิจน้ำและธุรกิจพลังงาน ซึ่งพลังงานก็จะเน้นไปทาง renewable energy

          ส่วนธุรกิจน้ำ บริษัทฯ มองน้ำประปาในเวียดนาม และเป็นโอกาสดีที่รัฐบาลเวียดนามมีนโยบายเรื่องการ privatization หรือการเปิดให้นักลงทุนจะเป็นต่างชาติก็ได้หรือเป็นบริษัทเวียดนามก็ได้เข้ามาลงทุนในบริษัทน้ำประปาที่มีการตั้งขึ้นมาอยู่แล้ว ดังนั้น จึงมองว่าเป็นโอกาส

          “ล่าสุดธุรกิจน้ำที่เวียดนามเราก็ได้มีการเข้าไปยื่นข้อเสนอประกวดราคาที่จะซื้อหุ้นก็อยู่ในกระบวนการแล้ว 1โครงการ แล้วก็อยู่ในขั้นการทำ Due diligence อีกหนึ่งโครงการ ส่วนธุรกิจไฟฟ้าก็มี portfolio เรื่องธุรกิจไฟฟ้ามาเสนอให้เราสองสามโครงการเป็นบริษัทที่ไม่ได้อยู่ในตลาดหุ้น”

          เขากล่าวว่า “ธุรกิจน้ำมีความเป็นไปได้ที่จะปิดดีลในครึ่งปีแรก” เพราะขั้นตอนทำได้ง่ายกว่าธุรกิจไฟฟ้า ซึ่งจะใช้เวลานานเนื่องจากมีความซับซ้อนของ Due diligence มีรายละเอียดที่มากกว่า

          ขณะที่ล่าสุด WHAUP แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 29 มี.ค.62 ว่า บริษัท ดับบลิวเอชเอยูพี เหงะอาน จอยท์ สต็อค (บริษัทย่อยของ WHAUP) ได้เข้าซื้อหุ้น 47.31% ในบริษัท Cua Lo Water Supply Joint Stock Company (Cua Lo) ประเทศเวียดนาม ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายน้ำประปาในจังหวัด เหงะอาน โดยมีมูลค่าซื้อขายรวม 23,455.52 ล้านดองเวียดนาม (หรือประมาณ 31.9 ล้านบาท)
      Cua Lo ปัจจุบันมีกำลังการผลิตน้ำประปาทั้งสิ้น 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน และกำลังอยู่ในช่วงขยายกำลังการผลิตเป็น 13,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน โดยคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 2/62

***เป้าการให้บริการน้ำปีนี้ 120 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ โต 14.28%

          ปี 2019 นี้ WHAUP ตั้งเป้าจะให้บริการน้ำทั้งปี 120 ล้านลูกบาศก์เมตร จาก 105 ล้านลูกบาศก์เมตรในปี 2018 ได้แก่ ปริมาณการจำหน่ายน้ำเพื่ออุตสาหกรรม ปริมาณการจำหน่ายน้ำดิบ และปริมาณการรับจ้างบริหารจัดการน้้ำเสีย

          ส่วนธุรกิจไฟฟ้าปีนี้ตั้งเป้าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นที่ COD แล้ว 570 เมกะวัตต์ จากปี 2018 ที่มีจำนวน 520 เมกะวัตต์ หรือเพิ่มขึ้นมาอีกประมาณ 50 เมกะวัตต์

          “แต่อันนี้เป็นขั้นต่ำที่เราตั้งไว้ จริงๆ เรามีความพยายามเรื่อง Solar Rooftop อีก ซึ่งเราเชื่อว่าน่าจะเกิดผลในทางบวกอีกเยอะเลยในปีนี้”

          นอกจากนี้ ยังไม่รวมดีล M&A ในธุรกิจไฟฟ้าอีก ซึ่งหากสามารถปิดดีลได้ปีนี้ก็จะทำให้ตัวเลขต่างๆ เพิ่มขึ้นมากกว่าประมาณการปกติ

          ปัจจุบัน โรงไฟฟ้าที่ WHAUP เข้าลงทุน ได้แก่ GLOW GULF BGRIM และ GUNKUL

***โครงสร้างรายได้ในปี 2019 น้ำ 60% ไฟฟ้า 40%

          เขาอธิบายถึงที่มาของรายได้บริษัทว่า WHAUP มีรายได้มาจากธุรกิจน้ำเป็นหลัก ส่วนธุรกิจไฟฟ้าดอกผลที่ได้รับมาจากการเข้าร่วมทุนจะถูกรับรู้เป็น “ส่วนแบ่งกำไร” ตามสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งในปี 2019 นี้ บริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ว่ารายได้จะมาจากธุรกิจน้ำประมาณ 60% และส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจไฟฟ้าประมาณ 40% ซึ่งเป็นเป้าหมาย Base Case แต่หากระหว่างงวดปีมีรายการ M&A เกิดขึ้นสัดส่วนก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไป

          ธุรกิจในกลุ่มไฟฟ้าหรือพลังงานนั้น นอกจากการเข้าลงทุนในบริษัทร่วมในธุรกิจโรงไฟฟ้าซึ่งปีนี้มีเป้า 570 เมกะวัตต์แล้ว WHAUP ยังได้ทำเพิ่มอีก 1 ธุรกิจ คือ “ธุรกิจจำหน่ายแก๊สธรรมชาติ” ที่ได้เริ่มทำกับพาร์ทเนอร์เมื่อ 2 ปีก่อนที่นิคมดับ  บลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ด หมายเลข 2

          “เราสร้างระบบท่อเสร็จแล้ว และก็ได้มีการ จำหน่ายแก๊สให้ลูกค้ารายแรกไปเมื่อวันที่ 1 ธันวาคมเมื่อปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นปีนี้ เราก็คาดหวังว่าจะมีลูกค้าที่ใช้แก๊สธรรมชาติเพิ่มเติมขึ้นมาในนิคมแห่งนั้น”  

          โครงการที่ 2 ก็เริ่มก่อสร้างไปแล้ว และจะสร้างเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายนปีนี้ เพื่อจำหน่ายแก๊สให้กับลูกค้าในนิคมฯ หมายเลข 4 ดับบลิวเอชเออีสเทิร์นซีบอร์ดหมายเลข 4 ส่วนโครงการที่ 3 ยังอยู่ในระหว่างการศึกษา และเตรียมจะทำ EIA ในนิคมฯ อีกแห่งหนึ่ง

***ไม่กังวลการเมือง เชื่อทุกรัฐบาลหนุน EEC

          แม้ในวันที่เราสัมภาษณ์นี้ (27 มี.ค.62) เพิ่งจะผ่านพ้นการเลือกตั้งมาไม่นานและยังอยู่ในช่วงของการจัดตั้งรัฐบาลซึ่งยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน ซึ่งหนึ่งในโครงการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยที่รัฐบาลผลักดันคือ EEC และ WHAUP เป็นหนึ่งบริษัทฯ ที่จะได้อานิงส์เต็มๆ จากโครงการนี้

          คุณวิเศษ เล่าว่า ไม่ได้มีความกังวลในเรื่องของการเข้ามาของรัฐบาลชุดใหม่ เพราะเชื่อว่าไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนเข้ามาก็ไม่มีผลกระทบด้านลบต่อบรรยากาศการทำธุรกิจของบริษัท ด้วยเหตุผลที่ว่า WHAUP เป็นธุรกิจให้บริการสาธารณูปโภค ซึ่งถือเป็นพื้นฐานนั่นคือ เรื่องน้ำและไฟ มันมีความจำเป็นต้องใช้ไม่ว่าจะอุตสาหกรรม หรือว่าภาคชุมชนหรือว่าภาคครัวเรือน

          “สิ่งที่คนมักจะถามคือการเติบโตหรือว่าเรื่อง EEC จะเป็นอย่างไร..เรามีความเชื่อมั่นว่า EEC ยังไงก็เดินต่อ อันนี้เราไม่ได้อิงการเมืองใดๆ เราเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มไหนหรือใครมาเราก็เชื่อว่า EEC มันเป็นผลดีกับประเทศ”

          แต่สิ่งที่อยากจะอธิบายให้เข้าใจเพิ่มขึ้น คือ แน่นอนว่าบริษัทได้รับผลดีจาก EEC ที่จะมีต่างชาติเข้ามาลงทุนแต่จะไม่ใช่ในปีนั้นๆ เลย เพราะการเข้ามาลงทุนในนิคมฯ ต่างชาติจะต้องเริ่มจากหาซื้อที่ดินก่อน จากนั้นก็สร้างโรงงาน และโรงงานเสร็จแล้วถึงจะเดินเครื่องการผลิตและเริ่มใช้น้ำใช้ไฟ ดังนั้นกว่าที่ WHAUP จะเริ่มมีรายได้จากการให้บริการสาธารณูปโภคต้องใช้เวลาราว 2 ปี

          “เมื่อนักธุรกิจมาตั้งโรงงานเขาต้องเข้ามาซื้อที่ พอซื้อที่เสร็จแล้วเขาต้องสร้างโรงงาน เพราะฉะนั้นกว่าจะสร้างโรงงานเสร็จกว่าจะใช้น้ำ กว่าจะใช้ไฟต้องใช้เวลาและเมื่อเขามาซื้อที่แล้วลงหลักปักฐาน ก็จะมาเป็นลูกค้าเราในระยะยาว เพียงแต่ว่าจุดเริ่มต้น ของวันแรกที่จะใช้ผลิตภัณฑ์อาจจะต้องรอนิดนึง”

***เป็น Defensive Stock ที่มุ่งสู่ Growth Stock

          เมื่อถามว่า WHAUP เป็นหุ้นแบบไหน เขากล่าวว่าเป็น Defensive Stock หรือหุ้นที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และมีความมั่นคงในเรื่องของรายได้ เพราะพื้นฐานเป็นธุรกิจสาธารณูปโภค ทุกคนต้องใช้น้ำ ไฟฟ้า ใช้แล้วก็ไม่เคยหยุดใช้

          “แต่ด้วยนโยบายของกลุ่ม WHA (บริษัทใหญ่) ที่ต้องการผลักดันให้ธุรกิจมีการเติบโตแบบมีนัยยะสำคัญในทุกปี ทีมผู้บริหารและพนักงานจึงทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ธุรกิจมี Growth เพราะเราอยากจะเป็น Growth Stock จากพื้นฐานของธุรกิจซึ่งเป็นสาธารณูปโภค นั่นคือเป้าของเราที่เราอยากจะเป็น”

          โดยปี 2016 2017 และ 2018 ที่ผ่านมาถือว่า WHAUP เป็นบริษัทที่มีอัตราการเติบโตที่สูงมากเพราะได้รับรู้ดอกผลอย่างเต็มที่ในธุรกิจสาธารณูปโภค เป็นผลจากการลงทุนในหลายปีก่อนหน้าและก็หวังอยากจะเห็นการเติบโตในอัตราสูงทุกๆ ปี ทำให้ต้องมองหาดีล M&A ดังที่ได้กล่าวไปข้างต้น เพื่อมาเป็นส่วนเพิ่มของกำไรให้เติบโตอย่างโดดเด่น จากธุรกิจปกติที่เติบโตอยู่แล้วแบบสม่ำเสมอ

 


 

 

 

 


 

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh