Special Interview

SYNEX อย่ากะพริบตา Q4 พอร์ต Apple หนุนกำไร

SYNEX อย่ากะพริบตา Q4 พอร์ต Apple หนุนกำไร

 

Brief :
 
*บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าและบริการไอทีครบวงจรอันดับหนึ่งของประเทศ ดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด “Value Added Distributor” 

*โครงสร้างรายได้ในปัจจุบันมาจาก 1.กลุ่มโทรศัพท์มือถือ 40% 2.กลุ่ม consumer 40% และที่เหลือเป็นกลุ่ม commercial 

*กลุ่มโทรศัพท์มือถือไม่ได้มีแค่แบรนด์ Huawei เหมือนที่เข้าใจกันทั่วไป แต่บริษัทเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ Apple ,Huawei และ Samsung ทำให้สามารถกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพารายได้จากแค่แบรนด์ใดแบรนด์หนึ่ง
 
*พอร์ตรายได้จากแบรนด์ Apple เติบโตขึ้นมากและต้องจับตาในไตรมาส 4 ที่ Apple จะเปิดตัวสินค้าใหม่ ซึ่งน่าจะส่งผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทด้วย 

*ยอมรับว่ารายได้ปีนี้อาจทำได้แค่ทรงตัว แต่กำไรเติบโตแน่นอน เพราะมีการปรับส่วนผสมผลิตภัณฑ์ มุ่งเน้นสินค้ามาร์จิ้นสูง เช่น กลุ่มเกมมิ่ง ตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นรวมปีนี้ที่ 4%


บมจ.ซินเน็ค (ประเทศไทย) หรือ SYNEX ราคาหุ้นพุ่งขึ้นต่อเนื่องตลอดปี 2563 จากราคาหลักเดียวสู่เลข 2 หลัก หรือกว่า 100% จากต้นปีถึงปัจจุบัน สวนทางวิกฤตโควิดที่ทำให้ทุกธุรกิจแย่ลง แน่นอนส่วนหนึ่งเพราะ SYNEX เป็นบริษัทไอที ซึ่งหุ้นที่เกี่ยวกับไอทีทั่วโลก ก็ล้วนแล้วแต่ปรับขึ้นเช่นกันในช่วงโควิดไม่ว่าจะเป็นหุ้น  Amazon  Apple และหุ้น Zoom 

ราคาหุ้นที่ปรับขึ้นตลอดปีนี้ สอดคล้องกับผลงานของ SYNEX ในไตรมาส 2 ที่ผ่านมา กำไรพุ่ง 40% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และผู้บริหารยังเห็นสัญญาณนี้ต่อเนื่องในไตรมาส 3 และไตรมาส 4   

“สุธิดา มงคลสุธี” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  “ซินเน็ค”  จะมาพูดคุยในรายละเอียดเหล่านี้ และที่สำคัญ เธอย้ำว่าบริษัทไม่ได้มีแค่แบรนด์ Huawei ดังที่หลายคนยังเข้าใจผิดอยู่ แต่จริงๆ แล้วยังมีแบรนด์ Apple อยู่ด้วยและพอร์ต Apple ก็เติบโตดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะไตรมาส 4 ที่ต้องจับตา     

 
***ภาพรวมของตลาดไอที หลังโควิด

“สุธิดา” เริ่มต้นด้วยมุมมองต่อภาพรวมตลาดไอที “อุตสาหกรรมไอที เป็นอุตสาหกรรมหนึ่งที่ยังอยู่ใน Rising Star” เพราะไอทีมีบทบาท มากในชีวิตประจำวัน  ซึ่งในช่วงโควิด ทุกคนได้ผลกระทบจากการล็อคดาวน์ ลูกค้าของซินเน็คประเภทร้านค้ารายย่อยก็ต้องปิดตัวลงไป แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ แม้จะล็อคดาวน์ทำให้คนไม่สามารถไปซื้อของที่หน้าร้านได้ แต่กระแสในการซื้อสินค้าไอทีไม่ได้ลดลง แต่มีการซื้ออย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางออนไลน์ และยิ่งธุรกิจต่างๆ เริ่มทยอยเปิดบริการได้ปกติแล้ว ยิ่งเห็นได้ชัดเจนว่า ความต้องการซื้อสินค้าไอทีเติบโตมากทั้งออฟไลน์และออนไลน์  

“ทำไมไอทีถึงอยู่ในกระแส  อย่างวันนี้เราพูดกันว่า work from anywhere คนเราก็ต้องหาตั้งแต่โน้ตบุ๊ค ปริ้นเตอร์ที่ใช้ในบ้าน  แล้วก็ WiFi networking products ทั้งหลาย ซึ่งซินเน็คเอง ก็เป็นตัวแทนจำหน่ายใน working ครบทุก category คือตั้งแต่ตัวเล็กยันตัวใหญ่” 

จากดีมานด์สินค้าไอทีที่ไม่ได้ลดลงเพราะยังสั่งซื้อออนไลน์ได้ ผู้คนใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวันมากขึ้น จึงนับว่าเป็นผลกระทบในทางบวกต่อซินเน็ค แม้ว่าส่วนหนึ่งจะมีปัญหาสินค้าไอทีหลายกลุ่มขาดตลาด เพราะไม่คาดว่าความต้องการซื้อของลูกค้าจะเพิ่มขึ้นมากขนาดนี้ ประกอบกับช่วงโควิดโรงงานจีนก็ปิดตัวลงหลายแห่ง ทำให้ชิ้นส่วนบางอย่างขาดตลาด “แต่ก็ต้องบอกว่า วันนี้ซินเน็คก็ยังอยู่ในภาวะที่ยังโอเคอยู่ หลังจากโควิดที่ผ่านมา” 

“สุธิดา” มองว่าวันนี้ คำว่า “ตลาดไอที” กว้างขึ้นกว่าแต่ก่อน คือไม่ได้มีเพียงแค่ gadget แต่ครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวกับไอที ตัวเลขมูลค่าตลาดไอทีอยู่ที่ประมาณ 200,000 ล้านบาท ยังมองว่าภาพรวมปีนี้และปีถัดๆ ไปจะยังเติบโตขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

***แนวโน้มผลประกอบการปีนี้    

“สุธิดา” ยอมรับว่ารายได้รวมปี63 คงไม่เติบโต แต่มั่นใจว่ากำไรจะยังเติบโตแน่นอน เห็นได้จากไตรมาส 2/63 ที่ผ่านมาที่ซินเน็คมีกำไรเติบโตถึงเกือบ 40% แต่รายได้เติบโตไม่มากนัก และก็ยังเห็นแนวโน้มดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องในไตรมาส 3 และไตรมาส 4 โดยจะใช้กลยุทธ์ปรับ  ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ และมุ่งเน้นสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง เพื่อผลักดันอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ให้ได้ไม่ต่ำกว่า 4%  

วิธีการที่จะทำให้ได้อัตรากำไรขั้นต้นไม่ต่ำกว่า 4% เกิดจาก ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์เปลี่ยนไป ซึ่งจากการ work from anywhere ทำให้บริษัทได้ขายสินค้าในส่วนของ Internet of Things (IoT) มากขึ้น นอกจากนี้ ซินเน็ค ยังเป็นผู้นำกลุ่มสินค้าเกมมิ่ง ซึ่งเป็นสินค้าที่มาร์จิ้นค่อนข้างดีและตลาดนี้ยังมีโอกาสโตอีกมาก อีกส่วนหนึ่งคือซินเน็คจะไปขายสินค้าที่เป็นโซลูชันมากขึ้น  

ส่วนรายได้รวมที่คาดว่าจะไม่เติบโต เนื่องจากสินค้าไอทีขาดตลาดในหลาย category ซึ่งภาวะนั้นยังมีอยู่ต่อเนื่องมาจากช่วงโควิด อีกปัจจัยคือสินค้าใหม่ๆ ยังรอที่จะออกในไตรมาส 4 ในหลายหมวด ทำให้กำลังซื้อยังชะลอเพื่อรอสินค้าใหม่ แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ การพยายามปรับ  ส่วนผสมของผลิตภัณฑ์

“คือเรามีสินค้าที่มีกำไรมากขึ้นในหลายๆ กลุ่ม ก็ต้องบอกว่าทำให้ GPM เราเพิ่มมากขึ้น และกำไรสุทธิเราก็จะเพิ่มขึ้น ฉะนั้น ถ้าจะให้พูดถึงไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ต้องบอกว่ารายได้อาจจะไม่เติบโต แต่ว่าจะไปเติบโตที่กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ”   

และหากจะมองภาพของ  “ซินเน็ค”  ในอีก 3 ปีจากนี้ “สุทธิดา” มองว่าไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์ไหน “ซินเน็ค” มีสินค้าใหม่ๆ มาตลอด จากแต่ก่อนไม่เคยจัดจำหน่ายโทรศัพท์ ก็มาทำตรงนี้แล้วเติบโต และวันนี้ IoT มาแล้ว ทำให้เกิดอุปกรณ์ต่อเชื่อมมากมาย สิ่งที่ไม่เคยถูกเรียกว่าไอทีก็จะถูกว่าเรียกว่าไอที และบริษัทเป็นตัวแทนจัดจำหน่ายที่ครอบคลุมสินค้าไอทีมากที่สุด   

“และเราก็เชื่อว่าสิ่งที่สำคัญคือทำยังไงให้แต่ละองค์กร นำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อลดค่าใช้จ่ายมากขึ้น ทำให้การทำงานสะดวกมากขึ้น ตรงนี้คือสิ่งที่เราจะมุ่งเน้นต่อไป”  


***โครงสร้างรายได้ปัจจุบัน

สัดส่วนรายได้จากโทรศัพท์มือถืออยู่ที่ประมาณ 40% สัดส่วนรายได้อีก 40% มาจากตลาด consumer ซึ่งจะรวมทั้งกลุ่มเกมมิ่ง แกดเจ็ต  และส่วนที่เหลือจะเป็นตลาด commercial หรือลูกค้าโครงการต่างๆ  ซึ่งภาพจำที่เกิดขึ้น คนอาจจะมองว่า ซินเน็คจัดจำหน่ายโทรศัพท์มือถือเฉพาะค่าย Huawei เท่านั้น “สุทธิดา” เผยว่าจริง ๆ แล้วบริษัทเป็นตัวแทนจำหน่ายทั้ง 3 แบรนด์หลักคือ Apple Huawei และ Samsung โดยเฉพาะพอร์ต Apple ที่เติบโตขึ้นมากและจะดีขึ้นไปอีกในไตรมาส 4 ปีนี้ เพราะ Apple จะเปิดตัวโพรดักส์ใหม่
   
“วันนี้หลายคนมองซินเน็คว่า เราเป็นตัวแทนจำหน่ายแต่ Huawei แต่เพียงผู้เดียว  ต้องบอกว่า..ไม่ใช่นะคะ เราจำหน่าย Apple ด้วย วันนี้พอร์ต Apple เราก็โตขึ้นเยอะ และต้องจับตามองกับไตรมาส 4 ที่ Apple กำลังจะมีโพรดักส์ใหม่ และเราก็น่าจะได้ Enjoy กับ โพรดักส์ใหม่ๆ ของ Apple ด้วยเช่นเดียวกัน” 

 

***อานิสงส์จากการเข้าสู่ยุค 5G


การลงทุนในเครือข่ายโทรคมนาคม 5G ในปี63 นี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักที่จะส่งผลดีต่อ ซินเน็ค ซึ่งประกอบธุรกิจด้านไอที อย่างที่ “สุธิดา” อธิบายไว้ว่า      


“ถ้า 5G กำลังมา ส่วนประกอบไอทีต่างๆ มันจะเกี่ยวข้องขนาดไหน อุปกรณ์ที่ต่อเชื่อม IoT ทั้งหมดจะ connect กันแค่ไหน อันนี้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะทำให้ตลาดโต เราก็มั่นใจจากเทรนด์ 5G จะทำให้สินค้ากลุ่มไอทีเติบโตไปได้”

“ความเร็วของการคุย เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ มันจะมากขึ้นในยุค 5G แล้วเราเป็นตัวแทนของทุก แกดเจ็ตอยู่แล้ว ฉะนั้น เราก็มั่นใจว่าถ้าสมมุติว่า 5G มา อุปกรณ์ที่เราเป็นตัวแทนจำหน่าย และแน่นอนเรามีแบรนด์เพิ่มใหม่ๆ ขึ้นเรื่อยๆ ก็น่าจะทำให้เราได้เติบโตได้” 

 
***มีปัจจัยเสี่ยงใดที่กังวลบ้าง 

ภาวะการเมืองระหว่างจีนสหรัฐอเมริกา ยังเป็นปัจจัยเสี่ยง แต่มันคือปัจจัยภายนอก หน้าที่บริษัทคือการปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอดและเติบโตได้ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง ซึ่งตลอด 30 ปี ในการทำธุรกิจ บริษัทมีการเปลี่ยนแปลง มีการปรับหมวดสินค้า 

“ตอนนี้เรายิ่งมองว่าเป็นโอกาสเพราะว่า ในสถานการณ์แบบนี้ คนยิ่งนำเทคโนโลยีมาใช้มากขึ้น ไม่ว่าค่ายไหน ค่ายจีนหรือค่ายอเมริกา เรามีโพรดักส์แทบจะทุก category เราเห็น ability ในการ เปลี่ยนแปลงของตัวเองค่ะ”


***ฝากถึงนักลงทุน 

จากการสำรวจบทวิเคราะห์โบรกเกอร์พบว่า ส่วนใหญ่แนะนำซื้อ และคาดการณ์กำไร  “ซินเน็ค”จะดีต่อเนื่องไปถึงปี 2564 จากปัจจัยการเข้าสู่ยุค 5G ที่จะทำให้ความต้องการอุปกรณ์ที่รองรับเทคโนโลยี 5G และ IoT เพิ่มขึ้น ขณะที่บริษัทก็มีการปรับส่วนผสมของผลิตภัณฑ์กระจายไปหลายแบรนด์ 

อย่างเช่น บล.ทิสโก้ คาดผลประกอบการโตเฉลี่ยปีละ 13% สำหรับปี 63-65  SYNEX ประสบความสำเร็จในการเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดจาก 26% ในปี 2552 เป็น 37% ในปี 2562 จากการชิงส่วนแบ่งการตลาดของ PC และมือถือที่เพิ่มขึ้น  ทำให้เชื่อว่า  “ซินเน็ค” จะได้ประโยชน์จากการเข้ามาของเทคโนโลยี 5G และการกระจายรายได้ไปยังสินค้าหลายแบรนด์ทั้ง Apple และ Huawei ทำให้ลดความเสี่ยงของรายได้เหมือนในปี 62 ส่วน บล.ฟินันเซีย ไซรัส ปรับประมาณการกำไรปี 63-65  ขึ้น 6-10% และคาดกำไรโต18%, 15% และ 16% ตามลำดับ สะท้อนมาร์  จิ้นที่มีแนวโน้มดีกว่าคาด 

ขณะที่ บล.เคทีบี มองว่า ณ ปัจจุบันหุ้น SYNEX ยังเทรดต่ำเพียง 15.8 เท่า (-0.5SD below 5-yr average PER) สำหรับ P/E ปี64 เมื่อเทียบกับการขยายตัวต่อเนื่องในปี 63-65 สำหรับค่าเฉลี่ย EPS ที่ 14% จึงแนะนำ “ซื้อ” และมีโอกาสที่จะปรับประมาณการเพิ่มขึ้นจากรายได้ Q4/63 ที่คาดว่าจะเติบโตโดดเด่น จากการเปิดตัว iPhone 12, สินค้า  Apple กลุ่มอื่นๆ และมือถือ android

นอกจากนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่าราคาหุ้นของ SYNEX ปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดปี จากต้นปีประมาณ 6 บาท ขึ้นมาปัจจุบันที่ประมาณ 14 บาท หรือ 133% ในเรื่องนี้ “สุธิดา” มองว่าเพราะ SYNEX เป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดีและจ่ายปันผลอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม บางเรื่องของการทำธุรกิจอาจเป็นแผนระยะยาว ซึ่งต้องรอเวลากว่าจะออกดอกผล พร้อมฝากไปถึงนักลงทุนว่า 
 
“ปีนี้เราเน้นทำกำไรของบริษัท ถ้าทุกท่านเห็น จะเห็นว่ากำไรที่เพิ่มมากขึ้นมากกว่ารายได้แน่นอน ส่วนราคาของหุ้นก็ตาม performance จริงๆ ต้องบอกว่าถ้าไปดู P/E ตลาดถือว่าเรา P/E ไม่สูงเลย  แล้วอย่างที่บอกว่าเทคโนโลยีมันเป็นเทรนด์แกดเจ็ต แบรนด์หลักๆ ก็อยู่ เราก็เป็นตัวแทนจำหน่าย  อันนี้คือสิ่งที่เราก็มุ่งมั่น ที่จะทำเรื่องนี้ต่อไปค่ะ  ก็ต้องบอกว่า วันนี้เราตั้งใจที่จะทำให้กำไรของบริษัทที่ตอบแทนยังผู้ถือหุ้นทุกคนคุ้มค่าที่สุด”  

ก่อนจากลา ซีอีโอหญิง ยังได้ฝากแนวคิดที่เธอใช้ในการบริหารงานมาตลอดว่า 

“คำที่เราใช้คือ Trusted by Synnex  ในองค์กรเราใช้คำว่า Trusted เป็น culture ทำยังไงให้ทุกคนไว้ใจในเรา อันนี้คือสำคัญ ไว้ใจและเชื่อมั่นว่าเราทำให้องค์กรเติบโตได้ ทำยังไงให้ทุกคน ลูกค้า พาร์ทเนอร์ทุกคนไว้ใจได้ซื้อสินค้า ซินเน็ค ทำยังไงให้ทุกคนไว้ใจที่จะมาให้เราเป็นตัวแทนจำหน่าย เป็นลูกค้าเรา ลงทุนกับเรา อันนี้คือสิ่งที่สำคัญว่า เราต้องทำตัวให้เป็นที่ไว้ใจอันนี้คือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าทุกคนไว้ใจกัน แน่นอนค่ะ การทำงานมุ่งไปสู่จุดมุ่งหมาย ไม่ไกลเกินเอื้อม”   

 

 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ



RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh